ข่าว

ปฏิบัติการ'นรกแตก'ล้างบางยาในคุก

ปฏิบัติการ'นรกแตก'ล้างบางยาในคุก

30 เม.ย. 2555

ปฏิบัติการ'นรกแตก'ล้างบาง...ยาเสพติดในคุก :ตะลุยข่าว โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล

               3 เดือนก่อนหน้านี้ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชเป็นที่หมายตาของ พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช หลังจากพบข้อมูลที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องว่าที่นี่คือแหล่งค้ายาเสพติดรายใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศไทย ข้อมูลทั้งหมดจึงถูกเชื่อมต่อกับ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อต้องการ “ชำระสะสาง” คุกแห่งนี้ให้เหี้ยนเตียนทั้งเจ้าหน้าที่นอกแถวและนักธุรกิจค้ายาในคราบของผู้ต้องขัง
   
              เที่ยงคืนวันที่ 22 เมษายน ประวัติศาสตร์ฉาวของกรมราชทัณฑ์ ถูกจารึกอย่างเป็นทางการ เมื่อตำรวจ ทหาร อส. คอมมานโดราชทัณฑ์ นำโดยนายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ มารวมพลกันที่สวนสาธารณสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาด ห่างจากที่ตั้งของเรือนจำแห่งนี้ไปกว่า 10 กม. รวมพลเบ็ดเสร็จได้ถึง 650 นาย โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงปฏิบัติการครั้งนี้
   
              ก่อนที่การปฏิบัติการจะเริ่มขึ้นในเวลาตี 2 เศษของคืนนั้น ยุทธการแรกคือ การเข้ายึดเรือนจำโดยคอมมานโดราชทัณฑ์ ปลดเครื่องมือสื่อสารผู้คุม รปภ.ที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน จากนั้นประตูเหล็กหนาของเรือนจำทั้ง 4 บาน ได้ถูกเปิดขึ้นอย่างช้าๆ กำลังพลทั้ง 650 นาย ที่แบ่งออกเป็นหมวดหมู่บุกเข้าไปประชิดแดนคุมขังในแผนยุทธการนี้คือ แดน 4, 5 และ 6 โดยเฉพาะแดน 6 ที่ได้ชื่อว่าเป็นแดนความมั่นคงสูง นักโทษประหาร นักโทษเด็ดขาด นักโทษที่มีอัตราโทษสูงถูกจองจำอยู่ในแดนนี้ ยุทธการนี้มีเวลาในการปฏิบัติการที่ยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง ผลที่ได้คือโทรศัพท์มือถือ ทุกแบบ แท็บเล็ตทุกยี่ห้อเกือบ 350 เครื่อง ยาเสพติดจำนวนมาก อุปกรณ์การเสพ อาวุธต้องห้ามหลายร้อยอัน
   
              ถัดมาอีกไม่ถึง 24 ชม.คุกแห่งนี้ถูกตลบหลังอีกครั้ง ผลที่ได้ประจานถึงความเหลวแหลกในคุกโทรศัพท์อีก 52 เครื่อง ยาไอซ์ ยาบ้า ฝิ่นดิบ อุปกรณ์การเสพอีกจำนวนมาก นักโทษถูกตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงบ่งชี้ถึงการเสพยาเสพติดในเรือนจำอีก 655 ราย เหตุที่ได้เพียงแค่นี้ เพราะ “ตำรวจหมดน้ำยา” นั่นคือน้ำยาที่นำไปตรวจนั้นหมดลงเสียก่อนไม่เช่นนั้นปริมาณของการตรวจพบเรือนจำแห่งนี้คงเป็นที่อับอายขายขี้หน้าให้แก่ราชทัณฑ์ไทยอีกไม่น้อย
   
              รูปแบบของการประกอบธุรกิจในเรือนจำนครศรีธรรมราช ต่างมีลักษณะแบ่งผลประโยชน์กันอย่างลงตัว วิธีการนำเข้าไปในเรือนจำมีแค่ 2 ทาง คือ เข้าทางประตูหน้าและเข้าไปโดยการข้ามกำแพงเรือนจำ ฝ่ายเจ้าหน้าที่เรือนจำนอกแถวทำหน้าที่ในการส่งขายโทรศัพท์มือถือ อำนวยความสะดวกในการนำเข้ายาเสพติดด้วยสนนราคาเฉพาะยาไอซ์นั้น 100 กรัม จ่าย 1 แสนบาท ฝ่ายญาติและเครือข่ายนักโทษในธุรกิจค้ายาเสพติดที่คอยประสานงานภายนอก นักโทษภายในที่มีการตั้งวงค้าขายทั้งโทรศัพท์และยาเสพติดกันอย่างเอิกเกริก และที่สำคัญยังมีส่วนสนับสนุนจากก๊วนใหญ่ ขาใหญ่ในเรือนจำด้วยการรับจ้างทวงหนี้จากภายนอก ช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือที่เป็นนักโทษในเรือนจำ
   
              ในการถอดข้อมูลมหาศาลในโทรศัพท์มือถือของนักโทษสิ่งที่เจ้าหน้าที่พบนั้น สร้างความตกตะลึงถึงเงินสะพัดหมุนเวียนนับหลายสิบล้านบาท การถ่ายภาพของกลุ่มเครือข่ายที่อยู่ภายนอกเรือนจำแล้วส่งมาทางระบบเอ็มเอ็มเอสมาให้ขาใหญ่ผู้สั่งการทำมาค้าขายในเรือนจำดูผลงาน การค้าการขายมีทั้งภาพยาเสพติดชนิดยาไอซ์ลอตมหึมานับร้อยกิโลกรัม อาวุธปืนสงครามอาก้าจำนวนนับสิบกระบอก อาวุธปืนกลพร้อมขาตั้งที่ได้ส่งขายกันไป
    
              “ทางกรมราชทัณฑ์ต้องเร่งดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ ช้าอยู่ไม่ได้ ปล่อยไว้ไม่ได้ ผมพบข้อมูลว่า วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา มีการสั่งซื้อยาเสพติดกัน โดยคนสั่งโทรศัพท์ออกมาจากเรือนจำนครศรีธรรมราช” นี่คือการตอกย้ำอีกครั้งของ พล.ต.ต.รณพงศ์
   
              ส่วน สุรพล แก้วภราดัย ผบ.เรือนจำนครศรีธรรมราช บอกว่า หลังจากนี้จะฟื้นฟู เรียกขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนดี รับราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริตให้มาร่วมกันแก้ไขปัญหา สร้างการทำงานเป็นทีมขึ้นมาสะสางเรือนจำนครศรีธรรมราชให้สะอาด ส่วนผู้ที่เจ้าหน้าที่ส่งข้อมูลข่าวสารมาให้ว่าต้องสงสัยหรือมีหลักฐานจะสั่งการให้ออกไปนอกเรือนจำ ห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด ส่วนการดำเนินคดีนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
   
              “ผมยอมรับว่าปัญหามันฝังรากลึกที่เรือนจำนครศรีธรรมราชมานานมาก นโยบายที่ผู้ใหญ่ให้มาคือ การทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย คนผิดต้องถูกดำเนินคดี ผมยืนยันว่าจะใช้หลักสำคัญเข้าไปจัดการปัญหา 4 ประการ คือ ปัญญา สัจจะ เมตตา กล้าหาญ และเข้มงวด ระเบียบทุกอย่างต้องชัดเจนและใช้จริง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หากทำความผิดมีอย่างเดียวคือให้ออกจากราชการ นักโทษต้องอยู่ในระเบียบ การเลื่อน หรือลดชั้นต้องยึดระเบียบ หากตรวจพบของต้องห้ามที่นักโทษคนใด 2 ชั้นเป็นอย่างน้อยที่จะถูกลด” ผบ.เรือนจำนครศรีธรรมราช กล่าว

........


(หมายเหตุ : ปฏิบัติการ'นรกแตก'ล้างบาง...ยาเสพติดในคุก :ตะลุยข่าว โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล)