
พอช.ขยายผลผังตำบลสู่ชุมชนจัดการตนเอง
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนร่วมกับสถาปนิกสยามทำผังชุมชนสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนจัดการตนเอง 36เครือข่ายองค์กรประชาชนภาคตะวันออกจับมือต้านนิคมอุตสาหกรรม อปท.-เอกชนพังงาพร้อมหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน
29เม.ย.2555 นางสาวสุมล ยางสูง รักษาการผู้จัดการสำนักงานโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เปิดเผยว่าได้ร่วมกับ สมาคมสถาปนิกสยาม มูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย (ACHR) และเครือข่ายองค์กรชุมชนโครงการบ้านมั่นคง จัดเวทีเสวนา“ผังชีวิต-ผังตำบล สู่ชุมชนยั่งยืน” ณ ห้อง JUPITER 8 – 10 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในการจัดทำผังตำบลร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านโครงการบ้านมั่นคง ได้สนับสนุนให้สถาปนิกชุมชนลงไปสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมาย ให้ชุมชนลุกขึ้นบริหารจัดการที่อยู่อาศัยของตนเอง เช่น ร่วมออกแบบผังชุมชน การประชุมเพื่อออกแบบบ้านตามความต้องการและความเหมาะสม โดยมีพื้นที่รูปธรรมอาทิ การแก้ไขปัญหาที่ดินต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว, ผังตำบล ผังชีวิต คนแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ และการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมข้าว ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม
นายทวีจิตร จัทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม กล่าวว่า ผังชุมชนเป็นการขยายการทำงานจากการออกแบบที่อยู่อาศัยในเมืองสู่การออกแบบการใช้ที่ดินอย่างมีส่วนร่วมในระดับตำบล ถือเป็นมิติใหม่ห้สังคมสถาปนิกหันมาใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่คำนึงถึงความเป็นอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของท้องถิ่น
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา เลขาธิการมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย กล่าวว่า พลังของชุมชนต้องการความเปลี่ยนแปลงมาก โดยมีขบวนการจัดทำแผนชุมชนอยู่แล้วระดับหึ่ง แต่ชุมชนยังต้องการกลุ่มสถาปนิกชุมชนเข้าไปทำงานร่วมในการสร้างผังชุมชน และบริหารจัดการด้านต่างๆ ซึ่งจะถือเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านและสนับสนุนให้ชุมชนเกิดศักยภาพในการพัฒนา
นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาโดยเริ่มต้นที่ชุมชนจะเป็นทางออกของวิกฤติที่ประเทศและทั่วโลกเผชิญ โดยจะต้องทำความเข้าใจกับสังคมทั่วไป ให้เข้าใจความสำคัญของชุมชน ให้ชุมชนจัดการตนเองโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งและเห็นความสำคัญของการปฏิรูปที่ดินเพื่อชุมชนซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพราะสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหาร อาชีพ สิ่งแวดล้อม หรือกระทั่งป้องกันปัญหาน้ำท่วม
36เครือข่ายองค์กรประชาชนภาคตะวันออกจับมือต้านนิคมอุตสาหกรรม
นายธีรพงษ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้จัดการสำนักงานภาคตะวันออก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เปิดเผยว่า เครือข่ายองค์กรประชาชน 36 องค์กร ภาคตะวันออกจัดเวที “วาระเปลี่ยนภาคตะวันออก” เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี แผนพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เพื่อกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกของประชาชน คัดค้านการเพิ่มภาคอุตสาหกรรม และฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของชุมชน โดยร่วมกันสรุปฉันทามติของเครือข่ายในการกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกประกอบด้วย .แผนพัฒนาภาคตะวันออกต้องเป็นแผนที่เสริมสร้างคุณค่าของท้องถิ่น โดยชุมชนกำหนดเอง ไม่รับแผนพัฒนาจากภายนอก หยุดอุตสาหกรรม มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศน์ 3 น้ำ (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ) ภาคตะวันออก สร้างกลไลการทำงานของเครือข่ายองค์กรประชาชนร่วมกัน สนับสนุนและเสริมสร้างการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง
ผู้จัดการสำนักงานภาคตะวันออก พอช.กล่าวว่า แม้ปัจจุบันประชาชนจะมีโอกาสมากขึ้นในการต่อสู้กับโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภูมินิเวศน์ แต่ทุนนิยมก็มักจะมีโอกาสมากกว่าประชาชนเสมอ ประชาชนต้องกำหนดบทบาทว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ถ้าไม่อยากให้ภาคตะวันออกบอบช้ำไปกว่านี้ ประชาชนต้องกำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้ อาทิ สู้แบบประเด็นร้อน ประชาชนที่ทุกข์ยากต้องลุกขึ้นมารวมตัวต่อสู้อย่างเอาจริงเอาจัง เป็นเครือข่าย สร้างรูปธรรมการทำงานในพื้นที่ เพื่อสื่อให้เห็นว่า สิ่งที่ทำเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหา ต้องสร้างพื้นที่ที่เป็นพื้นที่การจัดการโดยตัวชาวบ้านขึ้นมาให้ได้ ชาวบ้านต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาภาคตะวันออกกับรัฐ และสร้างกติกา ร่วมคิด ตัดสินใจทำ ติดตามประเมินผลไปด้วยกัน สร้างพลังการจัดการข้อมูล และการสื่อสารสู่สาธารณะ ใช้สื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดพลัง เร่งสร้างความคิด จิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจความทุกข์ยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เปลี่ยนความคิดคนจากคิดพึ่งคนอื่นให้หันกลับมาพึ่งตนเองมากขึ้น
อปท.-เอกชนพังงาพร้อมหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน
นายสำราญ จิตมานะ พัฒนาการจังหวัดพังงา กล่าวในเวทีสมัชชาสวัสดิการชุมชนคนพังงาว่า พร้อมสนับสนุนการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างเต็มที่ และสนับสนุนให้กองทุนต่างๆซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนดูแลอยู่กว่า 900 กองทุนอาทิ กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน.กองทุนแม่ของแผ่นดิน ให้มาเชื่อมโยงกับกองทุนสวัสดิการชุมชนและต้องการให้บรรจุการพัฒนากองทนุสวัสดิการชุมชนไว้ในแผนชุมชนของหมู่บ้านเพื่อที่หน่วยงานต่างๆจะให้การสนับสุนนต่อไป
นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวว่าอบจ.พังงาให้การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนมาตั้งแต่ปี 2548 แต่หยุดชะงักไปในปี 2552 เพราะการท้วงติงจากสตง. ต่อมาในปี 2553 มีมติครม.และหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยที่ระบุว่าการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนอบจ.ต้องสนับสนุนผ่านอบต.หรือเทศบาล อบจ.ยินดีสนับสนุนกองทุนสวัสดิการแต่อจบ.พังงามีรายได้น้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ อาจจะสนับสนุนได้ไม่เต็มที่
นายสมชาย ตันติเพชราภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดพังงา ระบุว่าหอการค้ายินดีสนับสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นขาที่สี่นอกเหนือจากรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสมาชิก แต่หอการค้าเองก็อาจจะไม่มีงบประมาณมากนัก อย่างไรก็ตามตนเองจะช่วยประสานงานกับองค์กรธุรกิจอื่นๆเช่น ชมรมธนาคาร ให้มาทำงานสนับสนุนร่วมกันด้วย
นางประคอง สุทธินนท์ ผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันคนพังงา 13% เป้นผู้สูงอายุ กองทุนสวัสดิการต้องช่วยกันดูแลกลุ่มประชากรกลุ่มนี้มากขึ้นในอนาคต
นายสมใจ ชมขวัญ รองนายกอบต.ถ้ำน้ำผุด ระบุว่าอบต.สามารถให้การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการของชุมชนได้เต็มที่ ไม่ติดขัดระเบียบอะไร เป็นภารกิจที่ต้องทำขององค์กรปกครองท้องถิ่น กองทุนสวัสดิการมีระบระเบีบยการบริหารจัดการที่ชัดเจนกว่ากลุ่มอื่นๆในชุมชนที่อบต.สนับสนุนเสียด้วยซ้ำ แต่กองทุนต้องระมัดระวังในการที่จะดึงฝ่ายการเมืองมาเป็นกรรมการหรือประธานของกองทุน เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจจะส่งผลกระทบกับการดำเนินการของกองทุนได้
นายอัมพร แก้วหนู เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ซึ่งบรรยายในช่วงก่อนเสวนาเสนอว่า ทิศทางการพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนที่สำคัญคือการเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ปัจจุบันกองทุนกว่า 3,700 กองทุน มีสมาชิกเพียง 2.5 ล้านคนเท่านั้น ควรตั้งเป้าหมายสมาชิกให้มีอย่างน้อย 10 % ของประชากรทั้งประเทศ นอกจากนี้ควรพัฒนากองทุนสวัสดิการให้พ้นไปจากแค่เกิดแก่เจ็บตาย เช่น การศึกษา ภัยพิบัติ และการช่วยเหลือสมาชิกทางด้านอื่นๆ รวมทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดการของกองทุนด้านต่างๆเช่นระบบบัญชี การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยงาน เป็นต้น โดยกองทุนสวัสดิการต้องคิดเรื่องการพึ่งตนเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่โดยการระดมทุนของตนเองจนสามารถพึ่งตนเอง ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆและต้องมีการเชื่อมโยงกองทุนกับกองทุนอื่นๆในชุมชน เช่นกลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้านให้มาจัดสวัสดิการคนในชุมชนร่วมกัน
ทั้งนี้จังหวัดพังงามีพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่น 51 แห่ง มีการจัดตั้งกองทุนแล้ว 46 กองทุน
สมุทรปราการประกาศปี2560ขยายสมาชิกสวัสดิการชุมชน100%
นายภูหะพัฒน์ มั่งมี รองประธานกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรปราการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนครบแล้วทั้ง 31 ตำบลใน 17 เทศบาลมีสมาชิก 16,299 คน เงินกองทุนรวมกว่า 16 ล้านบาทจัดสวัสดิการให้สมาชิกอาทิ เกิด แก่ เจ็บ ตาย การศึกษา อาชีพ ผู้พิการหรือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยพิบัติ รวมผู้รับผลประโยชน์แล้ว 2,160 ราย ตั้งเป้าภายในปี 2560 จะมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครอบคลุมประชากรทั้งหมดของจังหวัด 100 %
ด้านนางอุดมศรี ศิริลักษณาพร ผู้จัดการสำนักสื่อสารสาธารณะ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนจะเป็น1ในหลายหัวข้องานพัฒนาซึ่งนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ริเริ่มและให้ความสำคัญตลอดจนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยพอช.รวมถึงภาคีจะนำมาเป็นประเด็นในการจัดเวทีเสวนาต่อเนื่อง 2สัปดาห์ต่อครั้งเพื่อสืบทอดอุดมการณ์ของนายไพบูลย์ โดยเริ่มครั้งแรกวันที่ 26เม.ย. ซึ่งจะมีการเสวนาเรื่องการพัฒนาโดยชุมชนเป็นแกนหลักสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ที่ห้องประชุมชั้น1 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน



