ข่าว

'จ่าประสิทธิ์'หลุดด่า'ปากหมา-ปากตลาด'

'จ่าประสิทธิ์'หลุดด่า'ปากหมา-ปากตลาด'

01 พ.ค. 2555

ประชุมแก้รธน.ดุเดือด'จ่าประสิทธิ์'หลุดด่า'ปากหมา-ปากตลาด' ขณะที่'ฝ่ายค้าน'ไม่เห็นด้วย ประธานสภา เลือก สสร.วิชาการ ด้าน'สามารถ'แจงละเอียด อำนาจประธานรัฐสภา 7 ประเด็น พน้อมระบุ ม.122 คลุมให้ สส.-สว.ใช้เอกสิทธิ์เหนือการควบคุมของพรรค

                      1 พ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... วาระที่สอง เป็นวันที่เก้า ได้เข้าสู่เนื้อหาของมาตรา 291/6 ว่าด้วยที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) สายวิชาการ จำนวน 22 คน ในช่วงบ่ายบรรยากาศเป็นไปอย่างวุ่นวาย เนื่องจากมีการประท้วงสลับไปมาระหว่าง สส.พรรคเพื่อไทย  และสส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในช่วงการอภิปรายของ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายว่าตนไม่เชื่อว่า สส.บางพรรคจะมีเอกสิทธิ์ในการลงคะแนนเลือก สสร. อย่างอิสระได้ เพราะถูกควบคุมด้วยท่อน้ำเลี้ยง 1 แสน-1.5 แสนบาท ทำให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงการอภิปรายของ น.ส.รังสิมา ว่าอภิปรายนอกประเด็น และการอภิปรายเช่นนี้เรียกว่าปากหมา ปากตลาด 

                      จากนั้นมี สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกประท้วงของให้ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสั่งให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ถอนคำพูด ซึ่ง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ได้ยอมถอน

                      ทั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศการอภิปรายกลับมาเป็นปกติ  เพราะมี สส.พรรคประชาธิปัตย์ หลายคนได้ติดใจและประท้วงการทำงานของ พล.อ.ธีรเดช ว่า ไม่ได้ทำหน้าที่ อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ อีกทั้งตามมาตรฐานสากลสุภาพบุรุษต้องให้เกียรติสุภาพสตรี

                      ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ทำให้รัฐสภาเสียหาย เพราะใช้ลักษณะการประท้วงเพื่อด่าสมาชิกรัฐสภา จากนั้นได้ถอนคำพูด ดังนั้นขอให้ประธานที่ประชุมต้องหามาตรการและวางข้อกำหนดให้ชัดเจน โดย พล.อ.ธีรเดช กล่าวตัดบทว่า คราวหน้าจะมีมาตรการในเรื่องนี้ให้ชัดเจน

                      หลังจากนั้น น.ส.รังสิมา อภิปรายต่อว่า หากอยู่ในพรรคการเมือง พรรคให้เลือก นาย ก. แต่ตนเองไปเลือก นาย ข. เมื่อทางพรรครู้ ก็จะตัดน้ำเลี้ยงและตัดออก ทั้งนี้หากมีบัญชีเช่นนี้ และให้สมาชิกรัฐสภา ลงคะแนนเลือก สสร.จะกลายเป็นบัญชีบาป เลือกไปแล้วได้คนที่ถูกบล็อกไว้ รัฐธรรมนูญก็จะถูกบล็อกกลายเป็นรัฐธรรมนูญของประธานรัฐสภา ทั้งนี้ตนไม่กังวลเรื่องการบล็อกโหวตเลย หากสมาชิกมีสมอง แต่นี่เป็นสมาชิกที่มีแต่กะโหลก ไม่มีสมอง หันซ้ายหันขวา ตามคำบัญชา

                      อย่างไรก็ตาม ทำให้ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกประท้วงคำพูดของ น.ส.รังสิมา และให้ถอนคำพูด ซึ่ง น.ส.รังสิ มาได้ยอมถอนแต่โดยดี


ฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วย ประธานสภา เลือก ส.ส.ร.วิชาการ

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... วาระที่สอง ซึ่งการพิจารณาได้ล่วงเข้าสู่วันที่เก้า  ในส่วนเนื้อหาของมาตรา 291/6 ว่าด้วยที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) สายวิชาการ จำนวน 22 คน โดยเมื่อเวลา 10.45 น.  ได้เริ่มเข้าสู่เนื้อหาตามที่มีผู้สงวนคำแปรญัตติไว้ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเป็นการคัดค้านและไม่เห็นด้วยสาระของมาตราดังกล่าว ตามร่างแก้ไขที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากยืนยัน โดยเฉพาะประเด็นที่ให้อำนาจประธานรัฐสภา เป็นผู้ที่กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก สสร.สายวิชาการ จำนวน 22 คน
 
                       โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  อภิปรายว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบหลักเกณฑ์ว่าจะมีการลงคะแนนเลือกตัวแทนของสถาบันการศึกษาที่ส่งรายชื่อมาอย่างไร  เบื้องต้นทราบจากกรรมาธิการฯ บางคนว่า ให้สมาชิกรัฐสภา 1 คนเลือกได้ตามจำนวน  22 คน ดังนั้นแนวโน้มการลงคะแนนของเสียงส่วนใหญ่จะเป็นไปตามมติของพรรค ซึ่งถือขัดต่อเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม  นอกจากนั้นแล้วตนขอเสนอให้ตัดในส่วนขององค์กรที่เสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหา ในส่วนขององค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เนื่องจากว่าไม่มีกติกากำหนดที่รัดกุม ที่จะป้องกันไม่ให้บุคคลที่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองเข้ามาในขั้นตอนดังกล่าวได้ หากไม่ตัดองค์กรที่ตนเสนอ ควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน เช่น เป็นองค์กรแบบไหน มีกฎหมายรองรับ หรือ มีอายุการก่อตั้งเมื่อใด  เป็นต้น

                      “ความพยายามกินรวบ เชื่อว่ามีปัญหาอย่างแน่นอน เหมือนกับการคัดสรรกรรมการ กสทช. และจะกลายเป็นความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 

'สามารถ'แจงละเอียด อำนาจประธานรัฐสภา 7 ประเด็น

                       นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าหากพิจารณาอำนาจของประธานรัฐสภา ที่ระบุไว้ในมาตรา291/6  พบมี 7 ประเด็น ได้แก่ 1.กำหนดว่าองค์กรภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม และภาคเอกชนใดบ้าง ที่มีสิทธิ์เสนอรายชื่อบุคคลให้เข้ารับการเลือกเป็น สสร. โดยองค์กรที่จะเสนอชื่อได้ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย  เบื้องต้นคาดว่าจะมีการส่งรายชื่อมาไม่ต่ำกว่า 2,000 ชื่อ 2.อำนาจในการตั้งกรรมการจำนวน 15 คน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร. 3.นำรายชื่อของบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม มาจำแนกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน, ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และกลุ่มผู้มีประสบการณ์
       
                       นายสามารถ กล่าวต่อว่า 4.เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกรัฐสภา ลงคะแนนเลือกบุคคลให้มาเป็น สสร.สายวิชาการจำนวน 22 คน 5.จับฉลากตัดสินในกรณีที่มีบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร. ได้รับคะแนนเท่ากัน 6.กำหนดหลักเกณฑ์ในการแก้ไขปัญหา เช่น เมื่อ 1 ใน 6 ของรายชื่อที่องค์กรหนึ่งเสนอ ตรวจพบว่าขาดคุณสมบัติรับเลือกเป็น สสร. ประธานรัฐสภาอาจกำหนดให้องค์กรนั้นๆ เสนอรายชื่อเข้ามาเพิ่มเติม เป็นต้น และ 7.ประกาศรายชื่อ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก เป็น สสร. ในราชกิจจานุเบกษา
       
                       “ผมมั่นใจว่าประธานรัฐสภาต้องดำเนินกาตามหลักเกณฑ์และกฎหมาย ซึ่งการทำงานของประธานรัฐสภาจะอยู่ท่ามกลางการจับตามมองของสมาชิกรัฐสภาและไม่มีความเป็นไปได้ว่า ประธานรัฐภสาจะไปกำหนดรายชื่อองค์กรที่เสนอชื่อบุคคลที่จะได้การสรรหาเป็น สสร.” นายสามารถ ชี้แจง
 

ระบุ ม.122 คลุมให้ สส.-สว.ใช้เอกสิทธิ์เหนือการควบคุมของพรรค

                      นายสามาถ ชี้แจงต่อว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 122ที่ระบุว่า สส. และสว. เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในการผูกมัด หรือการครอบงำใดๆ  และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์  โดยตนเชื่อว่าในศักดิ์ศรีของ สส. จำนวน 499 คน และสว. 146 คน จะคัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร.ที่ดีที่สุด เหมาะที่สุด และจะได้ สสร.ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และที่สำคัญการลงคะแนนเลือก สสร. เป็นการลงคะแนนลับ เท่ากับว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนมีเอกสิทธิ์ที่จะลงคะแนนโดยไม่อยู่ภายใต้การสั่งการของใคร