ข่าว

'มาร์ค'เดินสายพบเกษตรกรแฉของแพง

'มาร์ค'เดินสายพบเกษตรกรแฉของแพง

30 เม.ย. 2555

"มาร์ค" เดินสายพบเกษตรกรกำแพงเพชร 5 อำเภอรวด รับฟังปัญหาการรับจำนำข้าว-มันสำปะหลัง เกษตรกรแห่ต้อนรับ-ฟังปราศัยกว่า 300 คน พร้อมสะท้อนปัญหาข้าวยากหมากแพง ชาวสุพรรณบุรีร้องเพลี้ยกระโดดระบาดทางการช่วยเหลือช้า

            วันที่ 30 เมษายน ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรกำแพงเพชร ตำบลคลองแม่ลาย อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อพบปะกับตัวแทนสหกรณ์เกษตรกรจาก 11 อำเภอของจังหวัดกำพงเพชร รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการรับจำนาข้าวตามโครงการของรัฐบาลที่ให้โรงสีรับจำนำโดยตรงไม่ผ่านสหกรณ์การเกษตรซึ่งเคยเป็นผู้รวบรวมข้าวเปลือกให้ ทำให้ชาวนาที่อยู่อำเภอห่างไกลจากโรงสีเกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากเดิมเคยออกใบประทวนให้สหกรณ์การเกษตรเพียงใบเดียว แล้วให้สหกรณ์การเกษตรสำรองจ่ายเงินให้ชาวนาไปก่อน ทำชาวนาได้รับเงินเร็วขึ้น แต่ในปัจจุบันเป็นการออกใบประทวนให้เกษตรกรแต่ละราย ทำให้ได้รับเงินช้า
 
              นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขายมันสำปะหลังให้กับลานมัน ซึ่งเกษตรกรนำไปขายจะขายได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะถูกเจ้าของลานมันบีบให้ขายนอกโครงการในราคาต่ำ ทำให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ และเปิดช่องทางให้เจ้าของลานมันนำมันสำปะหลังนอกโครงการไปสวมสิทธิ์เข้าโครงการได้ ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านและคณะได้รับฟังรายละเอียดและรับเรื่องเพื่อนำไปสะท้อนปัญหาให้รัฐบาลทราบต่อไป
 
              จากนั้นนายอภิสิทธ์ ได้พบปะและปราศรัยกับเกษตรกรอำเภอเมืองกำแพงเพชรประมาณ 300 คน ว่า ขณะนี้เริ่มมีเสียงบ่นหลายเรื่องทั้งค่าไฟแพง น้ำมันแพง และต่อไปแก็สจะแพง จะเป็นการแพงทั้งแผ่นดิน รวมทั้งสินค้าต่าง ๆ พากันขึ้นราคาเกือบทุกชนิด และการปรับลดหน่วยการใช้ไฟฟรีของครัวเรือนจากเดิมไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ช่วยประชาชนที่ยากจน 9 ล้านครัวเรือน แต่รัฐบาลจะประกาศใช้ในเดือน มิ.ย.2555 ว่าใช้ไฟฟรีไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ทำให้ครัวเรือนได้รับประโยชน์เหลือ 4 ล้านครัวเรือน คนยากจนจะต้องลำบากเพิ่มขึ้น
 
              นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า พวกตนเป็นเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาล ในปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตนมองนโยบายที่รัฐบาลเตรียมรับมือกับภาวะน้ำท่วม หรือภัยแล้งในขณะนี้ ตัวอย่าง จังหวัดพิษณุโลกประสบปัญหาแล้งร้อนจนดินลุกเป็นไฟ และไม่อาจแน่ใจว่า หลังจากนั้นฝนตกจะเกิดน้ำท่วมหรือไม่ ส่วนจังหวัดกำแพงเพชรมีแม่น้ำปิงผ่าน ก็ยังประสบปัญหาอากาศร้อนและภัยแล้ง ในปีเดียวกันนี้ไทยอาจประสบปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมได้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลเตรียมการป้องกันไว้แค่ไหน เห็นพูดไว้แต่ข้อเท็จจริงแต่ละจังหวัดยังไม่มีความพร้อมในการป้องกันแก้ไขเลย
 
              ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้มีกำหนดการเดินทางพบกับเกษตรกรชาวกำแพงเพชรที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่อรับฟังปัญหาจำนวน 5 อำเภอ คือ อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอลานกระบือ อำเภอโกสัมพีนคร อำเภอคลองลาน และอำเภอขาณุวรลักษบุรี ก่อนที่จะกลับกรุงเทพมหานคร นำปัญหาที่ได้รับไปสะท้อนให้กับรัฐบาลทราบต่อไป


ร้องเพลี้ยกระโดดระบาดทางการช่วยเหลือช้า


              เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีตัวแทนชาวบ้านจาก ต.สองพี่น้อง ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ส่งตัวแทนมาร้องเรียนกับนายสุวัฒน์ จันทร์สว่าง รองนายก อบจ.สุพรรณบุรี ว่าได้มีเพลี้ยกระโดดลงกักินนาข้าวที่ชาวบ้านปลูกไว้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านได้แจ้งให้ทางอำเภอทราบ จนถึงชขณะนี้ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงได้มาร้องขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีช่วยเหลืออด้วย ทางด้านอำเภอสองพี่น้อง นายสุเทพ สุริแสง ปลัดป้องกัน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เรื่องนี้ได้รายงานให้จังหวัดทราบไปแล้ว พร้อมรายงานการเสียหายตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมา นายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าว ทางเกษตรจังหวัดสุพรณณบุรีได้รายงานความเสียหายมาแล้ว จ.สุพรรณบุรี มีพื้นที่เสียหาย 6 อำเภอ นับแสนไร่ ทางจังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติไปแล้ว พร้อมส่งเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อให้รัฐมนตรีอนุมัติเห็นชอบ ถ้าเรื่องมาถึงทางจังหวัดก็ดำเนินการได้เลย

              ทางด้านนายสุวัฒน์ จันทร์สว่าง รองนายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่าเรื่องที่ทางจังหวัดประกาศเป็นภัยภิบัติต้องผ่านรัฐมนตรีเห็นชอบเสียก่อน จึงจะดำเนินการได้ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมีเพิ่งมามีเมื่อคราว”พรรคประชาธิปัตย์”เป็นรัฐบาลทราบว่า ขณะนั้นมีน้องชายนักการเมืองใหญ่คุมกระทรวงมหาดไทยอยู่ด้วย ทุกเรื่องที่เป็นภัยพิบัติต้องผ่านรัฐมนตรีมหาดทุกเรื่อง เมื่อพรรค”เพื่อไทย”เป็นรัฐบาลก็ต้องปฎิบัติตามเพราะยังไม่ได้ยกเลิก เรื่องดังกล่าว เข้าใจว่า”พรรคเพื่อไทย”คงไม่ทราบเรื่องด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อเมื่อมีภัยรุนแรงถ้าหากทางจังหวัด ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้วจะต้องส่งเรื่องไปให้รัฐมนตรีเห็นชอบอีก อย่างนี้ชาวบ้านตายอย่างเดียว เพราะทางจังหวัดก็ไม่กล้าดำเนินการอะไรเกรงจะผิดระเบียบ ถ้าทำไปข้าราชการก็เดือดร้อน อยากจะวอนให้รัฐบ้านเห็นแก่ชาวบ้านด้วย