
พายุพัดหมื่นต้นยางโค่นเสียหายกว่า6ล.
อบต.ลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย หลังพายุฝนถล่ม 10 หมู่บ้าน ต.น้ำแก่น จ.น่าน กวาดต้นยางหักกลางต้น กว่า 15,000 ต้น มูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 6 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 55 ความคืบหน้าที่ จ.น่าน หลังจากเมื่อคืนวันที่ 28 เม.ย. ได้เกิดพายุฝนฟ้ากระหน่ำในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งพายุได้พัดถล่มบ้านเรือนราษฎร สวนยาง ที่บ้านใหม่ร่มเย็น ต.น้ำแก่น อ.ภูเพียง สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนราษฎรหลายหลัง นอกจากนี้ที่สวนยางของชาวบ้าน บ้านใหม่ร่มเย็น ถูกแรงลมพายุพัดต้นยางที่อายุยางสามารถกรีดน้ำยางมาแล้วกว่า 2 ปี หักกลางต้นเสียหายหลายไร่ ชาวสวนยางต่างร่ำไห้ และประชุมเตรียมเสนอเรื่องขอความช่วยเหลือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน
ล่าสุดวันที่ 29 เม.ย. ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพินิจ จักคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนำแก่น นายช่าง อบต.พร้อมด้วย นายไล กันทะ กำนันตำบลน้ำแก่น อ.ภูเพียง ออกสำรวจความเสียหายบ้านเรือนราษฎรที่ถูกพายุฝนถล่ม ทำความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรเป็นบริเวณกว้าง ในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน ของตำบลน้ำแก่น กว่า 30 หลังคาเรือน และที่เสียหายหนักคือที่บ้านของนายสำราญ ดีอุด บ้านเลขที่ 98 หมู่ 7 บ้านนาล้อม ต.น้ำแก่น พายุได้พัดหอบเอาหลังคาบ้านปลิวไปกลางทุ่งนาไกลกว่า 200 เมตร เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน และข้าวเปลือกที่พึ่งเก็บเกี่ยว 10 กระสอบ ถูกฝนเปียกเสียหายหมด
นอกจากนี้พายุฝนยังได้สร้างความเสียหายแก่ต้นยางพารา อายุ 8-10 ปี ซึ่งกำลังให้น้ำยางได้ของชาวบ้านกว่า 200 ราย หักโค่นล้มระเนระนาดเหลือแต่ตอ เสียหายรวมกว่า 15,000 ต้น มูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 6 ล้านบาท
นายเฉลียว สารใจ อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 6 บ้านใหม่ร่มเย็น ต.น้ำแก่น เจ้าของสวนยาง เล่าว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 - 23.00 น. ของคืนวันที่ 28 เม.ย ได้เกิดพายุ ลมแรงมีฝน และลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก ทำให้บ้านเรือนเสียหาย พืชสวนการเกษตรเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะสวนยางของตนที่ได้ลงมือกรีดยางมาแล้ว 2 ปี เสียหายประมาณ 400-500 ไร่ และตนทราบมาว่าทาง อบต.จะจ่ายชดเชยค่ากล้ายางที่เสียหายให้ต้นละ 12 บาท ซึ่งราคายางในปัจจุบันตอนนี้กล้ายางอยู่ที่ ต้นละ 65 บาท ไม่คุ้มกับต้นทุน ซึ่งจะได้หารือกันในกลุ่มชาวสวนยาง เพื่อเตรียมขอความช่วยเหลือไปยังจังหวัดน่านต่อไป โดยเฉพาะหน่วยงานของ สกย. ที่มีงบประมาณจำนวนมากให้นำมาช่วยเหลือชาวสวนยางด้วย
นายอดุลย์ ซ่อนทอง ผู้ใหญ่บ้านบ้านน้ำแก่นใต้ หมู่ 5 ต.น้ำแก่น กล่าวว่า พายุพัดถล่มอย่างหนักเมื่อรุ่งเช้าที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เปลี่ยนอาชีพจากการทำไร่ข้าวโพดมาทำสวนยางเมื่อประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว จนต้นยางพร้อมที่จะกรีดให้น้ำยางได้ หลายคนสามารถกรีดยางทำรายได้ให้วันละตั้งแต่ 1,000-2,000 บาท ต้องมาสูญเสียต้นยางจากพายุดังกล่าว อีกทั้งยังมีหลายราย กู้เงินจาก ธกส. 3 แสนบาท ลงทุนปลูกยางเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ต้นยางกำลังจะสามารถกรีดน้ำยางได้ เมื่อปีที่แล้วทำรายได้ให้วันละ 1,000 บาทขึ้น แต่ก็มาเสียหายกับพายุฝน ชาวบ้านบางคนเห็นต้นยางล้มเสียหายถึงกับร้องไห้ เข่าอ่อน จึงอยากวอนให้ทางหน่วยราชการที่รับผิดชอบเร่งช่วยเหลือด่วน
สำหรับความเสียหายทั้งหมดในเบื้องต้น นายก อบต.น้ำแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ และกำนัน ต.น้ำแก่น ได้ลงพื้นที่สำรวจความความเสียหายพร้อมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว



