ข่าว

พบแล้วศพที่3เหยื่อนั่งร้านโรงหนังถล่ม

พบแล้วศพที่3เหยื่อนั่งร้านโรงหนังถล่ม

14 พ.ค. 2552

ขุดเจาะศพคนงานก่อสร้างถูกปูนทับรายที่ 3 ได้แล้ว เทศบาลนนท์ ปิดประกาศเป็นเขตอาคารพิบัติ ฝ่าฝืนโทษอาญาปรับหนัก

(14พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้า 3 คนงานเคราะห์ร้ายที่กำลังก่อสร้างเทปูนโครงการก่อสร้างโรงภาพยนตร์เอสพานาด สาขาแคราย ถูกปูนถล่มทับร้านลงมาฝังจนเสียชีวิตทั้ง 3 คน ซึ่งเมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิสามารถทำการกู้ศพผู้เสียชีวิตมาได้เพียง 2 คนเท่านั้น ส่วนศพที่สามคือนายคำแสง ยาราช คนงานคราะห์ร้ายอีกคนนั้น

 ในวันนี้ตั้งแต่เวลาช่วงเช้ามืด ทางเจ้าหน้ามูลนิธิ ได้ทำการเคลื่อนย้ายนั่งร้านบางส่วนที่ปิดทับอยู่ในจุดที่ค้นพบศพออกไป จากนั้นจึงใช้เครื่องมือขุดเจาะ มาทำการขุดกะเทาะปูนซีเมนต์ ที่กลบทับฝังร่างของ นายคำแสง ยาราช ทั้งแต่เช้ามืด

 จนกระทั่งต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงสามารถช่วยกันนำร่างของนายคำแสง ซึ่งถูกปูนทับทั้งตัว ขึ้นมาจากกองปูนซีเมนต์ได้ โดยสภาพศพผู้ตายนอนคว่ำหน้า สวมหมวกนิรภัย อยู่ในชุดทำงานที่ขาดหลุดหลุ่ย ตามลำตัวและใบหน้าเต็มไปด้วยเศษปูน ที่เกาะติดอยู่

 ทันทีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยกันนำศพของนายคำแสงออกมาได้ นางวิเชียร ยาราช ภรรยาของผู้ตายได้เดินเข้ามาดูศพ และยืนร้องไห้เสียใจอยู่ข้างพร้อมกับยืนยันว่า ศพที่พบคือนายคำแสง สามีของตนเอง ก่อนที่ทางญาติ ๆ จะช่วยกันพาตัวนางวิเชียรออกไป เพื่อให้สงบสติอารมณ์

 จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำศพของนายคำแสงส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อทำการชันสูตรต่อไป

 ในเวลาต่อมานายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศบาลนครนนทบุรี พร้อมด้วยนายคม แสงบำรุง ผู้อำนวยการควบคุมอาคาร และผังเมืองของเทศบาลนครนนทบุรี ได้เดินทางมายังบริเวณสถานที่ก่อสร้างดังกล่าว พร้อมกับนำคำสั่งการระงับการก่อสร้างของทางเทศบาลจำนวน 4 ฉบับ มาติดแจ้งให้ทางบริษัทเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ พรอพเพอร์ตี้จำกัด รับทราบ และปฎิบัติตามคำสั่งที่บริเวณทางเข้าและเสาภายในอาคารที่ก่อสร้างด้วยกันจำนวน 3 จุด

 โดยคำสั่งทั้ง 4 ฉบับประกอบไปด้วย 1.คำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 40 ( 1 ) 2.คำสั่งห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารหรือบริเวณอาคารตามมาตรา 40 ( 2 ) 3.คำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขและให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อย้านย้ายอาคารหรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ตามมาตรา 41 ( ในกรณีที่กระทำให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต ) และ 4.คำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขอาคารตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง ( กรณีที่อาคารมีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ซึ่งคำสั่งทั้ง 4 ฉบับของทางเทศบาลลงวันที่ 13 พ.ค.52 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา

 นายสมนึก กล่าวที่ว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุอีกครั้ง และนำคำสั่งของทางเทศบาลมาติดประกาศให้ทางบริษัทปฎิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อวานนี้หลังจากที่เทศบาลได้ประกาศให้อาคารที่กำลังก่อสร้างดังกล่าวเป็นเขตอาคารพิบัติไปแล้ว ในวันนี้จึงนำหมายคำสั่งมาติดเพื่อให้ทางบริษัทรับทราบอย่างเป็นทางการ

 ซึ่งคำสั่งดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ไปจนถึง 60 วัน เพื่อให้ทางบริษัทดำเนินการปรับปรุงแก้ไข และทำแผนเสนอในการก่อสร้างที่ต้องมีแบบมีระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่านี้ และจะต้องได้รับการรับรองจากสมาคมวิศวกรรม หรือผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ในการมาขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างใหม่

 จากนั้นทางเทศบาลจะเป็นผู้อนุมัติให้ดำเนินการต่อไป ซึ่งหากทางบริษัทฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ปฎิบัติตาม หรือแอบดำเนินการก่อสร้างต่อโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางเทศบาล ก็มีความผิดในคดีอาญา และมีโทษปรับรายวันไม่เกิน 1.2 แสนบาท ตามดุลยพินิจของศาล

 สำหรับในส่วนของความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตนั้น ในเบื้องต้นทางบริษัทเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด เจ้าของโครงการจะจ่ายค่าช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1 แสนบาท และทางบริษัท โฟคัส ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1 แสนบาทเช่นกัน รวมทั้งจ่ายค่าทำขวัญให้อีกรายละ 1 หมื่นบาทพร้อมกับค่าจัดงานศพให้กับคนงานเคราะห์ร้ายทั้ง 3 ราย

 ด้านนางมิฟู หมือไปกู่ อายุ 30 ปี พี่สาวของ นายอาจ่าง อาซอ หนึ่งในคนงานที่เสียชีวิต ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า น้องชายเป็นคนดี ขยันทำงาน และยังไม่มีครอบครัว ซึ่งเขาจะนำเงินที่ได้จากการทำงานส่งกลับไปเลี้ยงพ่อที่เชียงใหม่ เนื่องจากที่บ้านมีฐานะยากจน อีกทั้งยังเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านที่ช่วยทางครอบครัวทำมาหากิน

 ซึ่งการสูญเสียชีวิตของน้องชายไป ทำให้ครอบครัวขาดเสาหลักไป ซึ่งหลังจากนี้ไปครอบครัวตนไม่มีน้องชายช่วยทำงานแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าชีวิตครอบครัวจะเป็นอย่างไรต่อไป เงินช่วยเหลือที่จะได้มาประมาณ 2 แสน ถามว่าคุ้มค่ากับชีวิตของน้องชายตนเองที่เสียไปไหม มันไม่คุ้มหรอก เทียบกันไม่ได้ หากน้องชายตนยังอยู่เขาจะสามารถทำงานหาเงินดูแลครอบครัวได้มากกว่านี้

 ทั้งนี้ ทางครอบครัวตนก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องอะไรได้อีก คงต้องยอมรับตามที่บริษัทช่วยเหลือมา ซึ่งหลังจากเสร็จเรื่องแล้ว ตนจะนำศพน้องชายไปฝังตามหลักศาสนาคริสต์ ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป