ข่าว

'เฉลิม'หน้าซีดถูกถามย้ายตร.มือดีทำไม

'เฉลิม'หน้าซีดถูกถามย้ายตร.มือดีทำไม

29 เม.ย. 2555

"เฉลิม" อึ้งมอบนโยบายปราบยาเสพติดนครพนม เจอมวลชนชูป้ายตำรวจอัดรัฐบาล ดักยื่นหนังสือถามมาตรฐานการปกป้องเจ้าหน้าที่ หลังเด้ง พ.ต.อ.ธีธัต อิ่มทั่ว รองผู้การฯมือปราบเก็บกรุ ทั้งที่นำทัพปราบยาบ้า ไม้พะยูง ขบวนการค้าสุนัข ตามนโยบายรัฐบาล ถึงกับหน้าซีด

                เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2555 ที่ศาลาประชาคมยงใจยุทธศาลากลางจังหวัดนครพนม  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมามอบนโยบายปราบปรามยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมาย แก่หน่วยราชการทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้านประมาณ 500 คน โดยมีนายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมต้อนรับ
   
              ร.ต.อ.เฉลิม ได้เน้นย้ำให้ตำรวจทหารฝ่ายปกครองกำนันผู้ใหญ่บ้านผนึกกำลังร่วมกันปราบปรามตามแนวลำน้ำโขง โดยข้อมูลใหม่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดแถบภาคเหนือถูกกดดันได้ย้ายฐานเพื่อลักลอบขนข้ามโขงในเขตภาคอีสาน กรณีที่มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ทหารกับตำรวจ สามารถตรวจค้นกันได้ถ้าพบสิ่งผิดปกติขณะปฏิบัติหน้าที่
   
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม มอบนโยบายอยู่นั้น มีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่งประกอบด้วยตำรวจจากโรงพักต่างๆ ตำรวจชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และชาวบ้าน  นำหนังสือเปิดผนึก ซึ่งมีรายชื่อตำรวจจากโรงพักต่างๆ และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ยื่นต่อ ร.ต.อ.เฉลิม ขณะที่กลุ่มมวลชนก็มีการชูป้ายไม่เห็นด้วยกับการย้าย พ.ต.อ.ธีธัต อิ่มทั่ว รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4
   
              ทั้งนี้ป้ายเขียนข้อความด้วยสีแดงว่า "รางวัลตำรวจดีที่สนองนโยบายรัฐบาลถูกย้ายเข้ากรุ-วาระแห่งชาติที่ขาดผู้ปฏิบัติอย่างจริงจัง เมื่อคนทำงานถูกกำจัดให้พ้นทางโจร ตำรวจนครพนมผวาคนปราบยา ช่วยหมา ป้องไม้พะยูงถูกเด้งเข้ากรุ"
   
              ระหว่างนั้น ร.ต.อ.เฉลิมถึงกับอึ้งหน้าถอดสีเมื่อเจอป้ายผ้าชูข้อความดังกล่าว พร้อมกับตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวในเรื่องนี้ว่า "ไม่ทราบ " พร้อมกับบอกว่า "ถูกย้ายไปอยู่ขอนแก่นก็น่าจะเป็นจังหวัดใหญ่ " พร้อมรีบขึ้นรถออกไปที่จังหวัดมุกดาหาร
   
              นางคำสว่าง บุญเทียม ผู้ใหญ่บ้านเหล่าสวนกล้วย หมู่ 4 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กล่าวว่า ได้ร่วมงานปราบปรามยาเสพติดกับ พ.ต.อ.ธีธัต โดยเฉพาะในหมู่บ้านที่อยู่เป็นพื้นที่สีแดงยาบ้าระบาดและไม้พะยูงเถื่อน ทำให้จับได้หลายครั้ง ไม่เข้าใจนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด แต่กลับย้ายคนทำงานออกจากพื้นที่อย่างนี้
   
              นางคำ จูมไชย อายุ 47 ปี กล่าวว่า ตนเป็นตำรวจอาสา มาด้วยกัน 10 คน มายืนตากแดดถือป้ายหลายชั่วโมงรอถาม ร.ต.อ.เฉลิม ว่าเมื่อรัฐบาลมีนโยบายปราบยาเสพติดเมื่อคนปฏิบัติงานดีมีผลงานแทนที่จะได้ดีกลับถูกย้ายเข้ากรุแล้วรัฐบาลประกาศนโยบายนี้ออกมาทำไมปากพูดไปอย่างแต่การปฏิบัติไม่ได้ซึ่งตนกำลังจะถามแต่รองนายกฯ เดินหนีขึ้นรถก่อน
   
              ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.ธีธัตเปิดเผยก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งที่ จ.ขอนแก่นว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ไม้พยุง สุนัขข้ามชาติ มีผลประโยชน์มหาศาล ผู้บงการค้าจริงๆ อยู่ในที่มืดเราจับได้เพียงพนักงานส่งเท่านั้นและกำลังขยายผลเข้าหาตัวใหญ่แต่ถูกย้ายเสียก่อน  ซึ่งเจ้าหน้าตำรวจที่ถูกย้ายออกนอกพื้นที่ไม่มีเพียงตนเท่านั้นยังมี พ.ต.อ.วัชรินทร์ กุลสิงห์ ผกก.ศรีสงคราม ถูกย้ายไปเป็น ผกก.สภ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ

              ครั้งตนดำรงตำแหน่งตนมอบหมายภาระกิจสกัดจับยาเสพติด ไม้พะยูง และสุนัขข้ามชาติ โดยจุดอำเภอศรีสงครามมันจะเป็นทางผ่านสิ่งผิดกฏหมายทั้งหมดที่ลำเลียงมาจากอำเภอติดริมโขง อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน ผ่านเข้าจังหวัดสกลนคร-อุดรธานี ไปจังหวัดตอนในภาคอีสาน ถ้าเป็นสุนัขและไม้พะยูงจะผ่าน อ.ศรีสงคราม ไป อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน เพื่อลักลอบขนข้ามโขง
   
              "คือเราวางยุทธศาสตร์ปราบสกัดในพื้นที่สีแดงลักษณะนี้ 6 เดือน เจ้าหน้าที่เราจึงจับกุมได้กว่า 2,000 คดี และจับยาไอช์เป็นครั้งแรกที่ สภ.บ้านแพงเป็นการเปิดตลาดใหม่ขายยาบ้าพ่วงยาไอซ์ในภาคอีสาน ทำให้เรารู้ว่าไม่แต่ยาบ้าเท่านั้นยังมียาไอช์จ่อทะลักเข้ามาในภาคอีสาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตนถูกย้ายเรื่องอะไรทำผิดอะไรนอกจากสนองนโยบายปราบยาเสพติดของรัฐบาล ปัญหาตอนนี้หลังตนถูกย้ายคือผู้ใต้บังคับบัญชาที่เคยร่วมงานกับตนปราบยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายเริ่มวางตัวไม่ถูกและผวาในการปฏิบัติหน้าที่อาจโดนเหมือนกัน"
   
              สอดคล้องกับการเปิดเผยของ นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมก่อนย้ายไปรับตำแหน่งผู้ว่าจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เปิดเผยกับกับผู้สื่อข่าวถึงขบวนการค้าไม้พะยูงและค้าสุนัขเป็นขบวนการที่มีผลประโยชน์มหาศาลและมีบุคลหลายองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งทางจังหวัดมีข้อมูลแต่ยังขาดหลักฐานมัดตัว
   
              แม้กระทั่ง พล.ร.ต.สรชา ศรประทุม ผู้บัญชาการหน่วยเรือปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง นครพนม ก็เคยเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว ครั้งเปิดแถลงข่าวยึดไม้พะยูงล็อตใหญ่มูลค่า 5 ล้านบาท ว่า การค้าไม้พะยูงและค้าสุนัขเป็นขบวนการใหญ่มาก มีผลประโยชน์และมีการประสานเคลียร์นผ่านทางเช่นกัน แต่เราปราบจับอย่างเดียวไม่สนองตอบตรงจุดนั้น เพราะหน่วย นรข.ยึดปฏิบัติมาอย่างนี้ ที่ผ่านมาจะเห็นหน่วยเรายึดจับกุมตลอด  แม้กระทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ปฏิบัติในพื้นที่ยังถูกขบวนการนี้ตั้งค่าหัวนับล้านบาท แต่หน่วยทหารเราไม่เป็นห่วงเรื่องนั้น โดยเฉพาะการกดดันจากอำนาจอื่นเพราะระบบทหารมีเกาะป้องกันสูง เราจะยึดปฏิบัติตามคำสั่งผู้บัญชาการกองทัพเรือเป็นที่ตั้งสูงสุด


ตร.ปลดล็อคมือถือนักโทษสาวข้อมูลค้ายาพบแล้วกว่า 10 ราย

              ความคืบหน้าในการการเร่งสืบสวนสอบสวนนักโทษในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช หลังจากที่ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบว่าหลายเครื่องมีข้อมูลการซื้อขายยาเสพติด การให้เสนอให้สินบนเจ้าหน้าที่เพื่อกระทำการประพฤติมิชอบ ภาพนิ่งจากเครือข่ายภายนอกเรือนจำส่งเข้าให้ในเรือนจำแสดงยาเสพติดและอาวุธสงครามที่มีการซื้อขายกัน และวีดีโอคลิปที่มีการเสพยาเสพติดภายในเรือนนอนกันอย่างอิสระเสรี โดยพนักงานสอบสวนมือดีหลายคน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญโทรศัพท์มือถือยังคงทำการเร่งถอดถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมากจากโทรศัพท์จำนวนเกือบ 350 เครื่อง
   
              พ.ต.อ.ภูดิส นรสิงห์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยคำสั่งของ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งมือในการถอดข้อมูลทั้งหมดออกมาโดยมีเป้าหมายหลักคือคดียาเสพติด ที่เจ้าหน้าที่รู้ตัวเป็นคดีหลักทำสำนวนหลัก โดยได้ถอดเอามาจากโน๊ตข้อความ บันทึกต่างๆ ข้อความในโทรศัพท์มือถือ คลิปภาพวีดีโอ ซึ่งขณะนี้ที่รู้ตัวต้นตอเครือข่ายค้ายาเสพติดในเรือนจำแห่งนี้แล้วกว่า 10 ราย
   
              “เรามีข้อมูลที่ดีจากโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆจำพวกสมาร์ทโฟนที่ผู้ต้องขังถ่ายคลิปวีดีโอกันไว้ ซึ่งในส่วนนี้เราเห็นหน้าผู้ต้องขังเช่นพวกเสพยา หรือมีส่วนร่วมเป็นกุญแจไขไปสู่ข้อมูลที่มากกว่านั้น ในวันพรุ่งนี้เวลา 13.00 น.ทั้งฝ่ายสืบสวน ฝ่ายสอบสวน จะมารวมกันประชุมเพื่อสรุปข้อมูลว่าจะพาไปถึงไหนอย่างไร โดยจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ” รอง ผบก.นครศรีกล่าว

 

ราชทัณฑ์ตั้งกก.สอบผู้คุมคุกนครฯ


             พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า การสอบสวนได้แยกออกเป็น 2 ส่วน คือในส่วนของการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่สมรู้ร่วมคิดในการอำนวยความสะดวกให้นักโทษ  พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีหากพบหลักฐานของเจ้าหน้าที่รายใด จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการทันที  นอกจากนี้ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ได้แต่ตั้ง นายฉัตรชัย ยอดอุดม ผอ.สำนักทัณฑวิทยา เป็นหัวหน้าคณะในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรือนจำและจะสอบสวนทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และนักโทษ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ในเรือนจำเป็นอย่างไร สอดคล้องกับการสอบสวนของตำรวจมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้เมื่อพบหลักฐานความผิดจะตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรงต่อไป  โดยกรอบเบื้องต้นให้ใช้เวลาในการสอบสวน 30 วัน

             "อยากชี้แจงว่าการตรวจสอบเรือนจำนครศรีธรีรมราช เป็นการปฏิบัติงานร่วมระหว่างตำรวจกับกรมราชทัณฑ์ โดยการตรวจค้นมีชุดปฏิบัติการพิเศษกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้นำค้นตามที่ได้รับแจ้งเบาสะแส  แต่ข่าวที่ออกมาในขณะนี้ถือเป็นภาพลบกับกรมราชทัณฑ์ ทั้งที่ที่ผ่านมาได้พยายามาตรวจสอบและต้องปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพคติดในเรือนจำอย่างเข้มงวด ยอมรับว่าในเรือนจำมีคนไม่ดีปะปนอยู่ ซึ่งก็พยายามตรวจสอบและมีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว 28 ราย นอกจากนี้การจู่โจทมตรวจค้นทุกเรือนจำล้วนแต่เป็นการทำงานของจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่ใช่ตำรวจฝ่ายเดียว"พ.ต.อ.สุชาติกล่าว