
'มาร์ค'เมิน'พท.'ตีกรอบถกแก้รธน.3วัน
'มาร์ค' เมิน พท. ตีกรอบอภิปรายร่างแก้รธน.ให้จบภายใน 3 วัน จวก 'สุกำพล' ไม่เคยต้านปรองดอง แต่ไม่ยอมล้างผิดให้คนโกง แนะรัฐออกกม.ภาษีที่ดินแทนรีดภาษี
30 เม.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า จะตีกรอบการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ที่ 3 วันว่า ต้องว่ากันไปตามความเป็นจริง เพราะในขณะนี้ยังมีสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติต้องการอภิปรายอีกมาก โดยในวันที่ 1 พ.ค.นี้จะเริ่มอภิปรายมาตรา 291/6 ก็ยังมีสมาชิกที่รออภิปรายจำนวนมาก หากรัฐบาลต้องการให้เร็วขึ้น กรรมาธิการฯก็ควรรับฟังเหตุผลและพิจารณาว่าจะปรับปรุงแก้ไขได้หรือไม่ เพราะทางรัฐบาลปฏิเสธที่จะการหารือ 4 ฝ่าย แต่ร้องการผลักดันตามความต้องการของตัวเองพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อบทบัญญัติต่างๆ เพราะมีปัญหาว่ารัฐบาลจะรวบอำนาจทำให้เชื่อได้ว่า สสร.จะมีลักษณะที่สนองตอบแค่เสียงข้างมาก ซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น รัฐธรรมนูญควรเป็นกฎหมายสำหรับทุกคน ไม่ใช่กฎหมายสำหรับเสียงข้างมาก
ส่วนกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ว่าค้านทุกเรื่องนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่า พล.อ.อ.สุกำพลไปอยู่ไหนมา เพราะในช่วงที่เกิดปัญหาน้ำท่วมพรรคประชาธิปัตย์ช่วยรัฐบาลทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และในการพิจารณาร่างกฎหมายที่สำคัญซึ่งพรรคเห็นว่าเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองก็ให้การสนับสนุน เช่น การออก พรก.กองทุนประกันภัย จึงไม่ควรกล่าวหาเพื่อให้เกิดความสับสน เพราะที่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและการนำเอาเรื่องปรองดองมาบังหน้าเพื่อล้างผิดให้คนโกง
แนะรัฐออกกฎหมายภาษีที่ดิน แทนรีดภาษี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทย หรือ กยอ. เสนอให้รัฐบาลขยายฐานภาษีด้วยการเพิ่มการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ vat อีก 1% ว่า รัฐบาลต้องพิจารณาให้ดี เพราะขณะนี้ปัญหาค่าครองชีพเป็นเรื่องใหญ่และการที่รัฐบาลยังผลักดันนโยบายด้านพลังงาน ขึ้นราคาแก๊ส น้ำมัน ค่าไฟ จะกระทบกับเรื่องของเงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของประชาชนทำให้การจับจ่ายใช้สอยได้รับผลกระทบแน่นอน หากเลือกจังหวะนี้ในการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะเป็นการซ้ำเติมประชาชนและค่าครองชีพโดยตรง ดังนั้นรัฐบาลควรทบทวนความจำเป็นในการใช้จ่ายสียใหม่ เพราะหลายโครงการอาศัยแนวคิดที่บอกว่าป้องกันน้ำท่วม แต่ไปไกลถึงโครงการอื่นๆ อีกมากมาย แม้กระทั่งโครงการที่ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการหารายได้เพิ่มและคิดให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนก็ควรจะเร่งผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นนายกฯได้นำกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯแล้ว แต่รัฐบาลปล่อยให้ตกไปและไม่มีนโยบายที่จะผลักดันเรื่องนี้ต่อ ทั้งๆ ที่จะช่วยขยายฐานภาษีและทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อระบบการัดเก็บภาษีช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แตกต่างจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะเป็นภาระต่อประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการขยายฐานภาษีก็ควรทำเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพราะทำได้ทันทีและยังช่วยแก้ปัญหาความเป็นธรรมซึ่งเป็นเรื่องในเชิงโครงสร้างด้วย อีกทั้งยังไม่มีผลกระทบตาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลถังแตกหรือไม่จึงพยายามหาวิธีเก็บภาษีจากประชาชนเพิ่ม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลคิดถึงโครงการจำนวนมาก ในขณะที่การใช้จ่ายทั้งงบกลาง 1.2 แสนล้านบาท เงินน้ำท่วมจากการออก พรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ก็ยังมีปัญหามากในเรื่องการกลั่นกรองโครงการ
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานว่า เป็นเพราะรัฐบาลมีความคิดแต่จะใช้เงิน โดยไม่ประเมินภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นของประเทศ เพราะแม้จะมีความจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแต่ก็ไม่ใช่เงินจำนวนมากมายมหาศาลเท่าที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการโดยขาดรายละเอียดและพยายามหาเงินโดยผลักภาระให้ประชาชน ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งตนเห็นว่ารัฐบาลต้องระมัดระวังเรื่องแนวคิดที่จะใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปลงทุน เนื่องจากรัฐบาลบริหารประเทศจนเกิดภาวะขาดดุล
สำหรับการเปลี่ยนแปลงประธานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีข่าวว่า นายวีรพงษ์ อาจจะได้ดำรงตำแหน่งนี้และอาจจะกระทบต่อนโยบายการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาลงทุนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้การเลือกสรรประธานธปท.มีความเป็นอิสระปลอดจากการแทรกแซงขอให้สนับสนุนคนที่จะรักษาเจตนารมณ์และแนวทางของธปท. เพราะประเทศไทยมีความแข็งแกร่งด้านการเงินการคลังมาโดยตลอด มียุคเดียวที่มีปัญหาคือวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งเกิดปัญหาเพราะธปท.ถูกแทรกแซงจากการเมือง
อย่างไรก็ตามกฎหมายปัจจุบันมีการเขียนป้องกันไว้อย่างดีที่สุด แต่ไม่ทราบแนวทางว่าหากรัฐบาลต้องการแทรกแซงจะทำในรูปแบบไหน และถ้ามีการแทรกแซงเลือกคนที่จะตอบสนองความต้องการของตัวเองไปดำรงตำแหน่ง ประธานธปท. ก็จะเป็นอันตราย เพราะเราต้องรักษาแนวทางที่จะให้การเงินมีวินัย ถ้ามีแรงกดดันทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงนโยบายด้านการเงิน สถาบันการเงิน หรือคิดที่จะใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียวก็จะเป็นอันตราย เพราะประธานธปท. จะมีบทบาทสำคัญในระดับหนึ่งเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายร่วมกับกรรมการนโยบายการเงินและผู้บริหารของธปท.
“ธปท.มีหน้าที่ตามกฎหมายชัดเจนว่าสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจร่วมกัน ไม่มีความจำเป็นที่จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อให้ได้บุคคลที่จะมาสนองตอบความต้องการของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ยังมีความเชื่อมั่นในความเข้มแข็งของผู้บริหาร ธปท. เพราะที่ผ่านมามีความพยายามกดดันหลายครั้งแต่ ธปท.ก็รักษาแนวทางและทำหน้าที่ของตนเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



