ข่าว

'วิชัย'เผย7หมื่นล้านแรงหนุนแก๊งค้ายา

'วิชัย'เผย7หมื่นล้านแรงหนุนแก๊งค้ายา

29 เม.ย. 2555

เปิดใจ'วิชัย สังข์ประไพ'7หมื่นล้าน..แรงหนุนแก๊งค้ายา : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์

              ปฏิบัติการบุกตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชของตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ พบโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์เกลื่อนเรือนจำ ยืนยันได้ชัดเจนว่า ปัจจุบันเรือนจำกลายเป็นแดนสวรรค์ของบรรดานักค้ายาเสพติด เป็นทั้งที่พัก ที่ติดต่อซื้อขายยาเสพติด และสถานเสพยา กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติดทั้งหลายแหล่ต้องเร่งตีโจทย์ให้แตก
 
              ในแวดวงของมือปราบยาเสพติดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเอง แสดงทัศนะไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเรือนจำ และการใช้เรือนจำเป็นสถานที่ซื้อขายยาเสพติดของนักค้า เกิดขึ้นได้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐหย่อนยาน หรือมีส่วนได้เสียกับการค้ายานรกในแดนสนธยาแต่ละแห่ง ทางออกของปัญหาไม่ได้ถูกปิดตายเสียทีเดียว เพียงแต่ว่าทุกฝ่ายจริงใจที่จะสางปัญหาที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่
 
              ลองมาฟังแนวคิดการแก้ปัญหายาเสพติดในคุกจากนายตำรวจที่ได้ชื่อว่าเป็นมือปราบยาเสพติดระดับพระกาฬคนหนึ่ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านปราบปรามยาเสพติด มองทางออกในเรื่องนี้อย่างไร

 -ช่องทางในการยับยั้งไม่ให้เรือนจำกลายเป็นแหล่งซ่องสุมยาเสพติดและสถานที่ติดต่อซื้อขายยาเสพติดถูกปิดตายหรือยัง
 
              ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติดหรือปัญหาอื่นใดก็แล้วแต่ทุกปัญหาย่อมต้องมีทางออก ไม่มีหรอกที่ประตูทางแก้จะถูกปิดตายขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีความจริงใจในการแก้ปัญหามากน้อยแค่ไหน อย่างปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเรือนจำ การใช้เรือนจำเป็นสถานที่ซื้อขายยาเสพติด จะไม่เกิดขึ้น หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่หย่อนยาน หรือมีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมในที่นี้สามารถทำได้ไม่ยาก โดยแบ่งเป็นสองส่วนคือ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และการใช้ระบบการจัดการภายในเข้ามาเป็นตัวควบคุม
 
              การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ควบคุม เช่น การนำเครื่องเอกซเรย์เข้ามาติดตั้งประตูทางเข้าเรือนจำเพื่อตรวจสอบทุกคนที่เข้า-ออกภายในเรือนจำ การใช้อุปกรณ์และระบบไฟฟ้ารวมถึงกล้องวงจรปิดเข้ามาติดตั้งภายในเรือนจำเพื่อควบคุมนักโทษแทนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ วิธีการนี้ในต่างประเทศเขาทำกันมานานแล้ว
 
              ส่วนการนำระบบเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ทำงานแทนเจ้าหน้าที่ เป็นการปิดโอกาสไม่ให้นักโทษกับผู้คุมมีความสัมพันธ์กัน จะลดโอกาสในการเกื้อหนุนช่วยเหลือหรือปิดช่องทางในการหาผลประโยชน์ต่างๆ ภายในเรือนจำ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำถูกบันทึกไว้หมดโดยกล้องวงจรปิด ใครทำอะไรที่ไหนห้องควบคุมเห็นหมด ควบคุมสั่งการผ่านเสียงตามสายภายในเรือนจำ นักโทษรายใดฝ่าฝืนคำสั่งก็ใช้ระบบไฟฟ้าเข้าช่วย
 
              การเข้าเยี่ยมนักโทษของญาติก็ควรมีมาตรการตรวจสอบที่เคร่งครัด โดยจะต้องปิดช่องทางไม่ให้สามารถสัมผัส หรือพูดคุยกันได้โดยตรง ซึ่งจะต้องจัดพื้นที่ให้เยี่ยมในห้องกระจกแล้วให้พูดคุยผ่านระบบโทรศัพท์จะดักฟังโทรศัพท์ไว้ตรวจสอบก็ว่ากันไป เมื่อพบว่ารายใดมีพฤติการณ์ไม่พึงประสงค์ก็สั่งห้ามไม่ให้เข้าเยี่ยมอีก ไม่ใช่อย่างเช่นทุกวันนี้ที่ญาติกับนักโทษสามารถพูดคุยกระซิบกระซาบกันถึงข้างหูเจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้ว่าเขาพูดคุยอะไรกัน ไม่รู้ว่าจะสั่งการเรื่องทำความผิดโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับยาเสพติดหรือเปล่า

 -การนำระบบการจัดการภายในมาใช้ในการควบคุมมีรูปแบบอย่างไร
 
              การใช้ระบบการจัดการภายในก็คือ การบริหารบุคลากรภายในเรือนจำ คือต้องหาทางปิดช่องทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กับนักโทษ ยกตัวอย่างเช่น ห้ามไม่ให้ผู้คุมเข้าไปในพื้นที่เรือนนอนแล้วหันไปใช้กล้องวงจรปิดควบคุมแทน ผู้คุมจะเข้าไปในพื้นที่เรือนนอนได้เฉพาะที่เกิดเหตุร้าย
 
              ต่อมาคือการจัดสรรหน้าที่ที่ชัดเจนให้เจ้าหน้าที่ โดยแบ่งแยกให้ชัดเจน ใครมีหน้าที่ตรวจก็ตรวจอย่างเดียว ใครมีหน้าที่ควบคุมก็ทำเฉพาะหน้าที่ควบคุม อย่าให้ทำหลายหน้าที่ เพราะหากผู้ตรวจและผู้ควบคุมเป็นบุคคลเดียวกันมีโอกาสสูงที่จะฝ่าฝืนกฎระเบียบ เป็นช่องทางให้เกิดสารพัดปัญหา เช่น การลอบนำโทรศัพท์ ยาเสพติด หรือสิ่งอื่นใดเข้าไปในเรือนจำ
 
              อีกแนวทางหนึ่ง คือ การจัดระบบหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในงานควบคุม รวมถึงการหมุนเวียนนักโทษ จากเรือนจำหนึ่งไปอีกเรือนจำหนึ่งให้บ่อยขึ้น เช่น จัดหมวดเรือนจำในจังหวัดใกล้เคียงกัน 3-4 จังหวัด แล้วสลับสับเปลี่ยนทั้งตัวผู้คุมและนักโทษอาทิตย์ละครั้งโดยไม่ให้ซ้ำกัน วิธีการนี้จะทำให้ผู้คุมและนักโทษไม่มีความสัมพันธ์กัน เพราะมีโอกาสเจอกันน้อยมากเพราะต้องถูกหมุนเวียนไปเรื่อยๆ เมื่อแต่ละคนไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็ไม่กล้าที่จะทำความผิด วิธีการนี้จะแก้ปัญหาเจ้าถิ่น หรือขาใหญ่ภายในคุกลงได้ เพราะต่างคนต่างมาไม่ได้อยู่ด้วยกันนานๆ ความสัมพันธ์จึงไม่เกิด ปัญหาการใช้พื้นที่เรือนจำซื้อขายยาเสพติดก็ไม่เกิดขึ้น เพราะแต่ละคนต่างไม่ไว้วางใจกันและกัน
 
              นอกจากนี้ควรมีนโยบายส่งเสริมให้นักโทษประพฤติดีและทำความดี เช่นใช้มาตรการลดวันต้องโทษให้นักโทษที่ทำตัวดีไม่ประพฤติผิดข้อห้ามภายในเรือนจำ ทำตัวดีไม่สร้างปัญหาและช่วยเหลือสังคมสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเรือนจำ ผมเชื่อว่า หากทำได้ดังนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรือนจำขณะนี้น่าจะยุติ

 -เรือนจำในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจนครบาลมีปัญหาเรื่องยาเสพติดหรือไม่
 
              ไม่สามารถการันตีได้ว่าไม่มี หลายครั้งที่มีการจับกุมคดียาเสพติดก็มีข้อมูลว่ามาจากการสั่งการในเรือนจำ แต่ในเรือนจำนั้นเป็นพื้นที่รับผิดชอบโดยตรงของกรมราชทัณฑ์ แต่ในเชิงลึกเรามีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ในรายละเอียดของวิธีการนั้นคงไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่า เรามีมาตรการดำเนินการอยู่ อย่างกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 มีเรือนจำคลองเปรมตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำรวจกับกรมราชทัณฑ์ก็มีแนวทางในการควบคุมเรื่องยาเสพติดร่วมกัน มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ ที่ผ่านมาได้ผลน่าพอใจ

 -มองสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร
 
              ต้องยอมรับว่าน่าเป็นห่วง ปัจจุบันมียอดผู้เสพเฉพาะ กทม.ประมาณ 2-4 แสนคน ขณะที่ทั่วประเทศมีประมาณ 1.2 ล้านคน ผมสมมุติว่า ในแต่ละวันผู้ติดยาเสพติดเหล่านี้ต้องเสพยาบ้าคนละ 1 เม็ด หมายความว่า ในแต่ละวันผู้ค้ายาเสพติดจะขายยาบ้าได้ 1.2 ล้านเม็ด ขณะนี้ยาบ้าราคาเฉลี่ยเม็ดละ 200 บาท เท่ากับว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดสูบเม็ดเงินจากคนไทยไป 200 กว่าล้านบาทต่อวัน หรือ 6,000 กว่าล้านบาทต่อเดือน หากคิดเป็นรายปีจะมียอดเงินสูงถึง 7 หมื่นกว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งเม็ดเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดยังคงอยู่
 
              สำหรับผู้เสพขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ค้าแทบทั้งหมดจะเป็นรายย่อยมีอยู่ประมาณพันกว่าราย กระจายอยู่แทบทุกชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบของทุกสถานีตำรวจ โดยมากสุดจะอยู่ในพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ส่วนเอเย่นต์รายใหญ่ตั้งแต่เครือข่ายยาเสพติดของภาพ 70 ไร่ หรือนายสุภาพ สีแดง ที่เคยอยู่ในชุมชนคลองเตยถูกจับดำเนินคดีไป พูดได้ว่าในเวลานี้กรุงเทพมหานครไม่มีเอเย่นต์รายใหญ่ ทั้งนี้เป็นเพราะกรุงเทพมหานครไม่ใช่จุดพักยา แต่เป็นตลาดที่มีการกระจายยาเสพติดจากผู้ค้าไปยังผู้เสพ ผู้ค้าส่วนใหญ่จึงเป็นรายย่อยที่รับยาเสพติดมาจากแหล่งพักยาต่างๆ ในจังหวัดโดยรอบของกรุงเทพฯ เช่น  ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง นนทบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรสาคร
 
              ส่วนยาเสพติดที่ระบาดเป็นอันดับ 1 คือยาบ้า แต่ระยะหลังเปลี่ยนเป็นยาไอซ์มากขึ้น แหล่งมั่วสุมเปลี่ยนจากสถานบันเทิงเป็นแหล่งสถานที่พักต่างๆ ขณะที่ผู้หญิงตกเป็นผู้เสพมากขึ้น เพราะมีความเชื่อที่ผิด คิดว่าเสพยาแล้วทำให้สวยขึ้น ทำให้ผอม ทั้งที่ความจริงแล้วการใช้ยาเสพติดเหล่านี้จะทำให้ร่างกายทรุดโทรม

 -แนวทางในการปราบปรามยาเสพติดของบช.น.เป็นอย่างไร
 
              การแก้ปัญหายาเสพติด ตำรวจเพียงหน่วยงานเดียวคงไม่สามารถทำได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ในส่วนของ บช.น.มีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหายาเสพติดคือ 1.เร่งปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดหากต่อสู้ก็จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง 2.ยับยั้งอย่างยั้งยืนคือการเร่งจัดการกลุ่มผู้ค้ารายย่อยเพื่อไม่ให้สามารถแพร่กระจายยาเสพติดให้ผู้เสพได้ 3.บังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติด และ พ.ร.บ.การฟอกเงิน อย่างเข้มงวด 4.เร่งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 5.บูรณาการกับทุกภาคส่วน เช่น ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น เจ้าของสถานที่พัก ครู แท็กซี่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างและอื่นๆ มาระดมความคิดเพื่อร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติด และ 6.บริการสังคม คือการหาทางให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดแล้วกลับคืนไปใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่เกิดความแปลกแยก


................

(หมายเหตุ : เปิดใจ'วิชัย สังข์ประไพ'7หมื่นล้าน..แรงหนุนแก๊งค้ายา : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)