ข่าว

“เทือก”ยันปัญหาข้าวโพดไม่ทำพรรคร่วมแตก

“เทือก”ยันปัญหาข้าวโพดไม่ทำพรรคร่วมแตก

14 พ.ค. 2552

“เทือก” การันตี ปัญหาข้าวโพดไม่ทำให้พรรคร่วมขัดแย้ง “อลงกรณ์” แนะถกครม.เศรษฐกิจนอกรอบเพื่อจูนความคิด ยุติขัดแย้งในครม. ชี้ ต้องแยกระหว่าง บริหารการเมืองที่คำนึงถึงเอกภาพ กับการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

 
 (14พ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งในการประชุมคณะรัฐมนตรีระหว่างนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยพยายามเลี่ยงที่จะตอบคำถาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวเพียงว่า “ไม่มี”
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องเรียกประชุมแกนนำพรรคร่วมหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ไม่มี” จากนั้น นายสุเทพได้เดินเลี่ยงเข้าห้องประชุมสภาฯ ทันที
 
 ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร การประชุมครม.เมื่อวันที่ 13 พ.ค.เป็นเพียงการสร้างความชัดเจน ในเรื่องความซ้ำซ้อนของมติครม.ในรัฐบาลชุดที่แล้วกับรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งเมื่อมีความเห็นที่ไม่ตรงกันในการบริหารหรือมุมมองในข้อกฎหมายที่ต่างกันแล้ว เมื่อครม.ได้วินิจฉัยแล้วก็ถือเป็นที่สุด และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการระบายข้าวโพด ก็จะได้พิจารณาตามขั้นตอนของมติครม. และส่งเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายข้าวโพดที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่การทำงานอาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ในหลักการไม่ได้มีปัญหาข้อขัดแย้งใดๆ เพราะเมื่อรัฐบาลได้ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการจำนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาที่สูง การระบายก็ต้องขาดทุน ซึ่งมีความเห็นที่ตรงกัน เพียงแต่ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และขาดทุนน้อยที่สุด
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นางพรทิวาบ่นอึดอัดใจอะไรหรือไม่ เพราะพูดถึงขั้นว่านายกรัฐมนตรีมี 2 มาตรฐาน รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากที่ครม.มีมติแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร รมว.พาณิชย์ก็มีกำลังใจ และตั้งใจทำงานอยู่ แต่ต้องยอมรับว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงที่รับหน้าที่ค่อนข้างหนัก ทั้งเรื่องการดูแลการส่งออก การค้าภายในประเทศ และราคาพืชผลการเกษตร
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยอาจมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถนอมน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาล นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การบริหารการเมืองกับการบริหารราชการแผ่นดินต้องแยกออกจากกัน การบริหารการเมืองก็ต้องพยายามรักษาความเป็นเอกภาพ เพื่อให้การทำงานขับเคลื่อนไปได้ ขณะเดียวกันการบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งความเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ก็ไม่ใช่ว่ารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจะไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการทำงาน หรือมีความเห็นตรงกันหมด การบริหารราชการแผ่นดินย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอด ซึ่งก็ต้องคลี่คลายกันไปด้วยวิธีการบริหาร ส่วนการบริหารการเมือง ตนคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเกิดปัญหาดังกล่าวนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน จะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา นายยรรยงก็พยายามชี้แจง เพียงแต่บุคลิกลักษณะเป็นคนอย่างนี้ ดังนั้นอาจจะล่วงล้ำก้ำเกินจนทำให้รัฐมนตรีมีความรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ขึ้นอยู่ที่รมว.พาณิชย์ที่เป็นผู้กำกับดูแล ส่วนที่นายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้ส่งออกเข้าร่วมประมูล 4 ราย แต่มี 1 รายที่ได้รับการแจกงานเกือบหมดนั้น ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดชุดของนายกอร์ปศักดิ์ก็จะต้องเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการบริหารงานต้องโปร่งใส หากมีความเคลือบแคลงก็เข้าไปตรวจสอบได้
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายกอร์ปศักดิ์เพิ่งมีปัญหาการทำงานกับรัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเป็นขั้นตอนการทำงาน นายกอร์ปศักดิ์เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเศรษฐกิจในภาพรวม และโครงการสำคัญที่ต้องใช้เงินของรัฐเข้าไปแทรกแซง ซึ่งคงต้องละเอียดในการตรวจสอบโครงการเหล่านี้ก่อนอนุมัติ อย่างไรก็ตามตนคิดว่าการปรับตัวในการทำงานของแต่ละฝ่ายน่าจะเป็นทางออกที่ดี และอยากเสนอให้มีการประชุมครม.เศรษฐกิจนอกรอบ เพื่อให้ปัญหาความแตกต่างในสไตล์การบริหารหรือความเห็นแตกต่างในแต่ละโครงการไม่เกิดขึ้น เราเป็นรัฐบาลผสม ไม่ใช่พรรคเดียว ซึ่งต้องมีระบบที่ทำให้การทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น และเรื่องเศรษฐกิจถือเป็นภาระและนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งพรรคร่วมและพรรคประชาธิปัตย์ก็ช่วยกันดูแล หากมีการประชุมนอกรอบก็จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้นได้