
'สนธิ'เชื่อบ้าน111พ้นโทษ'พท.'วุ่นแน่
"สนธิ" เชื่อบ้าน 111 พ้นโทษแบน ภายใน "พท."วุ่นแน่ ชี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "ทักษิณ" แกนนำพธม.ไต่สวนคำร้องขอละเว้นค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ ร้อยละ 2.5 จากค่าปรับ 522 ล้าน คดีปิดสุวรรณภูมิ "สมศักดิ์"สั่งพักประชุมแก้รธน. ม.291/11 หลังอภิปรายยาว 8 ชั่วโมง
3พ.ค.2555 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่กำลังจะพ้นโทษถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีว่า สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างแน่นอน แต่คงหนีไม่พ้นการเมืองที่ล้มเหลว เพราะยังคงมีการแย่งชิงตำแหน่งเช่นเดิม แต่ในครั้งนี้จะมีการแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคเพื่อไทย เนื่องจากสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ต้องการตำแหน่งเช่นเดียวกับคนในพรรคเพื่อไทยยุคปัจจุบัน แต่ผู้ที่สามารถกำหนดตำแหน่งภายในพรรคเพื่อไทยคงขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว
แกนนำพธม.ไต่สวนคำร้องขอละเว้นค่าธรรมเนียมอุทธรณ์
ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก เมื่อ 13.30 น. ศาลนัดไต่สวนคำร้อง คดีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พธม. กับพวกรวม 13 คน จำเลย คดีที่บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ 6453 /2551 เรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ได้ยื่นขอให้ศาลพิจารณาสั่งละเว้นค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ ร้อยละ 2.5 จากวงเงินค่าปรับที่ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯจ่ายจำนวน 522,160,947 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในคดีชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ ยื่นคำเบิกความของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์,นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่า แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ จำเลยทั้ง 13 คน ไม่มีรายได้ประจำ จึงไม่สามารถนำเงินมาวางในชั้นอุทธรณ์ได้ อีกทั้งการฟ้องร้องในคดีนี้ ไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อเรียกหนี้สินส่วนบุคคล แต่การกระทำของแกนนำพันธมิตรฯที่ตกเป็นจำเลยเป็นการทำเพื่อประเทศชาติ ทั้งนี้ศาลแพ่งนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ เวลา 13.00 น.
"สมศักดิ์"สั่งพักประชุมแก้รธน. ม.291/11หลังอภิปรายยาว8ชั่วโมง
เมื่อเวลา 17.50 น. นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชี้แจงในที่ประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ..... ต่อสาระสำคัญของมาตรา 291/11 ว่าด้วยระยะเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังจากที่สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายอย่างกว้างขวางว่า ประเด็นที่ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เจาะจงให้มีการรับฟังในทุกจังหวัด เนื่องจากกังวลว่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติของกฎหมายไม่สามารถเขียนล็อคไว้เช่นนั้นได้ จึงต้องเขียนเพื่อเป็นกรอบการปฏิบัติเท่านั้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าในการรับฟังความเห็นของประชาชน จะมีกรรมาธิการวิสามัญลงพื้นที่ไปรับฟังความเห็นอยู่แล้ว
นายสามารถ กล่าวต่อว่าสำหรับคำแปรญัตติของสมาชิกที่อยากให้เขียนเพิ่มในเรื่องห้ามยุบหรือยกเลิกศาล องค์กรอิสระ ตนเชื่อว่าหากการทำงานขององค์กรต่างๆ เป็นประโยชน์ สสร.คงไม่มีใครกล้าไปยกเลิกอย่างแน่นอน สำหรับประเด็นที่ระบุให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขัดต่อข้อห้ามหรือไม่นั้น ตนมองว่าไม่มีทำเนียมปฏิบัติใดที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญ
“สาระของมาตรานี้ เราได้เขียนล็อคไว้ 3 ข้อ คือ ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ และ ห้ามแตะหมวดพระมหากษัตริย์ และมาตรานี้ที่กรรมาธิการได้พิจารณาหาก สสร. นำไปปฏิบัติเชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดปัญหา” นายสามารถ ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มาตรา 291/11 ได้ใช้เวลาอภิปรายมานานกว่า 8 ชั่วโมง ในที่สุดเมื่อเวลา 19.00 น.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม หลังจากที่วิป 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปรัฐบาล, วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ได้หารือและมีมติให้ปิดการประชุม และกลับมาประชุมในมาตราดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 09.30 น.
ทั้งนี้ก่อนการปิดประชุม ตัวแทนวิป 3 ฝ่าย ได้ถกเถียงเรื่องกรอบเวลาการพิจารณาในมาตรา 291/11, 291/12 และ 291/13 ที่วิปรัฐบาลได้วางกรอบไว้ว่า หลังจากที่ใช้เวลาถกเถียงกันนาน 30 นาที ได้ข้อสรุปว่า วันที่ 8 พ.ค. จะต้องพิจารณามาตรา 291/11 และ 291/12 ให้แล้วเสร็จจากนั้น จะเริ่มต้นในมาตรา 291/13 เพียงเล็กน้อยและจะปิดประชุม ซึ่งจะเป็นเวลาเท่าใดนั้น ให้พิจารณาตามความเหมาะสม



