
'ปืนใหญ่'เสมอ'สาลิกาดง'โดน'วีแกน'ถล่ม
"ปืนใหญ่" ไม่ปึ้กบุกรัง "ช่างปั้นหม้อ" ทำได้แค่เสมอ 1-1 ขณะที่ "สาลิกาดง" ออกไปเยือน "วีแกน" โดนถล่ม 0-4 ด้าน "หงส์แดง" ชนะ "นกขมิ้น" 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก วันที่ 28 เม.ย.
ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 28 เมษายน คู่ระหว่าง "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี เปิดสนามบริทเทนเนีย สเตเดียม รับมือ "ปืนโต" อาร์เซนอล ซึ่งต้องรักษาอันดับ 3 เพื่อคว้าตั๋วลุยศึกแชมเปียนส์ ลีก อาร์เซนอล เปิดฉากบุกเข้าใส่ทันที และทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องมาเสียประตูในนาที 10 แมทธิว เอเธอริงตัน ได้บอลขึ้นมาทางริมเขตโทษด้านซ้าย ก่อนหยอดบอลมาเข้าหัว เคราช์ ขึ้นสูงกว่ากองหลังอาร์เซนอลโขกบอลผ่านมือ วอจเชียซ เชสนีย์ เข้าไปให้สโต๊คออกนำก่อน 1-0
อาร์เซนอล เดินเกมบุกต่อเพื่อทวงประตูคืน นาที 13 อารอน แรมซีย์ ส่องไกลจากนอกเขตโทษ แต่หลุดโคนเสาออกไป กระทั่งนาที 15 "เดอะ กันเนอร์ส" ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ โรซิชกี ได้บอลทางริมเขตโทษด้านซ้าย ก่อนล็อกมาเปิดด้วยเท้าขวา ข้ามหัวกองหลังไปถึง ฟาน เพอร์ซี โฉบมากระแทกบอลเข้าประตูไป แต่หลังจากนั้นไม่มีจังหวะหวาดเสียอีกจนจบเกมครึ่งแรก
ช่วง 45 นาทีหลัง อาร์เซนอล มีโอกาสก่อนในนาที 50 บาการี ซานญา เติมเกมบุกขึ้นมาทางขวา ก่อนวางบอลไปให้ ฟาน เพอร์ซี โขกเต็มศีรษะ แต่ถูก เบโกวิช ตะครุบไว้ได้ ทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลได้ดีกว่า แต่โอกาสจบสกอร์มีไม่มากนัก ต้องรอกระทั่งนาที 73 มีลุ้นอีกครั้ง โรซิชกี ทำชิ่งกับ แรมซีย์ ก่อนที่มิดฟิลด์ชาวเวลส์ซัดจากนอกเขตโทษ แต่หลุดโคนเสาออกไป
ด้าน สโต๊ค ใช้การตั้งรับแล้วรอสวนกลับ จนเกือบมาได้ประตูเช่นกันในนาที 82 คาเมรอน เจอโรม กองหน้าตัวสำรอง หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนตวัดยิงมุมแคบติดเซฟ เชสนีย์ ก่อนจบเกมนาทีเดียว ทีมเยือนมีโอกาสทองจากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา โธมัส แฟร์มาเลน อัดด้วยขวาเต็มข้อ แต่บอลเฉียดเสาออกไป สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่มจบเกมด้วยผลเสมอแบ่งกันทีมละคะแนน
ส่วนคู่ระหว่าง "นกขมิ้น" นอริช ซิตี ทีมอันดับ 13 มี 43 คะแนนจาก 35 นัด เปิดสนามรับมือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อันดับ 8 มี 46 คะแนนจาก 34 นัด ช่วงต้นครึ่งแรกเกมทั้งสองทีมยังค่อนข้างสูสี แต่แล้วจากความผิดพลาดของแนวรับนอริชในนาที 23 จ่ายบอลเสียหน้าเขตโทษตัวเองจนถูก เจอร์ราร์ด ตัดไปได้ มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษดีดให้ ซัวเรซ หลุดเข้าไปตวัดยิงในเขตโทษผ่านมือ จอห์น รัดดีย์ เข้าเสาไกลให้ ลิเวอร์พูล ออกนำก่อน 1-0
ทีมเยือนเริ่มได้ใจเดินหน้าบุกต่อ นาที 26 ซัวเรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแตะหนีกองหลังเจ้าถิ่นหลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนไหลให้ เจอร์ราร์ด แปแฉลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามออกหลังนิดเดียว อย่างไรก็ตามอีก 2 นาทีถัดมา "หงส์แดง" ก็ขยับหนี 2-0 จากความพลาดของแนวรับนอริชอีกครั้ง ซัวเรซ ปั๊มบอลมาได้จากเท้าเอลเลียต วอร์ด ก่อนแตะเข้าไปซัดเต็มข้อผ่านตัว รัดดีย์ เข้าสองสอง หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ควบคุมเกมตลอดจนจบครึ่งแรกไป
นอริช ลงสนามมาในครึ่งหลังทำผลงานดีขึ้นจนเกือบตีไข่แตกนาที 51 แต่ลูกยิงของ เอลเลียต เบนเนตต์ บริเวณหน้าเขตโทษถูก เปเป เรนา นายด่านทีมเยือนโชว์ซูเปอร์เซฟปัดเอาไว้ได้ ลิเวอร์พูลตอบโต้กลับในนาทีถัดมา สจวร์ต ดาวนิง หลุดขึ้นมาทางขวา ก่อนผ่านเรียดเข้ากลาง ซัวเรซ ยิงจังหวะแรกติดกองหลัง แต่บอลกระดอนมาเข้าทาง เชลวีย์ โหม่งซ้ำดาบสองไปชนคาน
ทีมของเคนนี ดัลกลิช ขึงเกมบุกต่อ นาที 53 โฆเซ เอนริเก เติมเกมบุกขึ้นมาทางซ้ายจนหลุดถึงเส้นหลัง ก่อนผ่านมาหน้าปากประตู เชลวีย์ สไลด์บอลจ่อๆระยะ 3 หลา แต่โดนเท้าไม่ดีเหินข้ามคานแบบไม่น่าเชื่อ อีก 5 นาทีถัดมา เจอร์ราร์ด ถ่ายบอลไปทางขวาให้ ดาวนิง ล็อกหลบกองหลังสับไกยิงด้วยเท้าขวาให้ รัดดีย์ ปัดออกหลังไป
นาที 63 แนวรับเจ้าบ้านเคลียร์บอลไม่ดี บอลมาเข้าทาง ซัวเรซ แตะลอดขา ไรอัน เบนเนตต์ เข้าไปในเขตโทษ แต่เลือกชิพบอลหวังให้ข้ามหัว รัดดีย์ บอลลอยสูงข้ามคานออกไปด้วย นอริชตั้งรับอยู่นานจนมาได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้งในนาที 76 รัสเซลล์ มาร์ติน ตัวสำรองวางบอลมาให้ เจมส์ วอห์น สะบัดโขกหลุดเสาสอง
เจ้าถิ่นทำเกมบุกมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายจนแนวรับทำผิดพลาดอีกในนาที 83 วอร์ด ตัดบอลพลาดบริเวณกลางสนามมาเข้าทาง ซัวเรซ ซึ่งเห็นว่า รัดดีย์ ออกมาจากเส้นประตูมากเกินไป จึงซัดไกลจากระยะเกือบ 50 หลา บอลลอยโด่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม หลังจากนั้นไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มอีกจบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะไป 3-0
ส่วนคู่อื่นๆ เอฟเวอร์ตัน ชนะ ฟูแล่ม 4-0, ซันเดอร์แลนด์ เสมอ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2-2, สวอนซี ซิตี้ เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 4-4, เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เสมอ แอสตัน วิลล่า 0-0, วีแกน แอธเลติก ชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-0
ขณะที่ศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี คืนเดียวกัน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ชนะ ฮันโนเวอร์ 1-0, บาเยิร์น มิวนิค ชนะ สตุ๊ตการ์ท 2-0, ไฟร์บวร์ก ชนะ โคโลญจน์ 4-1, ฮัมบูร์ก เสมอ ไมนซ์ 0-0, โฮฟเฟนไฮม์ แพ้ เนิร์นแบร์ก 2-3, ไกเซอร์สเลาเทิร์น แพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ได้แชมป์ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน 2-5, โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค เสมอ เอาก์สบวร์ก 0-0, ชาลเก้ ชนะ แฮร์ธา เบอร์ลิน 4-0, โวล์ฟสบวร์ก ชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 3-1



