ข่าว

ที่นี่บัวแก้ว:อียูยกเลิกคว่ำบาตรพม่า

ที่นี่บัวแก้ว:อียูยกเลิกคว่ำบาตรพม่า

30 เม.ย. 2555

คอลัมน์ ที่นี่ บัวแก้ว : ไทยเผชิญสิ่งท้าทาย หลังอียูมีมติยกเลิกคว่ำบาตรเมียนมาร์ : โดย ... นันทิดา พวงทอง

          ข่าวดีสำหรับเมียนมาร์ในปีนี้อีกหนึ่งเรื่อง เมื่อคณะมนตรีด้านการต่างประเทศของอียู มีมติระงับมาตรการคว่ำบาตรของอียูต่อเมียนมาร์ทั้งหมด ยกเว้นที่เกี่ยวกับอาวุธ เป็นผลจากพัฒนาการทางการเมืองเชิงบวกของเมียนมาร์ ในหลายๆ มิติ ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ที่นางอองซาน ซูจี และสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ชนะการเลือกตั้ง นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ประกอบกับรัฐบาลเมียนมาร์ได้ปฏิรูปกฎหมายเพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการชุมนุม และการปล่อยตัวนักโทษการเมืองอย่างต่อเนื่อง 

          นับตั้งแต่ปี 2539 เป็นระยะเวลากว่า 16 ปี ที่อียูได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาร์ เนื่องด้วยเหตุผลทางการเมือง จนกระทั่งได้เริ่มกระบวนการปฏิรูปประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย เริ่มต้นจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2553 ที่ได้ย่างก้าวสู่กระบวนการปรองดองภายในประเทศ การปล่อยตัวนักโทษการเมือง และการเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อย 

          ในเรื่องนี้ คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป มองว่า อียูเล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลพลเรือนพม่า ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและยุติการโดดเดี่ยวประเทศ โดยเฉพาะเต็ง เส่งประธานาธิบดีเมียนมาร์ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเป็นผู้นำ นี่จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกทางการเมือง นำไปสู่การทบทวนนโยบายของอียู

          การคว่ำบาตรเมียนมาร์ครั้งนี้ ยังมีนัยสำคัญในเชิงเศรษฐกิจและการลงทุนด้วย เนื่องจากการระงับมาตรการคว่ำบาตรหมายถึงการเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนอียูสามารถเข้าไปลงทุนและแสวงหาโอกาสด้านเศรษฐกิจในพม่าได้ เช่น สาขาเหมืองแร่ และป่าไม้ โดยภาคธุรกิจยุโรป ก็ให้สนใจและต้องการเข้ามีส่วนแบ่งการลงทุนอยู่ไม่น้อย เช่นเดียวกับภาคธุรกิจของไทย ที่สนใจเข้าไปลงทุนท่าเรือน้ำลึกทวาย ด้านพลังงาน เขื่อนและก๊าซธรรมชาติ

          ที่สำคัญ อียูกำลังพิจารณาจะคืนสิทธิ GSP แก่เมียนมาร์ แต่ยังมีประเด็นติดขัดทางเทคนิคเรื่องการใช้แรงงานบังคับในเมียนมาร์ อียูจึงเน้นว่าจะพิจารณาการคืนสิทธิ GSP บนพื้นฐานของการประเมินประเด็นดังกล่าวโดยองค์กรแรงงานโลก (International Labour Organisation - ILO) ซึ่งหากเมียนมาร์ได้สิทธิ GSP คืนจากอียู โดยเฉพาะสาขาประมง อาทิ กุ้ง และสินค้าเกษตรอื่นๆ อาจเป็นการสร้างการแข่งขันด้านราคาสำหรับสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศไทย

          นอกจากนี้ อียูยังให้ความสำคัญต่อความร่วมมือ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเมียนมาร์ อาทิ การยุติการตัดไม้ทำลายป่า การพัฒนากรอบกฎหมายเกี่ยวกับการค้าไม้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

          สำหรับภาคธุรกิจอียู การดำเนินธุรกิจการค้าและการลงทุนในเมียนมาร์ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ซึ่งแนวปฏิบัติเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทในระดับสากล  รวมทั้งยุทธศาสตร์ของอียู เรื่องความรับผิดชอบของบริษัทต่อสังคม ปี 2011-2014 

          อย่างไรก็ดี อียูเน้นว่าจะติดตามพัฒนาการในเมียนมาร์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาทบทวนมาตรการต่างๆ ของอียูต่อเมียนมาร์อย่างสม่ำเสมอ สำหรับไทยการเปิดประเทศรับการค้าและการลงทุนในเมียนมาร์ครั้งนี้ อาจเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับทั้งภาครัฐและธุรกิจไทย ที่ต้องเตรียมพร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมเพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญต่อไป

 

 

----------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ ที่นี่ บัวแก้ว : ไทยเผชิญสิ่งท้าทาย หลังอียูมีมติยกเลิกคว่ำบาตรเมียนมาร์ : โดย ... นันทิดา พวงทอง : ภาพ - นางอองซาน ซูจี ให้การต้อนรับนางแคทเธอรีน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ระหว่างการเยือนเมียนมาร์อย่างเป็นทางการของผู้กำหนดนโยบายต่างประเทศของอียู)

----------