
จวกรัฐผลงาน1ปีนโยบายเร่งด่วน16ข้อเหลวไม่เป็นท่า
ปชป.ดักคอรัฐบาลประกาศผลงานครบ 1 ปี จวกนโยบายเร่งด่วน 16 ข้อเหลวไม่เป็นท่า โวสมัยปชป.ดีกว่า ทั้ง สังคม-เศรษฐกิจ-ไฟใต้ จี้แกนนำแดงตอบ 6 ข้อ ย้ำความสัมพันธ์ "ไพร่-อมาตย์" หลังมุดบ้าน"ป๋า" ทำท่าทีเปลี่ยน เย้ยรับได้หรือ"ทักษิณ"บอกเองพร้อมนิรโทษกรรมคนสั่งฆ่า 91
วันที่ 29 เม.ย.55 เวลา 10.30 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตั้งข้อสังเกตกรณีรัฐบาลเตรียมแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ว่า เป็นเพียงการอวดอ้างและพยายามบิดเบือนข้อมูลที่แท้จริง ทั้งที่ข้อมูลจริงตลอดการทำงาน 8 - 9 เดือนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับตรงกันข้าม ประกอบไปด้วย 1.การอ้างแนวทางสร้างความปรองดอง โดยอ้างถึงผลศึกษาของกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง ทั้งที่มีการบิดเบือนรายงานของสถาบันพระปกเกล้าและข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบและค้นความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มาใช้เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ส่อเกิดวิกฤติการเมืองรอบใหม่ 2.การที่รัฐบาลอ้างผลการจับกุมยาเสพติด ที่ระบุว่าลดลงกว่า70.50% ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นสามารถจับกุมยาเสพติดคดีสำคัญได้เฉลี่ยเดือนละ 60 คดี ขณะที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จับกุมคดีสำคัญได้เฉลี่ยเดือนละ 55 คดีเท่านั้น
3.รัฐบาลอ้างว่า มีการใช้ช่องทางการร้องเรียนการทุจริตผ่านหลายหน่วยงาน ซึ่งมีผลน่าพอใจถึง 55 % ทั้งที่มีข่าวการทุจริตเงินชดเชยน้ำท่วม และงบก่อสร้างโครงการป้องกันน้ำท่วม 35 % และการหักเงินค่าหัวคิวเงินเยียวยาชายแดนใต้ 20% ซ้ำเติมความเดือดร้อนของชาวบ้าน 4.รัฐบาลอ้างมีแนวทางการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ป้องกันน้ำท่วมภัยแล้งซ้ำซาก ทั้งที่มีรายงานว่าโครงการป้องกันน้ำท่วมต่างๆไม่คืบหน้า อาจเสร็จไม่ทันหน้าน้ำปีนี้ ขณะที่ภัยแล้งรุกลาม 48 จังหวัด และเพิ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่ไม่ถึง 6 เดือน 5.การอ้างถึงผลงานแก้ปัญหาไฟใต้จนมีระดับน่าพอใจระดับหนึ่ง ทั้งที่เมื่อดูข้อมูลแล้วจะพบว่าในสมัย 8 เดือนหลังของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มียอดตัวเลขเกิดเหตุความไม่สงบ 517 เหตุ มีผู้ได้รับผลกระทบ 537 ราย ขณะที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเหตุไม่สงบ 631 เหตุ มีผู้ได้รับผลกระทบ 1,461 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่า
6.การอ้างถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆจนประสบความสำเร็จทางการค้าการลงทุน ทั้งที่ตัวเลขมูลค่าการส่งออก 3 เดือนแรกของปี55 ลดลงกว่า 9.4 หมื่นล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลายประเทศย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน 7.การพยายามสรุปว่าราคาสินค้าไมได้แพง แต่เป็นการขึ้นตามราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งที่ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารปรับตัวสูงขึ้นทั้งหมด แม้กระทั่งราคาส้มตำยังขยับเป็นครกละ 40 บาท 8.การอ้างผลงานการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้พัฒนาอย่างไม่กระจุกตัว ทั้งที่มีการขึ้นค่าแรงไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นกว่า 5 หมื่นคนจากช่วงก่อนยุบสภาในปี 2554
9.การลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% และจะลดเหลือ 20% ในปี 2556 ทั้งที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวทางให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงไม่ได้รับประโยชน์ 10.การอ้างทำโครงการกองทุนสตรี กองทุนเอสเอ็มอีให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งที่ปล่อยให้มีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง มีการพยายามแบ่งแยกประชาชนกับประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาล 11.การยกระดับราคาสินค้าเกษตร โดยใช้วิธีการจำนำ ทั้งที่ราคามันสำปะหลังตกจากกิโลกรัมละ 3.30 บาท ในรัฐบาลอภิสิทธิ์มาเป็นกิโลกรัมละ 1.80 บาท ราคายางพาราตกต่ำลงกิโลกรัมละ 70 บาท ขณะที่การจำนำข้าวทำให้ยอดส่งออกข้าวไทย4เดือนแรกลดลง 46 % ประเทศขาดรายได้กว่า 18,000 ล้านบาท
12.การเร่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มจาก 15 ล้านคน เป็น 30 ล้านคน ทั้งที่รัฐบาลยังประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆผิดพลาด ต่างชาติ18 ประเทศประกาศเตือนภัยก่อการร้าย 13.การรื้อฟื้นสินค้าโอท็อปให้กลับมามีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งที่ยอดขายสินค้าโอท็อปลดลงจากเดือนละ 5 - 6 พันล้านบาทสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เหลือเพียง 700 ล้านบาทในเดือนมีนาคม 2555 14.การดำเนินโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต 1 ล้านเครื่องให้นักเรียนชั้นประถม ทั้งที่หาหน่วยงานเจ้าภาพในการดำเนินโครงการไม่ได้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อไปมา รวมถึงยังส่งมอบแท็บเล็ตไม่ทันเปิดเทอม และอาจต้องเริ่มกระบวนการจัดซื้อใหม่ 16.การเร่งรัดให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ที่มีการรวบรัด ใช้พวกมากลากไป ปรับมติจำนวน ส.ส.ร.ที่กมธ.เสียงข้างนอกชนะโหวตในชั้นกมธ.สะท้อนให้เห็นเจตนาแอบแฝงที่จะล็อคสเป็ค ส.ส.ร.
นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปรับค่าแรงขั้นต่ำตามที่ได้ให้สัญญาไว้ หากไม่สามารถปรับค่าแรง 300 บาททั่วประเทศตามที่หาเสียงได้ เพราะจะกระทบเรื่องอื่นๆ ก็สามารถนำแนวทางการปรับค่าแรงแบบขั้นบันไดของพรรคประชาธิปัตย์ไปใช้ รวมถึงการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวี ที่เป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของประชาชน
จี้แกนนำแดงตอบ 6 ข้อ ย้ำความสัมพันธ์"ไพร่-อมาตย์"
นายชวนนท์ แถลงตั้งข้อสังเกตถึงปฏิกิรยาของคนเสื้อแดงภาพหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะ เข้ารดน้ำพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า เห็นได้ชัดเจนและรู้สึกประหลาดใจที่บรรดาโฆษกของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ออกมาตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าคนเสื้อแดงกำลังหวั่นไหว โดยเฉพาะแกนนำคนเสื้อแดงที่ไม่สามารถตอบคำถามเรื่องดังกล่าวให้คนเสื้อแดงได้ รวมทั้งไม่สามารถตอบคำถามว่าขณะนี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นไพร่สมยอมก้มหัวให้อำมาตย์แล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงวาทกรรมที่ใช้ตอนชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้ซึ่งสิ่งที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช.ระบุยืนยันรัฐบาล-คนเสื้อแดง ใช้ยุทธศาสตร์ 2 ขา ซึ่งมีทั้งพรรคการเมืองและมวลชนนั้น ตนเห็นว่าอาจจะเป็นยุทธศาสตร์ นกสองหัว ลิ้นสองแฉก และตีสองหน้ามากกว่า เพราะหลังจากการชุมนุมแกนนำบางรายกำลังเสวยสุข มีเงินใช้จำนวนมาก และเสพติดอำนาจจนไม่สนใจสิ่งที่เคยปราศรัยกับประชาชน
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขอตั้งคำถามไปยังแกนนำเสื้อแดงว่า 1.พวกท่านสามารถตอบให้ชัดเจนได้หรือไม่ว่าแนวความคิดที่พูดมาตลอดถึง พล.อ.เปรมว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย .49 ยังเชื่อเรื่องนี้อยู่หรือไม่ 2.แกนนำยังเชื่อว่าพล.อ.เปรม เป็นสัญลักษณ์ของอำมาตยาธิปไตยอยู่หรือไม่ 3.การดำรงอยู่ของอำมาตย์ไม่เป็นภัยต่อชาติแล้วใช่หรือไม่ 4.หากในอนาคตแกนนำคนเสื้อแดงถูกตัดสินจำคุกคดีก่อการร้าย แกนนำจะปลุกระดมคนเสื้อแดงมาชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แล้วบอกว่าพล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลังการติดคุกของแกนนำใช่หรือไม่ และจะยอมรับกระบวนยุติธรรมหรือไม่ 5.หากยังเชื่อว่าพล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมที่แกนนำเคยกล่าวไว้ในการชุมนุมจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งนี้ขอให้เสนอรัฐบาลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงที่ขณะนี้เป็นเสนาบดีแล้วก็ควรที่จะเสนอเรื่องนี้ด้วย และ 6.แกนนำคิดอย่างไรที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี จะสนับสนุนนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่าย รวมถึงคนสั่งฆ่าประชาชน 91 ศพด้วยนั้น คนเสื้อแดงสามารถรับได้หรือไม่
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้แกนนำคนเสื้อแดง มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร และมีส่วนร่วมกับการที่นายคารม พลพรกลาง ทนายความนปช. ยื่นเรื่องให้ศาลรธน. ตีความการใช้ประมวลกฎหมายอาญา ม.112 เพื่อให้นำไปสู่การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว หากแกนนำบอกว่าไม่รู้เห็นเรื่องนี้ ขอถามต่อว่านายคารมถือเป็นทนายความเสื้อแดงเทียมหรือไม่ ทั้งนี้ตนหวังว่าแกนนำคนเสื้อแดงจะตอบคำถามเหล่านี้ได้
จวก "ทักษิณ" เจรจาลับไร้ประสิทธิภาพ ยิ่งทำปัญหาไฟใต้วุ่น
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้(29เม.ย.)นั้น เห็นว่าเป็นเรื่องดี ตนสนับสนุนให้นายกฯ เดินทางลงไปดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเองแต่สิ่งที่ต้องยอมรับนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการแทรกแซงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พยายามจะเจรจาแกนนำผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อหวังจะใช้เป็นผลงานดับไฟใต้ ซึ่งการลงพื้นที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันนี้ต้องพูดให้ชัดเจนว่า จะไม่ให้พี่ชายเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะการบริหารงานราชการภาคใต้ รวมทั้งจะทบทวนการบริหารงานภาคใต้และจะแก้ไขปัญหาความไม่สงบอย่างไร ทั้งนี้ขอแนะนำให้นายกฯ ใช้แผนของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่รัฐบาลชุดก่อนใช้จนได้รับผลตอบสนองต่อเนื่อง ขณะเดียวกันนายกฯ ต้องระมัดระวังการส่งคนไปทำหน้าที่ในศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทั้งที่ประชาชนไม่ยอมรับ จึงขอให้ทบทวนการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในศอ.บต



