ข่าว

'ปู'เรียกครม.ถกแก้เงินเฟ้อ-สินค้าแพง

'ปู'เรียกครม.ถกแก้เงินเฟ้อ-สินค้าแพง

01 พ.ค. 2555

'นายกฯ' เรียกประชุมครม.วาระพิเศษ แก้ปัญหาเงินเฟ้อและสินค้าราคาสูง ด้าน 'กิตติรัตน์' ยันรัฐบาลไม่มีแผนขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม-เพิ่มภาษีร้อยละ1

                    1 พ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจวาระพิเศษที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีวาระการประชุมคือเรื่องของสินค้าราคาสินค้าที่พุ่งขึ้นสูง โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย นายวีระพงษ์ รามางกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจเข้าร่วม

                    นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวขณะเริ่มประชุมว่า การประชุมครั้งนี้จะวิเคราะห์ถึงภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอี เพื่อหามาตรการเสริมโดยปัญหาเร่งด่วนวันนี้คือเรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานที่มี่แนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแก้ไขปัญหาราคาแพง ที่ขณะนี้มีปัญหาสองส่วนคือปัญหาวัตถุดิบที่มี่ต้นทุนราคาถูก แต่หลังจากทำเป็นสินค้าสำเร็จรูปหรืออาหารจะเป็นราคาแพง ดังนั้นขอให้กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ต้นทุน ในส่วนประกอบทุกส่วน พร้อมกันนี้ให้ดูว่าสินค้าชนิดใดมีราคาสูงและสินค้าใดที่มีราคาปรับลดลง

 

'กิตรัตน์' ยันรัฐไม่มีแผนขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม-เพิ่มภาษี

                    วันเดียวกัน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวแถลงหลังการประชุมครม.เศรษฐกิจวาระพิเศษ  พร้อมด้วย นายบุญทรง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ว่า ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันในเรื่องของราคาสินค้าที่ขึ้นสูง เพราะแสดงได้จากอัตราเงินเฟ้อที่เป็นบวก ซึ่งก็หมายถึงราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าหากตัวเลขแสดงเป็นลบแล้วก็จะส่งถึงสัญญาณที่ไม่ดีเหมือนกัน โดยรัฐบาลได้จับตาดูกรอบอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในภาวะปกติที่ร้อยละ 2 ร้อยละ 3.5 โดยหลังจากภาวะวิกฤตน้ำท่วมทำให้มีปัญหาในเรื่องของอุปทาน ทำให้ราคาสินค้ามีปัญหา และในช่วงไตรมาสที่หนึ่งของปีราคาพลังงานในตลาดโลกสูงขึ้น ราคาน้ำมันต่อบาร์เรลจากที่เคยอยู่ที่ 80 เหรียญฯ ก็ขยับขึ้นไปเป็น 120 เหรียญฯ ในช่วงหนึ่ง ทางรัฐบาลเองก็ได้ดำเนินมาตารการประครองไม่ให้สินค้าเพิ่มขึ้นจากภาวการณ์เปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งก็ถือว่าได้ผลในระดับหนึ่ง จากการติดตามราคาสินค้าสำคัญหลายรายการรวมทั้งส่วนที่เป็นสาเหตุทำให้สินค้าและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นก็เริ่มแสดงความผ่อนคลาย จากการเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

                    นายกิตติรัตน์ ยังได้ชี้แจงถึงการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 1 ว่ารัฐบาลไม่เคยมีแผนการในการปรับอัตราภาษีใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้กระทรวงพลังงานจะไม่มีการปรับราคาก๊าซหุงต้มครัวเรือนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แม้ว่าประเทศไทยจะจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม ส่วนการลอยตัวก๊าซ LPG ในภาคอุตสาหกรรมนั้นก็ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งมั่นใจว่าภาคอุตสาหกรรมนั้นจะสามารถรับได้

                    ด้านนายบุญทรง กล่าวว่า ตัวเลขค่าเงินเฟ้อในปัจจุบันถือว่าแรงจูงใจในการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการในการที่พอปรับราคาได้บ้าง แต่ต้องไม่สูงจนเกินไปจนเป็นปัญหา ส่วนหลังจากภาวะน้ำท่วมนั้นตัวเลขเศรษฐกิจก็ยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวอย่างเป็นลำดับ โดยตั้งแต่เดือนเม.ย.กำลังอุตสาหกรรมนั้นก็กำลังกลับมาอยู่ในขั้น 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์

                    นายยรรยง กล่าวว่า ถ้าดูจากดัชนีแนวโน้มผู้บริโภค (CPI) นั้นมีแนวโน้มลดลง ที่น่าดีใจคือในหมวดของอาหารโดยรวมทั้งอาหารสด และสำเร็จรูป นั้นมีแนวโน้มลดลง แต่ผลไม้นั้นมีแนวโน้มสูงขึ้น ตอนนี้ทางนายกรัฐมนตรีเองได้กำชับให้ดูแลประชาชนในเรื่องของอาหาร โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการในการดูแลในหมวดของอาหารที่สำคัญให้มีการปรับราคาที่เป็นธรรม