
เปิดมือถือนักโทษนครศรีฯเจอยานรกอื้อ
ตำรวจนครศรีธรรมราช อึ้งเปิดหลักฐานค้ายานักโทษ พบยาไอซ์ล๊อตมหึมา อาวุธสงครามอีกเพียบ ลูกน้องนอกคุก ส่งให้เจ้านายในคุกดูผลงาน ผบ.คนใหม่เดินทางมาถึงเตรียมเข้าทำงาน 30 เม.ย.นี้ เน้นฟื้นฟูกำลังใจเจ้าหน้าที่น้ำดี มุ่งทำงานต่อ
เมื่อ 28 เม.ย.55 ความคืบหน้าในการสะสางปัญหาภายในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช รวมทั้งการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ในการดำเนินคดีกับนักโทษและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นอกแถวที่เกี่ยวข้อง ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยที่ห้องประชุมขุนพันธรักษ์ราชเดช บก.ภ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการถอดข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของนักโทษที่ยึดได้มาเกือบ 350 เครื่อง ซึ่งมีพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบเร่งมือจัดทำบัญชีและถอดข้อมูลออกมาตลอดทั้งวันทั้งคืน
ซึ่งในการถอดข้อมูลออกมาจากโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะการส่งข้อความ SMS. และข้อความมัลติมีเดีย MMS. ในส่วนของ SMS นั้นเจ้าหน้าที่พบข้อมูลสำคัญเป็นจำนวนมากทั้งความเคลื่อนไหวของบัญชีทั้งการโอนเงินเข้าออก การสั่งซื้อยาเสพติด การแจ้งการโอนเงินหลังจากได้รับของแล้ว ข้อความSMS สอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำรายหนึ่งเสนอการนำยาเสพติดเข้ามาในเรือนจำโดยมีสนนราคายาไอซ์ 100 กรัมจะได้รับค่าตอบแทน 100,000 บาท และที่สำคัญหลักฐานที่เจ้าหน้าที่พบจากภาพ MMS.ที่เครือข่ายยาเสพติดถ่ายภาพแล้วส่งมาให้ดูผลงานการค้าขายนอกเรือนจำเป็นยาไอซ์ล๊อตมหึมา มูลค่าประมาณ 100 ล้าน อาวุธปืนอาก้าร์ ปืนกล และปืนสั้นอีกจำนวนมาก โดยพบข้อมูลว่าเป็นการแสดงให้เห็นจำนวนยาเสพติดและอาวุธสงครามก่อนการซื้อขาย เพื่อให้ตกลงซื้อขายกัน
พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ทางกรมราชทัณฑ์ต้องเร่งดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ที่มีข้อมูลอยู่แล้วช้าอยู่ไม่ได้ ปล่อยไว้ไม่ได้ พบข้อมูลว่าในวันที่ 27 เมษายน 2555 มีการสั่งซื้อยาเสพติดกัน โดยคนสั่งโทรศัพท์ออกมาจากเรือนจำนครศรีธรรมราชอีกแล้ว โทรศัพท์ยังมีอีกมาก ยาเสพติดยังเข้าไป ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินอย่างเต็มที่และต่อเนื่อ
ด้านสุรพล แก้วภราดัย ผบ.เรือนจำนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เม.ย.นี้ สิ่งแรกที่จะต้องทำ คือ การฟื้นฟู เรียกขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนดี รับราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริตให้มาร่วมกันแก้ไขปัญหา สร้างการทำงานเป็นทีมขึ้นมาสะสางเรือนจำนครศรีธรรมราชให้สะอาด ส่วนผู้ที่เจ้าหน้าที่ส่งข้อมูลข่าวสารมาให้ว่าต้องสงสัยหรือมีหลักฐานจะสั่งการให้ออกไปนอกเรือนจำห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวภายในเรือนจำอย่างเด็ด ส่วนการดำเนินคดีนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องว่าไปตามหลักฐานถูกผิด
“ผมยอมรับว่า ปัญหามันฝังรากลึกที่เรือนจำนครศรีธรรมราชมานานมาก นโยบายที่ผู้ใหญ่ให้มาคือการทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย คนผิดต้องถูกดำเนินคดี ผมยืนยันว่าจะใช้หลักสำคัญเข้าไปจัดการปัญหา 4 ประการคือ ปัญญา สัจจะ เมตตา กล้าหาญ และเข้มงวด ระเบียบทุกอย่างต้องชัดเจนและใช้จริง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หากทำความผิดมีอย่างเดียวคือให้ออกไปจากราชการ นักโทษต้องอยู่ในระเบียบ การเลื่อนหรือลดชั้นต้องยึดระเบียบ หากตรวจพบของต้องห้ามที่นักโทษคนใด 2 ชั้นเป็นอย่างน้อยที่จะต้องถูกลดลงไป” ผบ.เรือนจำนครศรีธรรมราช กล่าว



