
ช่วยสัตว์ในภาวะภัยพิบัติปี 3
ท่องโลกเกษตร : ช่วยสัตว์ในภาวะภัยพิบัติปี 3 บทเรียนนอกตำราร่วมกู้ชีวิตสัตว์ โดย...ธานี กุลแพทย์
จากปัญหาน้ำท่วมหนักปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงาน หลายองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ต่างเร่งหาแนวทางป้องกันและรับมือ เพราะเกรงว่าจะประสบกับปัญหานี้อีกในอนาคต ไม่เว้นแม้แต่การเตรียมพร้อมช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บจากภัยพิบัติดัง องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (WSPA) ที่จัดโครงการหน่วยสัตวแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ (Veterinary Emergency Response Unit; VERU) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกคณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาสัตวบาล ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐส่งเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมด้วย
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ภายใต้แผนกการจัดการภัยพิบัติของ WSPA ซึ่งมีประสบการณ์การช่วยเหลือสัตว์ในภาวะภัยพิบัติทั่วโลก จึงมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนและครอบคลุมการช่วยเหลือสัตว์ในภาวะภัยพิบัติ ซึ่งมีทั้งส่วนของ 1.ช่วยเหลือแบบเร่งด่วน และ 2.ลดระดับความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์จาก 6 สถาบันร่วมอบรมกว่า 60 คน ประกอบด้วย คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ม.มหิดล ม.ขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เทคโนโลยีมหานคร และ ม.เกษตรศาสตร์
สพญ.องค์อร ประสานพานิช ฝ่ายปฏิบัติการและจัดการด้านภัยพิบัติ WSPA บอกว่า โครงการอบรมนิสิตสัตวแพทย์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้การป้องกันและช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บจากภัยพิบัตินี้ จัดตั้งขึ้นครั้งแรกปี 2552 โดยความร่วมมือของคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อฝึกอบรมนักศึกษาสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 4 โดยมีเป้าหมายฝึกอบรมให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในการจัดการช่วยเหลือสัตว์ที่ประสบภาวะภัยพิบัติ และสนับสนุนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
"จากเหตุการณ์น้ำท่วมปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกินพื้นที่หลายจังหวัดและส่งผลกระทบต่อสัตว์จำนวนมาก โครงการ VERU จึงให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนในการขยายฐานองค์ความรู้ให้แก่นิสิต นักศึกษาเพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการช่วยเหลือสัตว์ที่ประสบภัยในอนาคต"
ในปีนี้โครงการยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานรัฐ โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมฝึกอบรม อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ มาช่วยฝึกอบรมอีกด้วย เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัย, เจ้าหน้าที่กรมการสัตว์ทหารบก เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย โดยจุดมุ่งหมายนอกจากการช่วยเหลือสัตว์แล้วจะเป็นการสร้างเครือข่ายของนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในการทำงานเพื่อช่วยเหลือสัตว์ในแต่ละท้องที่ที่ประสบภัยให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ชญานัน เก็บสมบัติ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ หนึ่งในนิสิตที่เข้าร่วมโครงการ บอกถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมว่า การได้ปฏิบัติจริงในเหตุการณ์จำลองต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเราไม่เคยมีประสบการณ์เมื่อเกิดภัยพิบัติเลย ก็ได้รับรู้ว่ามันลำบากมาก และเป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่มีความพร้อมด้านเครื่องมืออุปกรณ์ เราจึงต้องเรียนรู้การบริหารจัดการอย่างไรเพื่อทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งคน ทั้งเครื่องมือ เกิดประโยชน์สูงสุด
"ได้เครือข่ายเพื่อนฝูงจากหลายๆ มหาวิทยาลัย ได้ผูกมิตรกันในระหว่างทำกิจกรรมทั้งที่เป็นเชิงวิชาการ และกิจกรรมสันทนาการ ทำให้ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ และการปรับตัวเมื่อต้องทำงานร่วมกัน อีกทั้งได้รู้จักและเข้าใจองค์กร WSPA มากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้รู้แต่เพียงว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศทำหน้าที่ช่วยเหลือสัตว์ แต่ไม่เข้าใจวิธีการทำงาน"
เช่นเดียวกับ ธีระวัฒน์ หวังนิมิตดี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เทคโนโลยีมหานคร หนึ่งในนิสิตที่เข้าร่วมอบรม ได้ย้ำถึงสิทธิของสัตว์ในบ้านเราว่า ดูเหมือนว่าคนไทยจะมีจิตใจที่รักสัตว์ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างที่ผ่านมา ก็ได้พบว่ามีหลายคนได้ทอดทิ้งพวกเขาไป
"สิทธิสัตว์ในบ้านเรามันไม่ใช่สิ่งที่รัฐให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันสัตว์ยังถูกทารุณกรรมมากมาย ส่วนตัวแล้วคิดว่าการออกกฎหมายบังคับที่มีการลงโทษที่แรงพอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด" ธีระวัฒน์ ให้เหตุผล
อย่างไรก็ตาม การที่จะให้เหล่าสัตว์ไม่ถูกทิ้งขว้าง ไม่ถูกลับลอบนำส่งขายต่างประเทศเหมือนที่เป็นข่าวครึกโครมสร้างความเศร้าสะเทือนใจอยู่บ่อยครั้งนั้น ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชน ต่างต้องร่วมมือกันสนับสนุนให้สัตว์เหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ซึ่งทั้งมวลนี้ขอให้แต่ละหน่วยงานทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเท่านั้นเป็นพอ
.....................................
(ท่องโลกเกษตร : ช่วยสัตว์ในภาวะภัยพิบัติปี 3 บทเรียนนอกตำราร่วมกู้ชีวิตสัตว์ โดย...ธานี กุลแพทย์)



