ข่าว

ปชป.สำรวจตลาดยัน'ของแพงจริง'

ปชป.สำรวจตลาดยัน'ของแพงจริง'

03 พ.ค. 2555

ปชป.ลงพื้นที่สำรวจตลาดยันของแพงจริง จี้ทบทวนขึ้นราคาพลังงาน ก.พาณิชย์ตะลึงราคาสูงกว่าที่แนะนำ "บุญทรง" ลั่นราคาสินค้าไม่แพงตามที่เป็นข่าวเร่งเดินหน้าร้านโชห่วย

              3พ.ค.2555 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน  ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าจากการได้ลงพื้นที่ตรวจตลาดจุดต่างๆ โดยร่วมมือกับทีมงานในพื้นที่ทั้งหมด 10 จังหวัด  อาทิ  กรุงเทพฯ ระยอง เพชรเชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา ฯ  ตรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ  ในเดือนเมษายน ได้พบว่าราคาสินค้าที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมากจะเป็นราคาของจำพวกพืชผัก เช่น ผักคะน้า ผักกาดขาว ผักชี และพริก  ส่วนราคาเนื้อสัตว์ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นคือราคาเนื้อหมู โดยราคาพืชผักส่วนใหญ่ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นจาก 30-35 บาท/กก. เป็น 45-50 บาท/กก. และราคาเนื้อหมูได้มีการปรับสูงขึ้นจาก 110-115 บาท/กก. เป็น 125-130 บาท/กก.

              นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ข้อมูลค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยแบ่งแยกออกเป็นหลักๆคือ ค่าอาหาร 34.6% ค่าเช่าบ้าน/ดูแลบ้าน (รวมไฟฟ้าและประปา) 19.4% ค่าเดินทาง 18.9% และค่าการศึกษา 1.9% ซึ่งจากการสำรวจ จะพบว่าต้นทุนอาหารและต้นทุนค่าเดินทางได้มีการปรับตัวสูงขึ้นทั้งหมด สาเหตุที่ทำให้ราคาเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นเพราะนโยบายขึ้นค่าแรง 300บาท/วัน และนโยบายการลอยตัวและการปรับขึ้นราคาพลังงานของรัฐบาล ที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้โดยช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เปิดเทอม จึงทำให้ค่าใช้จ่ายของแต่ละครัวเรือนที่มีบุตรหลานเพิ่มสูงขึ้น  รวมไปถึงการที่รัฐบาลได้มีการอนุมัติขึ้นค่าไฟฟ้า FT ในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.55 เพิ่มขึ้น 30 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจะเพิ่มสูงขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้


              นายอภิรักษ์ กล่าวว่า  ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการที่จะออกมาช่วยลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนในช่วงเปิดเทอมนี้ โดยการทบทวนนโยบายปรับขึ้นราคาพลังงานเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล LPG และ NGV เพราะเป็นต้นทุนของราคาสินค้าส่วนใหญ่ และเป็นต้นทุนของรถโดยสาร การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ อย่างเช่นร้านอาหารธงฟ้า และร้านโชว์ห่วยช่วยชาติ ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ก็ยังไม่สามารถเปิดจำนวนร้านได้ตามเป้าหมาย เพราะมีเพียงผู้ประกอบการ 500 แห่งเข้าร่วมโครงการ จากเป้าหมาย 2,000 แห่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล  ซึ่งจนถึงวันนี้ กระทรวงพาณิชย์เพิ่งเปิดร้านนำร่องได้เพียงแห่งเดียวคือที่ตึกกระทรวงเท่านั้น   นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้รัฐบาลทบทวนการลดหน่วยของไฟฟ้าฟรี จากเดิม 90 หน่วย ลงมาเหลือไม่เกิน 50 หน่วย เพราะจะทำให้ประชาชนรายได้น้อยได้รับประโยชน์เพียง 4 ล้านครัวเรือน จากเคยได้รับประโยชน์กว่า 9 ล้านครัวเรือนสมัยรัฐบาลที่แล้ว

 

"มาร์ค"แนะ“ปู”ยอมรับปัญหาสินค้าราคาแพง


               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีออกมาระบุสินค้าแพงเป็นผลจากน้ำท่วมและความรู้สึกของประชาชน ว่า  นายกฯต้องไปดูตัวเลขทางเศรษฐกิจของกระทรวงพณิชย์ที่ประกาศออกมา  ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากราคาพลังงานและนโยบายของรัฐบาล  ไม่เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม นายกฯต้องดูข้อมูลข้อเท็จจริง ส่วนที่ตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์เป็นตัวเลขที่ตบแต่งหรือไม่นั้น  รัฐมนตรีก็ลงพื้นที่ด้วยตัวเองและพบว่า ราคาสินค้าที่เห็นนั้นเป็นของจริง  ดังนั้นรัฐบาลควรรีบแก้ปัญหาอย่ามาชวนทะเลาะ แต่หากรัฐบาลเห็นว่า ราคาสินค้าไม่แพงก็ยกเลิกโครงการต่างๆของรัฐบาลที่ออกมาให้หมด  แต่ตนยังเห็นว่านายกฯยังนั่งประชุมเพื่อแก้ปัญหาอยู่  จึงอยากให้ยอมรับปัญหาแล้วเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง


ก.พาณิชย์ตะลึงราคาสูงกว่าที่แนะนำ
 
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าที่ตลาดสดเตาปูนพบว่า สินค้าส่วนใหญ่มีราคาสูงกว่าราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในระบุไว้ในหลายรายการ เช่น เนื้อสุกร เนื้อแดง (สันนอก-สันใน) อยู่ที่กิโลกรัม(กก.) ละ 140 บาท ราคาแนะนำเดือน เม.ย.อยู่ที่ กก.ละ 123.50 บาท ไก่สด-ทั้งตัว กก.ละ 80 บาท ราคาแนะนำ กก.ละ 68.99 บาท มะนาวลูกละ 7 บาท ราคาแนะนำลูกละ 6.86 บาท ผักกาดขาว กก.ละ 40 บาท ราคาแนะนำ 31.78 บาท แตงกวา กก.ละ 40 บาท ราคาแนะนำ 22.64 บาท ผักคะน้า กก.ละ 55 บาท ราคาแนะนำ 31.96 บาท


"บุญทรง"ลั่นราคาสินค้าไม่แพงตามที่เป็นข่าวเร่งเดินหน้าร้านโชห่วย

              นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์มีศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่แล้วในการติดตามดูแลค่าครองชีพประชาชน ผ่านสายด่วน 1569 ตนจึงได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมการค้าภายในไปติดตามการทำงานผ่านช่องทางดังกล่าวให้มากขึ้น ทั้งให้เพิ่มเติมหน้าที่นอกเหนือจากการติดตามราคาสินค้าและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนแล้ว ศูนย์ฯดังกล่าวจะต้องทำหน้าที่ในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนด้วย

              “กระทรวงพาณิชย์ติดตามภาวะราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลที่เราได้มาจริงๆ ไม่ได้มีราคาแพงตามที่เป็นข่าว ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความสับสวน ดังนั้นศูนย์ปฏิบัติการจะมีหน้าที่นำข้อมูลข้อเท็จจริงออกมาชี้แจงความจริงต่อประชาชนด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน”นายบุญทรงกล่าว
 
              นอกจากนี้ ในการติดตามภาวะราคาสินค้าทั่วประเทศ ยังดำเนินการผ่านอาสาสมัครกระทรวงพาณิชย์ที่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ อีก ซึ่งหากพบว่าราคาสินค้าในพื้นที่ใดแพงก็จะแจ้งเข้ามายังกระทรวงพาณิชย์ต่อเข้าไปตรวจสอบ ส่วนที่กระทรวงฯ กำลังเร่งดำเนินการคือการเปิดร้านโชห่วยถูกใจตามโครงการลดค่าครองชีพประชาชนของรัฐบาล เป้าหมาย 10,000 แห่งทั่วประเทศเพื่อให้เป็นจุดช่วยลดภาระประชาชน โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาต่ำกว่าตลาด ส่วนอาหารสำเร็จรูปที่ปรับขึ้นไป ก็มีราคาแนะนำ 10 เมนู ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี และกระทรวงฯก็ได้ติดตาม แต่ยอมรับว่าราคาแนะนำ 10 เมนูอาจจะไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้ง 100% แต่จะครอบคลุมพื้นที่อยู่ 30-50%