ข่าว

'ชวนนท์'จวก'นายกฯ'ถกแก้ขอแพงสร้างภาพ

'ชวนนท์'จวก'นายกฯ'ถกแก้ขอแพงสร้างภาพ

02 พ.ค. 2555

'ชวนนท์' จวก 'ยิ่งลักษณ์' ประชุมแก้ขอแพงแค่สร้างภาพ ชี้ประเมินรัฐบาลได้คะแนนติดลบ จ่อฟ้องกลับ 'พร้อมพงศ์' ฐานแจ้งความเท็จ ยันทำตามหน้าที่สอบรถนำขบวน

                    2 พ.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุม เรื่องการแก้ไขปัญหาของแพงว่า เป็นเพียงการสร้างภาพ และให้ข่าวเพื่อสะกดจิตประชาชนว่าของยังไม่แพง ทั้งๆที่อัตราเงินเฟ้อชี้ชัดว่าราคาสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ประชาชนเดือดร้อน แต่รัฐบาลกลับไม่มีความตั้งใจในการที่จะยอมรับปัญหาและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การนำชาร์ตราคาสินค้ามาเปรียบเทียบ และเลือกเพียงบางตัวว่าถูกกว่าสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น เป็นการใช้ภาพกลบเกลื่อนข้อเท็จจริง และที่ตลกร้ายไปกว่านั้น ก็คือราคาสินค้าควบคุมที่รัฐบาลชี้แจงนั้น เมื่อไปตรวจสอบกับราคาขายจริงก็ปรากฎชัดว่า ราคาสินค้าแพงกว่าราคาควบคุมที่รัฐบาลพยายามสะกดจิตประชาชาชน

                    นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลพยายามโยนความผิดโดยใช้คำว่า “ปัจจัยภายนอก” “เศรษฐกิจเปิด ไม่สามารถควบคุม” มาเป็นข้ออ้างต่อการไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความรับผิดชอบในการดูแลประชาชน ทั้งๆ ที่ราคาสินค้าส่วนใหญ่ที่ปรับสูงขึ้นในขณะนี้เกิดจากนโยบายของรัฐบาลเองทั้งสิ้น ดังนั้นตนจึงแปลกใจที่นักเศรษฐศาสตร์ให้คะแนนรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารเศรษฐกิจ 3.83 จากคะแนนเต็ม 10 เพราะหากเป็นประชาชนในประเทศประเมินนั้น รัฐบาลคงได้ติดลบ และโดนไล่ออกกันทั้งคณะแล้ว ตนอยากให้รัฐบาลหันมาสนใจนโยบายที่เป็นผลงานยอดแย่ของรัฐบาล คือการยกเลิกกองทุนน้ำมัน โครงการจำนำข้าวที่ล้มเหลว มีการทุจริต คอร์รัปชั่น เกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ ทำลายขีดความสามารถในการส่งออกข้าวของไทย ก่อหนี้ค้างชำระที่ธกส. 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท และต้องจัดงบชดเชยนโยบายนี้ปีละ 5 แสนล้าน และผลวิจัยพบว่าเกษตรกรได้รับผลประโยชน์เพียง 37% แต่คนไทยต้องซื้อข้าวสารแพงขึ้นอีก 10% นโยบายเรื่องการแจกแทปเลต ซึ่งก็ผิดสัญญา

 

จ่อฟ้องกลับ'เด็จพี่'ฐานแจ้งความเท็จ

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงกรณีที่ถูก นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ขู่ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท เรื่องใช้รถตำรวจนำขบวน ว่า ไม่ทราบว่านายพร้อมพงศ์ จะมาฟ้องตนในข้อหาอะไร เพราะตนไม่ใช่ผู้ที่เปิดเผยเรื่องดังกล่าวเป็นคนแรก และการตรวจสอบก็ทำตามหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างถูกต้อง แต่นายพร้อมพงศ์ เองต่างหากที่ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่การทำงานปฏิเสธการตรวจสอบและใช้กฎหมายเรื่องการฟ้องร้องมาข่มขู่ ปิดกั้น ผู้ที่ต้องการค้นหาความจริง ตนอยากบอกนายพร้อมพงศ์ว่า ตนไม่มีปัญหาหากนายพร้อมพงศ์จะฟ้องร้อง เพราะตนก็จะฟ้องกลับนายพร้อมพงศ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จทันทีเช่นเดียวกัน

 

ส.ส.ปชป. จี้ กกต. เร่งตรวจสอบนโยบายค่าแรง300

                    นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลกรณีค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ของรัฐบาลยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงว่า วันนี้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯบริหารประเทศมาร่วม 8 เดือนแล้ว แต่ปรากฏว่า มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300บาทตามนโยบายเพียง 7 จังหวัดนำร่องเท่านั้น ที่เหลืออีก 70 จังหวัดพี่น้องผู้ใช้แรงงานยังตั้งตารอคอยว่าจะได้เมื่อไหร่ ไม่เป็นจริงว่าทำทันที จึงอยากถามคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า การที่พรรคเพื่อไทยประกาศใช้นโยบายในลักษณะสัญญาว่าจะให้ คือ ประกาศว่าจะทำทันที ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลและพอได้เป็นรัฐบาลแล้ว กลับไม่สามารถทำได้ทันทีตามที่ประกาศไว้ แต่ไปเลี่ยงใช้วิธีการแบบศรีธนชัยคือ ประกาศใช้ไปก่อนแค่ 7 จังหวัด โดยอ้างว่าได้ทำแล้ว ที่เหลือก็รอปี 56 ว่าจะเข้าข่ายผิดกฏหมายเลือกตั้งหรือไม่ ที่ประกาศนโยบายที่หวังผลในคะแนนนิยม โดยการทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม เพราะก่อนการเลือกตั้ง กกต.เองประกาศว่า นโยบายของพรรคการเมืองเป็นเหมือนสินค้า หากสินค้าดีคนก็เลือกซื้อ แต่เวลานี้ดูเหมือนว่าสินค้าที่นำมาเสนอขายมีปัญหาไม่สามารถใช้ได้จริงตามที่ได้โฆษณาไว้ กกต.ในฐานะผู้ทำหน้าที่เหมือน สคบ.ก็ต้องตามตรวจสอบดูว่า เป็นการต้มตุ๋นหลอกลวงชาวบ้านให้มาซื้อสินค้านี้หรือไม่