
แนะแยกคดีม.112ออกจาก'แม้ว'
"กลุ่ม 24 มิถุนาฯ" แนะแยกคดี ม.112 ออกจาก "ทักษิณ" "สุกำพล" ชมนายกฯรดน้ำ "ป๋าเปรม” เป็นภาพความต่อเนื่อง "เสื้อหลากสี" รวมตัวค้านรัฐบาลออก พรบ.นิรโทษกรรม ล่า 2 หมื่นชื่อถอด ส.ส.-ส.ว.ล้มรธน.
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 เม.ย. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงในนามกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้จัดนิทรรศการแสดงประวัติของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในอดีตที่เคยร่วมขบวนการนักเรียนเคลื่อนไหวต่อสู้ในยุค 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งขณะนั้นศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และการทำงานของนายสมยศในสมัยเป็นบรรณาธิการหนังสือ voice of taksin ซึ่งต่อมาถูกกุมขังในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และจะครบรอบ 1 ปีในวันที่ 30 เมษายน
นอกจากนี้ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “365 วัน แห่งพันธนาการ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ความยุติธรรมที่หายไป” โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น.ส.วิภา ดาวมณี อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข นักข่าวอาวุโสประชาไท มี นายจอม เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยเน้นเนื้อหาการถูกดำเนินคดีของนายสมยศเป็นประเด็นหลัก
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รู้จักแกนนำคนเสื้อแดงหลายคน แต่นับว่าเป็นเรื่องตลกได้รู้จักนายสมยศเป็นระยะเวลาไม่นานนัก หากมองย้อนอดีตมีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันมากกว่าทุกวันนี้เป็นหลายเท่า แต่ก็ยังไม่มีการจับกุมมากเท่านี้ หากไปดูคดีของ "อากง" กับนายสมยศ เดิมที่ล้วนต้องการสู้คดี แต่อากงล้มเลิกไปแล้ว เหลือเพียงนายสมยศที่ยังยืนยันต่อสู้คดีในทางศาล ส่วนตัวแล้วเห็นว่า ถ้านายสมยศเลือกจะสารภาพคงจะได้รับการอภัยโทษสิ้นปีนี้ แต่เขาเลือกที่จะสู้คดีนับว่าใจถึงมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าไปดูคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีผลมาจากการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) หลายคนคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการปรองดองไปนานพอสมควรแล้ว เรื่องนี้คงไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกจองจำกุมขังในคดีทำผิดมาตรา 112 ประมาณ 50-60 คน เพราะมีการเอาไปผูกมัดรวมกันไว้ ซึ่งเขาเหล่านี้คงต้องติดคุกรออีกต่อไป
“ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้ควรแยกผู้ที่ถูกจับกุมคดีมาตรา 112 ออกจากคุณทักษิณแล้วหาทางช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เพื่อความเป็นธรรม” นายสมศักดิ์กล่าว
ด้านนายประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดไปแตะมาตรา 112 ขณะเดียวกันก็ไม่แน่ใจกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นอย่างไร คดีของนายสมยศสะท้อนให้เห็นคดีของคนอีกหลายๆ คนที่ถูกดำเนินการไปนั้น ก็เป็นเพียงคดีความทางความคิด ขณะนี้นายสมยศให้ทนายความเตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะมีการขึ้นให้การต่อศาลในช่วงเช้าวันอังคารที่ 1 พฤษภาคมนี้ คงต้องติดตามดูกันต่อไป
"สุกำพล"ชมนายกฯรดน้ำ"ป๋าเปรม”เป็นภาพความต่อเนื่อง
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังนำคณะผบ.เหล่าทัพ เดินทางกลับจากการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการถึงการเข้ารดน้ำพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า ถือว่าเป็นความต่อเนื่อง ตนว่าเวลานี้คำว่าปรองดองฮิตกันเหลือเกิน ซึ่งต้องทำให้เห็นด้วย ถ้าจะพบกันแล้วมาอ้างแต่เรื่องเก่าๆก็ไม่ต้องมาพูดกัน ทั้งนี้ต้องแสดงให้เห็นด้วย อย่างตนเป็นรัฐมนตรีกลาโหมอยู่กับผบ.เหล่าทัพแล้วไปอ้างเรื่องเก่าๆในเมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องทำให้เขาเห็นด้วย ต้องทำให้น้องๆเชื่อใจ และน้องต้องทำให้พี่เชื่อใจ ต้องไว้ใจกันกันคนละห้าสิบห้าสิบ ถ้าหากมีคนที่เกลียดตนไม่ชอบตน แต่เมื่อเราทำให้เขาเห็นเขาก็กลับมารักเราเพิ่มเป็น 2 เท่า ลูกผู้ชายเป็นทหารเรื่องการเมืองเป็นเรื่องเด็กๆเราไม่เกี่ยวอยู่แล้ว
“ป๋าเปรมฯท่าน ก็มีความเมตตา เพราะการแสดงท่าทีเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อจะปรองดองกันแล้วต้องมีความตั้งใจ ถ้ายังเล่นแง่กันก็ไม่ต้องทำ ส่วนการจะเข้าพบป๋าเปรมบ่อยๆของนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะซึ่งจะแสดงให้เห็นท่าทีของรัฐบาลว่า จะเอาอย่างไรถือว่าเป็นสิ่งที่ดี วันนี้ถ้าเราเกิดความปรองดองขึ้นได้ก็ดี ส่วนเรื่องของกติกากระบวนการก็ว่ากันไป”พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวและว่า
ตนอยากถามว่าเรื่องปฏิวัติที่ผ่านมามีโทษถึงขั้นประหาร แล้วมาขณะนี้ยังออกกฏหมายมาคุ้มครองนอนอยู่บ้านสบายกันเป็นแถว ถามว่ามีการโวยวายเกิดขึ้นไหมก็ไม่มี ถ้าตนเป็นพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนรัฐบาลบ้างไม่ใช่ไปค้านทุกเรื่อง ถ้ายิ่งค้านยิ่งเจริญหรือไม่ก็คงไม่ใช่ คนเขามองว่าเกิดอะไรกัน ค้านไปเสียทุกเรื่อง ถึงเวลาที่อะไรที่ดีๆก็สนับสนุนกันบ้าง ไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง ดังนั้นเรื่องบางเรื่องก็ควรจะสนับสนุนกันบ้าง
"ยิ่งลักษณ์" ร่วมชมงานการประชุมสุดยอดม.วิจัยแห่งชาติ
เมื่อเวลา15.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางถึงสนามบินกองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ภายหลังลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี และทันทีที่ลงเครื่องบินนายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางมาต่อทันทีเพื่อเยี่ยมชมงานประชุมสุดยอด มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน โดยงานนี้เป็นเวทีแสดงผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำ 9 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเป็นการแสดงผลงาน ด้านสุขภาพ การเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม พลังงาน และด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแสดงศักยภาพด้านงานวิจัยของประเทศต่อการสร้างความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเชียนในปี 2558
ทั้งนี้เมื่อมาถึงงาน นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจในบูธการแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่ออนาคต ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนายยชนันท์ วงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศกรรมการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในทีมผู้คิดค้นนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่ออนาคต เกี่ยวกับเครื่องมือที่ประยุตก์ใช้ปฎิกิริยาสมองกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ควบคุมผ่านเก้าอี้วิวแชร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกต่างๆ พร้อมกับได้รับคำแนะนำและอธิบายข้อมูลจากทีมงานเจ้าของผลงานด้วย
"หลากสี"ล่า2หมื่นชื่อถอดส.ส.-ส.ว.ล้มรธน.
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ห้องประดิพัทธภูบาล อาคารอำนวยการราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (เสื้อหลากสี) จัดกิจกรรมและการเสวนา “รวมพลังเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ภายในงานมีการย้ำจุดยืนการเดินหน้าถอดถอน ส.ส.-ส.ว.ที่สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ และแจกเอกสารให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งร่วมลงชื่อเสนอประธานวุฒิสภาให้พิจารณาถอดถอนคณะรัฐมนตรี 36 คนที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภา 399 ราย ที่เสนอให้มีตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2555 ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายพลเมืองอาสาฯ กล่าวถึงการล่ารายชื่อประชาชน 2 หมื่นชื่อตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 มาตรา 270 ซึ่งเดิมกำหนดจะรวบรวมรายชื่อให้ได้ภายในวันที่ 30 เมษายนนี้ ว่า ขณะนี้ได้รายชื่อมาแต่ยังไม่ครบจำนวน โดยยังยืนยันเดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลายภาคส่วนรับทราบเรื่องและมาเข้าร่วม ขณะที่การจัดเสวนาวันนี้เป็นการทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า วันนี้เครือข่ายพลเมืองอาสาฯ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เห็นตรงกันว่า ขณะนี้ต้องเฝ้าระวังและติดตามการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์ โดยการเสนอให้มี ส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญเป็นจุดเริ่ม ซึ่งกลุ่มพันธมิตรได้ดำเนินการตามช่องทางกฎหมายต่างๆ แล้ว ส่วนพลเมืองอาสาฯ ก็จะรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ได้ครบจำนวน โดยยังมีเวลาถึงเดือนกรกฎาคมนี้
ขณะที่การเสวนาหัวข้อ “รวมพลังเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” นายจิตรกร บุษบา นักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ และนักเขียนอิสระ กล่าวว่า การรวมพลังเพื่อกษัตริย์คงไม่ใช่แค่การแสดงความจงรักภักดีผ่านการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือการร่วมเฝ้ารับเสด็จ แต่ต้องทำให้เป็นรูปธรรม ส่วนการรวมพลังเพื่อชาติ ต้องไม่ใช่แค่ลมปากต้องทำให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงใจและจริงจัง เช่น การใช้กฎหมายกับคนที่ทำผิด การร่วมลงชื่อถอดถอนนักการเมืองที่มีพฤติการณ์ไม่สุจริต การสนับสนุนองค์กรอิสระ ตรวจสอบพฤติการณ์ที่ส่อทุจริต ซึ่งเราต้องไม่หลงระบบอุปถัมภ์นักการเมือง ที่มีนโยบายแจกสารพัด เราจะต้องไม่เป็นขี้ข้านักการเมือง
"เทพไท"ปัดเสี้ยมแดงแตกคอเพื่อไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามเสี้ยมให้คนเสื้อแดงเกิดความแตกแยกกับพรรคเพื่อไทย ว่า เราไม่จำเป็นจะต้องไปเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก เพราะทุกอย่างปรากฏชัดว่า ความขัดแย้งเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของคนในรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างชัดเจน เพราะการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ และแกนนำ นปช.กับสมาชิกคนเสื้อแดง มีความเห็นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่โฟนอินและปราศรัยในประเทศลาว และประเทศกัมพูชา เรียกร้องให้เกิดความปรองดอง อวยพรพล.อ.เปรม และให้ญาติผู้เสียชีวิต 91 ศพ เสียสละเพื่อตัวเอง ให้ลืมเหตุการณ์ในอดีตเพื่อเข้าสู่การปรองดอง รวมทั้งภาพที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม คนที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยปลุกระดมว่าเป็นมหาอำมาตย์ เป็นภาพที่แสลงใจคนเสื้อแดงและพวกเขารับไม่ได้ ที่ตัวเองถูกหลอกจากพ.ต.ท.ทักษิณ และนำคนเสื้อแดงมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จึงเป็นแค่การแสดงเหตุผลทางการเมือง ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ควรมาป้ายสี หรือใส่ร้าย ถ้าจะสร้างความปรองดองจริงต้องรีบไปสร้างความปรองดองในหมู่คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยให้ได้เสียก่อน



