ข่าว

'มาร์ค'ไม่หวั่นเชียงใหม่พท.เสื้อแดง

'มาร์ค'ไม่หวั่นเชียงใหม่พท.เสื้อแดง

28 เม.ย. 2555

'อภิสิทธิ์' ไม่หวั่นเชียงใหม่พื้นที่เสื้อแดง พร้อมลุยช่วยลูกพรรคหาเสียง ระบุขอบคุณชาวปทุมฯ เลือก 'เกียรติศักดิ์' เป็นผู้แทน ยันเดินหน้าทำหน้าที่เพื่อปชช. จี้ รบ.ทบทวนแก้ไฟใต้

                    28 เม.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในพื้นที่ เขต3 จ.เชียงใหม่ ว่า ขณะนี้นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ และนายเทิดพงษ์ ชัยนันท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งก็ได้มีการรายงานว่าคืบหน้าไประดับหนึ่งแล้ว คงจะได้ข้อยุติในเร็วๆนี้ ทั้งนี้พรรคยืนยันจะทำเต็มที่ แต่ต้องยอมรับว่าคะแนนเสียงในพื้นที่ดังกล่าว พรรคประชาธิปัตย์ห่างจากคู่แข่งมาก แต่เราจะไปนำเสนอข้อเท็จจริง โดยหวังว่าพี่น้องชาวเชียงใหม่จะให้ความกรุณา ทั้งนี้ผู้สมัครของพรรคจะต้องมีความคุ้นเคยในพื้นที่ และมีความพร้อมในการมาทำหน้าที่เป็นผู้แทน ซึ่งผู้สมัครคนเดิม ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องพิจารณาด้วย และขณะนี้ได้มีการไปทาบทามและพูดคุยกับหลายคน

                    เมื่อถามว่า หวังว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะชนะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ชนะได้ก็ดี ซึ่งคะแนนมากกว่าเดิมถือเป็นเป้าหมายของพรรค แต่ถ้ามากกว่าคู่แข่งก็ยิ่งดี โดยตนจะลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ด้วยตัวเองด้วย เมื่อถามย้ำว่า หากลงไปในพื้นที่เอง เกรงว่าจะทำให้คะแนนตกหรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ จริงๆ แล้วในภาคเหนือคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้น้อยเลย เพียงแต่ว่าน้อยกว่าเขา และเขตเลือกตั้งนี้ผู้สมัครของพรรคเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้ประมาณ 2หมื่นกว่าคะแนน ถือว่าไม่น้อย เอาง่ายๆ ขณะพื้นที่ปทุมธานี ได้ 27,000 คะแนน ก็ยังชนะเลย

 

'อภิสิทธิ์'ขอบคุณชาวปทุมฯเลือก'เกียรติศักดิ์'

                    ที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ว่าที่ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันขึ้นรถแห่ขอบคุณหลังชนะการเลือกตั้งส.ส.ปทุมธานี โดยหลังการขึ้นขบวนแห่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ขอบคุณชาวปทุมธานี ในการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส. และเป็นการยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะนายเกียรติศักดิ์ ที่รับทราบถึงปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปัญหานำท่วมที่ผ่านมา

                    เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย ประกาศจะยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหานายเกียรติศักดิ์ หาเสียงด้วยการสัญญาว่าจะให้ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องเกี่ยวกับใบปลิวหาเสียง ซึ่งดูแล้วไม่ใช่การสัญญาว่าจะให้ แต่เป็นการเขียนถึงความใส่ใจ ตั้งใจในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรค และนายเกียรติศักดิ์ ก็พร้อมที่จะชี้แจง

 

'มาร์ค'จี้รบ.ทบทวนแก้ไฟใต้จริงจัง

                    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาภาคใต้ของรัฐบาล ว่า อยากให้รัฐบาลเอาใจใส่ปัญหาภาคใต้อย่างใกล้ชิด และทบทวนว่าควรจะปรับปรุงนโยบายใด โดยเฉพาะหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย อะไรมันเกิดขึ้น และถึงเวลาที่จะต้องมาปรับปรุง นโยบายตรงไหนก็ควรที่จะทำ ซึ่งทางฝ่ายค้านยินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับความจริง และพยายามที่จะแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีโครงสร้างหลายอย่างที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว

                    เมื่อถามว่า กรณีเงินเยียวยาที่มีผู้มีอิทธิพลทำงานให้กับรัฐบาล หักค่าหัวคิว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องช่วยกันแก้ไข และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ถ้าทราบตรงไหนก็จะแจ้งให้รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาต่างๆ และอย่าไปสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ เช่น เกณฑ์การเยียวยากรณีภาคใต้ เมื่อดูจากจำนวนเงินแล้ว ก็คงไม่เท่ากับเกณฑ์ที่ให้กับผู้ชุมนุมในช่วงปี 52-53 ดังนั้นจึงคิดว่าอย่าไปสร้างปมปัญหาเหล่านี้ และอย่าให้มีการเลือกปฏิบัติ

 

'มาร์ค'อัดรบ.มุ่งแก้รธน.นโยบายเพื่อคนจนเงียบหาย

                    วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการจัดงานเสวนา สาธารณะเดินหน้ากองทุนสวัสดิการชุมชน ในหัวข้อ “ทวงถามบำนาญประชาชน นโยบายเพื่อคนจนที่เงียบหาย” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดสัมมนาตอนหนึ่งว่า ประชาชนทุกคนควรมีหลักประกันชีวิต แต่รัฐบาลกลับมุ่งแต่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้หลายโครงการไม่มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะในระยะหลังมีแต่มาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หากบ้านเมือง เดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ วันข้างหน้าจะทำอย่างไร เพราะอีก 10 กว่าปี สังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ และที่ผ่านมารัฐบาลที่แล้วได้ทำระบบการออม เพื่อดูแลประชาชนยามชรา แต่มาถึงรัฐบาลปัจจุบันกลับเงียบลง ดังนั้นการเสวนาครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มาทวงถามว่า รัฐบาลมีแนวทางดูแลคนไทยให้มีหลักประกันชีวิตอย่างไร

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า กฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ ออกมาบังคับใช้แล้ว แต่รัฐบาลจัดงบประมาณให้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข และสิ่งที่สังเกตดูงานในเรื่องสวัสดิการการออม รัฐบาลกลับไม่เน้นเลย ทั้งที่ความจริงจะต้องเร่งรณรงค์ความสำคัญให้คนสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ และไม่มีการสานต่ออย่างจริงจัง ในการให้คนเข้าสู่ระบบประกันสังคม ที่สิทธิและเงินสมทบให้ และหลายพื้นที่บ่นมาว่า จากเดิมที่มีความชัดเจนในการจัดเงินสมทบกองทุนสวัสดิการสังคม ที่ชาวบ้านทำกันเอง แต่ปรากฏว่าขณะนี้เรื่องก็เงียบไป ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายเหล่านี้อย่าไปคิดว่าเกิดขึ้นในรัฐบาลไหน เพราะจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว และสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ