ข่าว

'อภิสิทธิ์'ยินดี111พ้นโทษตัดสิทธิการเมือง

'อภิสิทธิ์'ยินดี111พ้นโทษตัดสิทธิการเมือง

01 พ.ค. 2555

'อภิสิทธิ์'ยินดี'111'พ้นโทษตัดสิทธิการเมือง พร้อมเตือน'รมว.พลังงาน'ขึ้นแก๊สหุงต้ม ซ้ำเติมภาระประชาชน

               1 พ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสมาชิกบ้านเลขที่ 111  ที่จะพ้นจากการถูกตัดสิทธิ์การเมืองในวันที่ 30 พ.ค.นี้ว่า  ยินดีกับนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ที่กำลังจะพ้นจากการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง  และเป็นสิทธิ์ที่แต่ละคนจะเลือกว่า จะเข้าสู่การเมืองหรือไม่ โดยคนเหล่านี้ไม่ใช่คนใหม่ในแวดวงการเมือง และหลายคนก็ยังมีบทบาทอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ก็ถือว่าคนเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในซีกรัฐบาล จึงเป็นเรื่องที่ภายในของรัฐบาลที่จะบริหารจัดการอย่างไร สำหรับตนยืนยันมาตลอดว่าการเมืองต้องมีทางเลือกให้กับประชาชน จึงไม่มีปัญหาที่คนเหล่านี้จะเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้ง
 
                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงใหม่ เขต 3 นั้น ตนได้คุยกับรองหัวหน้าภาคเหนือแล้วคาดว่าสัปดาห์นี้จะได้ตัวผู้สมัคร

 


“มาร์ค”เตือนรมว.พลังงานขึ้นแก๊สหุงต้ม ซ้ำเติมภาระประชาชน

                นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ รมว.พลังงาน เตรียมขึ้นค่าแก๊สหุงต้ม 7.50 บาท ในเดือนต.ค.ว่า เป็นนโยบายที่ผิด เพราะก๊าซธรรมชาติเป็นสมบัติของประชาชนทั้งประเทศ มีเพียงพอที่จะใช้ในครัวเรือนและภาคการขนส่ง จึงไม่มีเหตุผลที่คนไทยจะต้องจ่ายแพงกว่าต้นทุน โดยต้องจ่ายในราคาตลาดโลกตามที่ รมว.พลังงาน ออกมาระบุ และถ้ารัฐบาลดำเนินนโยบายเช่นนี้ก็เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งผลสำรวจทุกสำนักและที่ตนพบปะกับประชาชนก็ยืนยันตรงกันว่าความเดือดร้อนอันดับหนึ่งของประชาชนในขณะนี้คือปัญหาเรื่องค่าครองชีพ หากรัฐบาลยังกำหนดนโยบายผิดพลาด นอกจากทำให้ประชาชนเดือดร้อนแล้วยังกระทบต่อภาวะเงินเฟื้อและความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจภาพรวมด้วย

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้วันแรงงานก็มีการสำรวจความคิดเห็นพบว่าสภาพเศรษฐกิจของแรงงานไม่ดีขึ้น หลังจากมีการปรับคร่าแรง 300 บาท 7 จังหวัด เพราะราคาสินค้าสูงขึ้นมาก รายได้ไม่พอกับรายจ่าย การที่ รมว.พลังงาน อ้างว่า จะต้องปรับราคาแก๊สหุงต้มให้เท่ากับภาคขนส่งที่ทยอยปรับไปก่อนหน้านี้และจะลอยตัวในที่สุดนั้นไม่มีเหตุผลรองรับ ตนยืนยันว่าภาคอุตสาหกรรมควรจ่ายในราคาลอยตัว แต่ภาคขนส่งและครัวเรือนไม่มีเหตุผลว่าจะจ่ายในราคาลอยตัวไปทำไม ประชาชนในประเทศควรใช้ในราคาต้นทุน ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยทางเศรษฐกิจหลายสำนักก็วิเคราะห์ตรงกันว่าทั้งค่าแรงขั้นต่ำ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อเหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอต่อรัฐบาลมาโดยตลอดว่า นโยบายของรัฐบาลไปเพิ่มต้นทุนสินค้าทุกชนิด จึงต้องทบทวนท่าทีในเรื่องพลังงานและเร่งหามาตรการรองรับเกี่ยวกับผลกระทบค่าแรง 300 บาท แต่ถ้ายังเดินนโยบายต่อไปเช่นนี้ก็เป็นห่วงว่าอาจมีผลต่อการควบคุมอัตราเงินเฟ้อและภาระจะตกอยู่ที่ธปท.ที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยเป็นการเพิ่มภาระให้ภาคธุรกิจและประชาชน ในขณะนี้รัฐบาลควรย้อนกลับไปดูว่าปัญหาของผู้ใช้แรงงานที่ค้างคาอยู่มีอะไรบ้าง เช่นการปฏิรูประบบประกันสังคมให้ได้ใช้สิทธิประโยชน์ดีขึ้นตามแนวทางที่รัฐบาลที่แล้วได้จัดทำร่างกม.ไว้ และต้องมีการบริหารกองทุนสวัสดิการสังคมให้มีความโปร่งใส รวมทั้งให้แรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม เรื่องนี้สำคัญทั้งนั้น ไม่ควรมุ่งที่การขึ้นค่าแรงเท่านั้น และการขึ้นค่าแรงในขณะที่หลายฝ่ายยังไม่พร้อมก็ต้องดูผลกระทบที่ตามมาด้วย