ข่าว

ผู้ตรวจฯปิ๊งชงใช้บัตรปชช.หน้าเดียว

ผู้ตรวจฯปิ๊งชงใช้บัตรปชช.หน้าเดียว

28 เม.ย. 2555

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปิ๊งไอเดีย เสนอใช้บัตรปชช.หน้าเดียว ลดภาระค่าใช้จ่ายปชช. บัตรสมาร์ทการ์ด ถ่ายสำเนาด้านหน้าเพียงด้านเดียว สามารถใช้ประกอบเป็นหลักฐานแสดงตนได้

          นางผาณิต  นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า มีผู้ร้องขอรับความเป็นธรรม กรณีการติดต่อหน่วยงานรัฐ ต้องขอให้ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ผู้ร้องเรียนและประชาชน เสียค่าใช้จ่ายในการถ่ายสำเนาบัตรโดยไม่จำเป็น

          ทั้งนี้ ปัจจุบันบัตรประจำตัวประชาชนที่ใช้อยู่มี 3 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 บัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์  รูปแบบที่ 2 บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และรูปแบบที่ 3 บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด โดยมีไมโครชิพฝังอยู่ด้านหน้า ซึ่งรวมข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็นข้อมูลรหัสการผลิต และรหัสการกำกับบัตรเพื่อให้รู้แหล่งที่มาของบัตร

          "เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงควรให้มีการถ่ายสำเนาบัตร เฉพาะด้านที่มีตัวเลข 13 หลัก เนื่องจากบัตรประจำตัวประชาชน ที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีข้อมูลด้านหน้าครบถ้วนแล้ว"

          นางผาณิต กล่าวว่า เรื่องนี้ ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง จึงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งก.มหาดไทย กรมการปกครอง  กรุงเทพมหานคร และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหาข้อสรุปและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ปัจจุบันประชาชนใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด (Smart Card) เพิ่มมากขึ้น

          สำหรับกรณีที่หน่วยงานของรัฐ จำเป็นต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานเบื้องต้นในการแสดงตนของบุคคลผู้เป็นเจ้าของบัตร หรือจะต้องขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตรเก็บไว้เป็นหลักฐาน ให้ขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียว เพราะข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญและครบถ้วนจะอยู่ด้านหน้าบัตรอยู่แล้ว

          ทั้งนี้ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ และที่สำคัญลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 

          "สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึง รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.55 เพื่อพิจารณาสั่งการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ แล้วแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานของรัฐเพื่อถือปฏิบัติต่อไป รวมทั้งนำหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้ภาคเอกชนทราบต่อไปด้วย" นางผานิต กล่าวในท้ายที่สุด