
'ปู'ย้ำมีแผนป้องกันภัยพิบัติ
'ยิ่งลักษณ์'จ้อสด'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน'แจงผลการเยือนจีน เชื่อมั่นนักลงทุนจีนมั่นใจไทย พร้อมขอจีนส่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำร่วมทำงาน เชื่อ'รถไฟความเร็วสูง'สร้างคมนาคมสะดวก เศรษฐกิจเติบโต
28 เม.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการสด”รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” แจงรายละเอียดการเยือนประเทศจีน และญี่ปุ่น เพื่อศึกษาดูงานการบริหารการจัดการน้ำ และรถไฟความเร็วสูง ดำเนินรายการโดย นายธีรัตน์ รัตนเสวี
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการเยือนประเทศจีนว่า ถือว่าการเยือนประเทศจีนครั้งนี้ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีสำหรับการเดินทางทวิภาคี ร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังได้พบผู้นำระดับสูง อาทิ ประธานาธิบดี หู จิ่นเทา รองประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรี เหวิน เจี่ย เป่า ซึ่งได้มีการกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ซึ่งมั่นใจว่า ภายใน 5 ปี จะสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้ได้ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งร่วมพูดคุยกับนักธุรกิจที่เชิญ 107 บริษัทจากประเทศไทย และจีน รวมกว่า 800 บริษัท ซึ่งเวทีตรงนี้เป็นการเปิดโอกาสการหารือร่วมกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ยังได้มีการเข้าดูงานยัง ศูนย์จัดการน้ำ ป้องกันภัยพิบัติ และผังเมืองของเมืองเทียนจิน ประเทศจีน โดยถือได้ว่า ประเทศจีนเป็นประเทศที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ มานานแล้ว ตรงนี้จีนจึงมีความเข้าใจ และไม่เป็นกังวลเมื่อประเทศไทยประสบภาวะน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่ผ่านมา ไม่เหมือนประเทศญี่ปุ่นที่มีความกังวลเนื่องจาก ญี่ปุ่นมีการลงทุนเรื่องฐานการผลิตในไทยเยอะกว่า
“ตรงนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ไทยได้อธิบายเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้ และย้ำว่าไทยมีแผนป้องกัน และจัดการปัญหาน้ำ และตรงนี้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุน 14 บริษัทจากจีน ซึ่งมีแนวโน้มที่นักลงทุนจากจีนจะเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทย” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
'ยิ่งลักษณ์'ขอจีนส่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำร่วมทำงาน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ประเทศจีนมีการบริหารการจัดการน้ำอย่างดี โดยมีการตั้งศูนย์ดูแลเรื่องภัยพิบัติโดยอยู่ภายใต้กระทรวงน้ำที่แยกต่างหากและมีกฎหมาย 3 ฉบับรองรับ รวมทั้งมีศูนย์วอรูมที่เชื่อมต่อจากเมืองทุกเมืองของจีน ติดตั้งวงจรปิด ตรงนี้เป็นแนวทางหลักการเดียวกับที่ประเทศไทยจะดำเนินการต่อไป แต่ยังติดขัดในเรื่องการบูรณาการทั้ง 17 กระทรวงที่จะต้องนำมาทำงานร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องน้ำ และยังไม่มีกฎหมายรองรับ
"รัฐบาลเล็งเห็นสิ่งที่ต้องทำคือการนำข้อมูลทุกระบบมาเชื่อมที่เดียวกัน ดึงผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ วางระบบคอมพิวเตอร์ในการเชื่อมต่อ และดูกฎหมายที่จะมารองรับ การทำงานต้องทำให้มีการวมศูนย์ที่เกิดเอกภาพที่ชัดเจน เบื้องต้นก็ต้องยืมตัวทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมานั่งที่ศูนย์นี้ มาช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูล และรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้จีนส่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำมาทำงานกับศูนย์ กบอ. ในแง่ของรัฐต่อรัฐเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษา ทำงานกับกบอ.ซึ่งจะช่วยดูแลก่อนที่จะถึงฤดูฝนปีนี้" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
เชื่อ'รถไฟความเร็วสูง'สร้างคมนาคมสะดวก เศรษฐกิจเติบโต
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้นั่งรถไฟความเร็วสูงถึง 350 กม.ต่อชม.โดยเป็นเส้นทางแรกของจีน และเส้นทางแรกของโลกที่มีความยาวที่สุด ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการนั่งลดลง จากรถไฟปกติที่ใช้เวลา 70 นาที ไปยังสถานีต่าง ๆ แต่รถไฟความเร็วสูงใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ตรงนี้ทำให้รองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก อีกทั้งจีนมีการวางแผนเดินรถไฟความเร็วสูงรองรับเมืองต่อเมือง การทำจุดเชื่อมต่อแต่ละสถานี ซึ่งถ้าเริ่มที่ไทยก็จะทำให้ระบบคมนาคมมีความสะดวกยิ่งขึ้น และรองรับความรวดเร็วในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การขนส่งสินค้า ซึ่งลดค่าใช้จ่ายเรื่องการขนส่งในระยะยาวได้



