
กระทุ้งรัฐเชื่อม'ท่าเรือระนอง-ทวาย'
หอการค้าระนองออกโรงกระทุ้งรัฐ เร่งหาทางเชื่อมท่าเรือระนองกับท่าเรือทวายของพม่า เพื่อดันเป็นฮับย่อยในการเชื่อมโยงเส้นทางการค้า การขนส่งสู่กลุ่มประเทศทางทะเลฝั่งอันดามัน
30เม.ย.2555 นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่าประเทศพม่ากำลังเดินหน้าโครงการก่อสร้างท่าเรือทวาย ที่พม่ากำหนดให้เป็นท่าเรือขนาดใหญ่รองรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางตอนใต้เชื่อมโยงการค้ากับหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางการค้ากับประเทศจีน ทำให้กลายเป็นโอกาสที่ดีของท่าเรือระนองที่จะหาช่องทางในการเชื่อมโยงกับท่าเรือทวายเนื่องจากจุดได้เปรียบที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงกับท่าเรือทวายได้ก็จะสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เส้นทางการค้า การขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามันได้
โดยต้องยอมรับในศักยภาพของท่าเรือระนองว่า ไม่สามารถที่จะผลักดันให้เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ได้มากไปกว่าในปัจจุบัน ดังนั้นจุดที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพของท่าเรือระนองได้คือจะต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับท่าเรืออื่นๆ โดยเฉพาะท่าเรือทวายที่ทุกฝ่ายมองว่ามีโอกาสที่ดีมากที่สุด เนื่องจากขณะนี้ทางประเทศจีนเข้ามาสนับสนุนท่าเรือดังกล่าว รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการจากไทย โดยต่อไปจะมีการตัดถนนเชื่อมโยงจากไทยผ่านด่านสิงขรเข้าไปยังท่าเรือทวายเพื่อใช้ท่าเรือทวายในการขนส่งสินค้าสู่ประเทศฝั่งอันดามัน
ดังนั้นท่าเรือระนองต้องใช้โอกาสนี้จะที่เข้าไปเชื่อมโยงให้ได้ รวมถึงผู้ประกอบการและนักลงทุนจากไทยก็ถือเป็นโอกาสที่จะเข้าไปสร้างฐานการลงทุนรองรับการขยายตัวของตลาดการค้า การลงทุน การขนส่งสินค้าในย่านดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดเป็นธรรมโดยเร็ว เพื่อที่ผู้ประกอบการจาสามารถวางแผนการดำเนินงาน เพื่อที่จะใช้ช่องทางในการขนส่งสินค้าโดยใช้ท่าเรือระนองได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการที่รัฐบาลจะต้องเร่งพัฒนาถนนและระบบรางในการรองรับแผนงานดังกล่าวด้วย
นอกจากแผนการเชื่อมโยงท่าเรือระนองกับท่าเรือทวาย รวมถึงท่าเรืออื่นๆ ในฝั่งอันดามันแล้ว ปัจจุบันยังมีปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องเร่งแก้ไขนั่นคือระบบการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ทำได้ลำบาก เพราะเส้นทางจากชุมพร-ระนอง มีความคดเคี้ยวมาก จึงใช้ได้เฉพาะทางรถยนต์ ซึ่งทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งที่สูง จึงขอเสนอให้ทางคณะกรรมาธิการฯ ช่วยการผลักดันระบบโลจิสติกส์การขนส่งระบบรางเชื่อมฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทยผ่านจังหวัดระนองและชุมพร ขยายถนนเพชรเกษมเป็น 4 เลน และขอเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้า ที่อำเภอกระบุรี รวมถึงการตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวในจังหวัดระนอง เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต
นางนฤมล กล่าวอีกว่า แผนการผลักดันท่าเรือระนองสู่เมืองท่า หรือศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าฝั่งอันดามันตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนอง และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนบนก็ยังคงดำเนินการต่อไป แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับความเป็นจริงเรื่องโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ยังไม่พร้อม และยังไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะให้บริษัทเดินเรือเข้ามาใช้บริการได้
แต่ก็มีหลายจุดที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้เช่นกันเพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร อาทิ ที่ทาง กทท.กำลังดำเนินการ และมีความเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือ การร่วมเป็นท่าเรือพี่ท่าเรือน้องกับท่าเรือจิตตะกอง ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศบังกลาเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ Karnaphuli ซึ่งการดำเนินการมีความคืบหน้าไปมากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงการจัดสัมมนา ที่ล่าสุดที่ตนเข้าร่วม คือ การสัมมนาเรื่อง Port’s Facilities, Utilities and Linkages ( Ranong Port and Chittagong Port ) : Ways to Enhance Trading between Thailand-Bangladesh ที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ ซึ่งได้รับความสนใจทั้งจากภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และรัฐบาลของบังกลาเทศเป็นอย่างมาก
คาดว่าในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่ 2 ท่าเรือจะมีการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางทะเลเชื่อมระหว่างกัน รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการเชื่อมโยง 4 ท่าเรือเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย ท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง-ท่าเรือจิตตะกอง-ท่าเรือทวาย หากเป็นไปได้จะมีจุดคุ้มทุนที่สูงกว่าในการที่จะดึงดูดให้บริษัทเดินเรือเข้ามาใช้บริการ ซึ่งทางบังกลาเทศขันอาสาที่จะเป็นตัวกลางในการดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนในอนาคตหากมีระบบรางเข้ามา ย่อมส่งผลดีอย่างแน่นอน



