ข่าว

ภ.7แถลงจับแก๊งทวงหนี้รับจ้างฆ่าโหด

ภ.7แถลงจับแก๊งทวงหนี้รับจ้างฆ่าโหด

30 เม.ย. 2555

จับแก๊งทวงหนี้ 'นอกระบบ' รับจ้าง 'แก๊งปล้นทรัพย์' ฆ่าโหดเพื่อนร่วมแก๊งเดียวกัน เหตุแค้นที่ถูกข่มขู่ ฟ้องมีเมียน้อย หลังอมเงินส่วนแบ่งจากที่ปล้นมา

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 เม.ย. 55  ที่ห้องประชุมสำนักงานกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โดย พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7 , พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7 ร่วมกับ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบก.สส.ภ. 7 , พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 , พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุงรรณ์ ผกก.สภ.บางแพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ. 7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแพ ภ.จว.ราชบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายอนุวัฒน์ หรือตั้ม นาคป้อมฉิม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.6 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม หัวหน้าแก๊ง "นอกระบบ" , นายมานะ หรือแป๊ะ กลมจีน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และนายประยูร นันลา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/93 ม.7 ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันฆ่า และจ้างวานฆ่า นายชัยเดช แย้มดีเลิศ เหตุเกิดที่บริเวณข้างป่าละเมาะ ม.2 ต.หัวโพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 6 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา

          พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2555 เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บางแพ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพชายไทยถูกฆ่าอย่างทารุณ ทิ้งศพไว้ข้างป่าละเมาะ ม.2 ต.หัวโพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ทราบชื่อต่อมาคือนายชัยเดช แย้มดีเลิศ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 1 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี สภาพศพมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมที่บริเวณศีรษะจนกะโหลกแตก ที่ลำคอถูกปาดจนหลอดลมขาด และที่บริเวณท้องถูกแทงจนไส้ทะลักออกมานอกลำตัว 

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายชัยเดช ผู้ตายมีประวัติเคยถูกจับกุม ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์มาหลายครั้ง และได้เงินจากการปล้นทรัพย์มาหลายล้านบาท โดยมีนายประยูร นันลา ร่วมปล้นด้วย ก่อนที่จะถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 13 ปี 8 เดือน ซึ่งขณะที่นายชัยเดช ผู้ตายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว นายประยูร ได้ให้สัญญากับนายชัยเดช ผู้ตายว่า หากผู้ตายรับสารภาพคนเดียวไม่ซัดทอดเพื่อร่วมปล้น นายประยูร จะรับเป็นผู้ดูแลครอบครัวของผู้ตาย และจะเก็บเงินที่ร่วมกันปล้นไว้ให้ด้วย หากผู้ตายพ้นโทษให้มารับส่วนแบ่งไป ครั้นพอผู้ตายพ้นโทษออกมาจากเรือนจำกลางสมุทรปราการ เมื่อปี พ.ศ.2553 ผู้ตายก็ได้มาทวงถามเงินส่วนแบ่งของตนหลายครั้ง นายประยูร ก็ไม่ยอมให้ส่วนแบ่งตามที่สัญญากันไว้ จนผู้ตายเกิดโมโหจึงได้ข่มขู่นายประยูรว่า "หากไม่ให้เงินส่วนแบ่งก็จะนำเรื่องที่นายประยูร มีเมียน้อยไปบอกเมียหลวง และยังขู่ว่าจะยิงนายประยูร เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว" เป็นเหตุให้นายประยูร โกรธแค้นอย่างมาก จึงได้จ้างให้นายอนุวัฒน์ หรือตั้ม หัวหน้าแก๊งที่มีชื่อว่า “นอกระบบ” กับพวกเป็นเงิน 200,000 บาท วางแผนลวงไปฆ่าดังกล่าว 

          ผบช.ภ.7 กล่าวต่ออีกว่า แก๊งนอกระบบของนายอนุวัฒน์นั้น นอกจะรับจ้างทวงหนี้นอกระบบแล้ว ยังรับจ้างฆ่าและหลอกจำหน่ายพระปลอมด้วย โดยรถยนต์ทุกคันที่เป็นสมาชิกแก๊งต้องติดสติ๊กเกอร์ว่า “นอกระบบ” ซึ่งหลังจากที่รับจ้างฆ่านายชัยเดช สำเร็จแล้ว นายอนุวัฒน์และนายมานะ ก็ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติอยู่ที่บ้าน ต.ศาลายา จ.นครปฐม และมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้พร้อมกับนายมานะ หรือแป๊ะดังกล่าว โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตาย” โดยมีนายประยูร นันลา เป็นผู้ใช้จ้างวานฆ่า ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วนนายประยูร นันลา ผู้ใช้จ้างวานฆ่านั้น ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา (จึงไม่ได้นำตัวมาแถลงข่าว)ส่วนสาเหตุของการถูกฆ่าโหดนั้น มาจากการหักหลังเรื่องปล้นทรัพย์นั่นเอง

          นายอนุวัฒน์ หรือตั้ม หัวหน้าแก๊ง ”"นอกระบบ" บอกว่า หลังจากที่รับจ้างจากนายประยูร ให้ฆ่านายชัยเดช จึงได้วางแผนลวงนายชัยเดช ผู้ตาย ว่าจะให้ไปลักทรัพย์ในพื้นที่จ.ราชบุรี ที่นายชัยเดชคุยว่ามีความสามารถในการปล้นทรัพย์และลักทรัพย์ โดยตนและนายมานะหรือแป๊ะได้ขึ้นรถไปพร้อมกับนายชัยเดช ผู้ตาย เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ขณะที่นายชัยเดชเผลอตนก็ได้ใช้อาวุธมีดสปาต้าที่เตรียมไว้ฟันไปที่ศีรษะนายชัยเดช 1 ครั้ง แล้วฟันที่คอก่อนที่จะแทงซ้ำที่ท้องอีก 2 ครั้ง จนนายชัยเดชเสียชีวิตคาที่ จากนั้นตนก็ได้นำอาวุธมีดและโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปทิ้งที่สะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านอย่างเป็นปกติ และมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ขณะขับรถอยู่บนถนนสายศาลายา-พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม