ข่าว

'ปู'ย้ำจ่ายเงินเยียวยาไร้'นายหน้า'

'ปู'ย้ำจ่ายเงินเยียวยาไร้'นายหน้า'

30 เม.ย. 2555

มท. ระบุ 'ยิ่งลักษณ์' ย้ำจ่ายเงินเยียวยาไร้ 'นายหน้า' ขู่ฟันวินัย- อาญา หากพบ จี้ผู้ว่าใช้เงินแก้น้ำท่วมโปร่งใส พร้อมคุยหลังเซ็นเอ็มโอยูแก้ปัญหายาเสพติด ตัวเลขผู้เข้าบำบัดเพิ่ม

                30 เมงนายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ 2547-ปัจจุบัน ว่า รัฐบาลกำหนดเยียวยาบุคคลผู้ที่ได้รับผลกระทบไว้ 4 กลุ่ม 1.ประชาชนทั่วไป 2.เจ้าหน้าที่รัฐ (ที่ได้รับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่) 3.บุคคลที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ(เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ) 4.บุคคลที่ถูกควบคุม คุมขัง ถูกดำเนินคดรอาญา ภายหลังปรากฎหลักฐานชัดว่า มิได้เป็นผู้กระทำผิดหรือมีการถอนฟ้อง หรือยกฟ้อง โดยกรอบวงเงินที่คาดว่าจะต้องใช้ในการเยียวยา 1.ประชาชนทั่วไป 500 ล้านบาท 2.กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 200 ล้านบาท 3.กลุ่มถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ 1,000 ล้านบาท 4.กลุ่มถูกดำเนินคดี 300 ล้านบาท

                 นายประชา กล่าวต่อว่า การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาจะมีคณะอนุกรรมการ(อกก.)อยู่ 8 คณะคอยตรวจสอบ ได้แก่ 1.อกก.กำหนดยุทธศาสตร์และประเมินผลเยียวยา 2.อกก.ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 3.อกก.ช่วยเหลือเยียวยาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับปลกระทบ 4.อกก.ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ 5.อกก.ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบกรณีถูกบังคับให้สูญหาย 6.อกก.ผู้ได้รับผลกระทบเหตุการณ์เฉพาะกรณี(ได้รับการกระทำอย่างรุนแรง เช่น ฆ่าตัดคอ) 7.อกก.ช่วยเหลือเยียวยากรณีถูกจับกุม ควบคุม หรือถูกดำเนินคดีโดยไม่มีความผิด 8.อกก.สื่อสารสร้างความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปแจ้งเรื่องที่อำเภอแล้วจะส่งที่จังหวัด แล้วรวบรวมว่าเรื่องนี้จะเข้ากับคณะอนุกรรมการชุดไหน โดยจำนวนเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับอนุกรรมการจะพิจารณาว่าผลกระทบที่ได้รับสมควรให้เงินเท่าไหร่

                 สำหรับกรณีที่มีนายหน้าในพื้นที่ไปแจ้งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบว่าสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐว่าจะให้ได้รับเงินเยียวยา แต่ต้องขอค่านายหน้า 20% นั้น นายประชา ระบุว่า  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้มาชี้แจงว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่เป็นความจริง โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการทั้ง 8 คณะ ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวข้องกับคณะไหน เมื่อคณะอนุกรรมการตัดสินแล้ว เราจะโอนตรงเข้าบัญชี แล้วจะไม่มีนายหน้าได้รับผลประโยชน์เด็ดขาด แล้วขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอดูเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมมากที่สุด หากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปพัวพันเอาผลประโยชน์ประชาชนต้องถูกลงโทษทั้งวินัยและอาญา ทั้งนี้ ถ้าพบเบาะแสหรือพฤติกรรมใดๆของเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมเป็นเก็บค่าหัวคิว สามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567

“มท.” จี้ผู้ว่าใช้เงินแก้น้ำท่วมโปร่งใส

                  นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแก้ปัญหาอุทกภัย ของกระทรวงมหาดไทย ที่มีความสำคัญเร่งด่วน ในพื้นที่ต้นน้ำ 10 จังหวัด 28 โครงการ 1,817 ล้านบาท พื้นที่กลางน้ำ 14 จังหวัด 74 โครงการ 1,587 ล้านบาท พื้นที่ปลายน้ำ 7 จังหวัด 17 โครงการ 1,681 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 31 จังหวัด 119 โครงการ 5,085 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจัดสรรไปแล้ว 3,930 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทั้งหมดคาดว่าจะอนุมัติภายในสัปดาห์นี้ เท่าที่ตนได้ติดตามผลการดำเนินการ ประมาณ 80% ของทุกจังหวัดที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการพื้นที่ต้นน้ำกำหนดให้เสร็จเดือน มิ.ย. 55 กลางน้ำเสร็จเดือน ก.ค.55 ปลายน้ำเสร็จเดือน ส.ค.55
 
                  นายประชา กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้เงินอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด แล้วต้องโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ถ้าทางราชการตรวจพบว่ามีทุจริตไปเรียกเงินทอน 20-30% หรือะไรก็แล้วแต่ ทางผู้ว่าฯต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้ทางรัฐบาลมีความเป็นห่วงอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ถ้าพบเบาะแสหรือพฤติกรรมใดๆของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตต่อโครงการนี้ สามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567


“ประชา"  คุยหลังเซ็นเอ็มโอยูแก้ปัญหายาเสพติด ตัวเลขผู้เข้าบำบัดเพิ่ม

                 นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหายาเสพติดในส่วนของกระทรวงมหาดไทยว่า หลังจากได้เซ็นบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงกับจังหวัด จังหวัดและอำเภอ พบว่าตัวเลขของผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดนั้นเพิ่มขึ้นตอนนี้มีถึง 30% จากเมื่อก่อนมีเพียง 2% เพราะได้สั่งนายอำเภอไปบีบทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าให้นำผู้ติดยาเสพติดที่มี นำมาบำบัดเสียแต่โดยดี ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมรู้ดี อย่างเรื่องการค้นคุกเรือนจำที่นครศรีธรรมราชทางผู้ว่าฯก็ประสานกับกรมราชทัณฑ์ให้มาค้น ตรงนี้จะเป็นนครศรีธรรมราชโมเดลที่จะกวาดล้างอีกหลายจังหวัด

                  "สิ่งที่กังวลคือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมาส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นถ้าพบว่ามีการเข้าไปพัวพันก็จะต้องดำเนินคดีให้มากกว่าประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ทางผู้ว่าฯมีอำนาจเข้าตรวจค้นเรือนจำที่อยู่ในจังหวัดโดยการสั่งผู้บัญชาการเรือนจำให้ตรวจค้น แต่ถ้าเรือนจำไหนผู้บัญชาการเรือนจำหรือเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย มันจะไม่ได้ผล ดังนั้น หากเรารู้ว่าเรือนจำไหนเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงก็ต้องใช้หน่วยงานกลาง เช่น แอบขอความร่วมมือจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ส่งคนส่วนกลางมาเลย"นายประชากล่าว