
ถึงเวลาจัดระเบียบใหม่แก่ชาวสวนยาง
ถึงเวลาจัดระเบียบใหม่แก่ชาวสวนยาง : แลกคนละหมัด โดย ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย / [email protected]
ราคาน้ำยางพาราในปัจจุบันดูเหมือนกับว่ามีปัญหาน้อยลงในปัจจุบันจึงไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา อย่างไรก็ตามใช่ว่าราคาน้ำยางจะขึ้นหรือลดลงนั้นสร้างความพอใจแก่เกษตรกร อย่างที่หลายๆ คนนั้นมุ่งไปแก้ไขที่เรื่องของราคาน้ำยางอย่างเดียว เนื่องจากความสัมพันธ์แรงงานของตลาดการแบ่งปันผลผลิตน้ำยางไม่เหมือนตลาดตัวอื่นๆ ในสังคม เพราะผู้ใช้แรงงานอยู่ในฐานะหุ้นส่วนซึ่งสามารถกำหนดเป็นสัดส่วน 60:40 การแบ่งปันรายได้ดังกล่าว เจ้าของสวนไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะเห็นว่าผู้ใช้แรงงานไม่ได้ลงทุนทำอะไรนอกจากการใช้ทักษะในการกรีดยางอย่างเดียว ซึ่งเหมือนกับว่าก่อนการกรีดยางนั้น เจ้าของสวนนั้นได้ลงทุนเงินเป็นจำนวนมากในรูปแบบต่างๆ ก่อนที่จะได้เป็นน้ำยางในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์แรงงานแบบดังกล่าวจึงถือว่าไม่มีความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม การแบ่งสัดส่วนของการกระจายผลผลิตในรูปแบบของหุ้นส่วนนั้นมาจากธรรมเนียมปฏิบัติแบบเดิมที่ผ่านมาที่อยู่บนพื้นฐานของเครือญาติ จึงมีการแบ่งในสัดส่วนที่เป็นธรรมแก่เครือข่ายของตนเองแต่เมื่อเกิดการขาดแคลนแรงงานรูปแบบดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ด้วยในการกำหนดสัดส่วนของการกระจายแบบหุ้นส่วน ซึ่งส่งผลเมื่อมีแรงงานต่างด้าวรูปแบบและวิธีการจัดตั้งความสัมพันธ์แบบนี้ก็ถูกใช้อย่างอัตโนมัติ ทำให้ดูเหมือนกับว่าการทำงานในแต่ละวันนั้นสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำแก่ลูกจ้างเฉลี่ยวันละ 2-3 พันบาท ซึ่งทำงานไม่กี่ชั่วโมงและมีความสามารถในการต่อรองที่ดีกว่าลูกจ้างชาวไทย เนื่องจากมีระเบียบวินัยที่ดีกว่าและไม่ค่อยข้องแวะในด้านการเงินกับเจ้าของสวน ปัจจุบันเครือข่ายแรงงานต่างด้าวชาวพม่า มอญ มีบทบาทต่อการสร้างความมั่นคงในการป้อนผลผลิตสู่ตลาดน้ำยางแก่ชาวสวนด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งเกิดความไม่พอใจส่วนนี้เพราะเป็นส่วนที่มาเรียกร้องการกระจายรายได้ในฐานะหุ้นส่วนซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินกิจกรรมเริ่มต้น
ปัญหานี้จึงมีความสำคัญของตัวแบบในการออกแบบความสัมพันธ์ตลาดว่าได้ออกแบบความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนหรือสหาย แต่การลงทุนนั้นมีความแตกต่างกันซึ่งการไปต่อรองนั้นก็ทำได้ยากเนื่องจากเป็นรูปแบบการผลิตที่ต่อเนื่อง จึงไม่สามารถจัดการระดมแรงงานได้หรือการจ้างงานเป็นชิ้นงานที่มีความหมายมากกว่าการกำหนดราคาอย่างเดียวอย่างที่เข้าใจกันในส่วนแบ่งของรายได้ ปัญหานี้จึงกลายเป็นปัญหาที่แหลมคมในปัจจุบันอย่างมาก เหมือนกับว่าไม่สามารถที่จะกำหนดความชัดเจนในตลาดแนวปฏิบัติที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่ต้องลงมาจัดระเบียบดังกล่าวหากต้องการพัฒนาเศรษฐกิจน้ำยางในฐานะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไปอย่างเช่น การกำหนดให้มีการจดทะเบียนแรงงานนอกระบบให้อยู่ในระบบ
นอกจากนั้นหากรายได้เดือนละ 3-4 หมื่นขึ้นไปจะเป็นชาวสวนหรือลูกจ้างน่าจะมีการเก็บภาษี เพราะไม่มีที่ไหนในโลกนั้นเมื่อเผชิญปัญหาเรื่องรายได้ขอให้รัฐช่วยเหลือ แต่เมื่อได้ประโยชน์ไม่เคยคิดที่จะจ่ายภาษีในอาชีพที่ตนเองดำเนินกิจการแม้ว่าตนเองอยู่ในฐานะที่เหมือนกว่าอาชีพอื่นๆ ซึ่งในส่วนนี้เมื่อปลดเกษียณการทำงานก็สามารถได้เงินชดเชยเหมือนกับกองทุนทั่วไปอันทำให้เป็นเศรษฐทรัพย์ของสังคมอย่างแท้จริง
ปัญหาในวันนี้ของยางพาราเรามุ่งแก้ไขปัญหาราคาในตลาด แต่ถามว่าใครได้ประโยชน์จากราคาที่เพิ่มขึ้น คำตอบคือพ่อค้า ไม่ใช่ชาวสวนอันดับแรก ชาวสวนได้ประโยชน์ต้องมาแบ่งปันรายได้กับลูกจ้าง ซึ่งหากพิจารณานั้นไม่ก่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาทางสังคมแต่เป็นเรื่องส่วนตัวเป็นหลักและส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงานในสาขาอื่นๆ เพราะเปิดกว้างเกินไปก็ความไร้ระเบียบด้านความสัมพันธ์แรงงาน ทำให้ภาคบริการอื่นๆ นั้นมีความอ่อนแอลงอย่างที่เห็นคือขาดแคลนแรงงานอย่างธุรกิจประเภทช่างต่างๆ ที่จำเป็นในการขยายตัวของเมือง หลายๆ คนมักแสดงความคิดในการขยายการผลิตต่อไปในการทำสวนยางแต่ไม่ได้ดูว่าสุดท้ายนั้นได้สร้างความมั่งคั่งให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างไรที่เชื่อมโยงกันด้านธุรกิจและยังไม่สายที่จัดระเบียบใหม่แก่สังคม



