
ผู้หญิง!
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ผู้หญิง ! โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ผู้ชายส่วนใหญ่มักมองว่า “ผู้หญิง” ไม่มีเหตุผลในการใช้จ่าย หรือถ้ามี “เหตุผล” ก็เป็น “เหตุผลที่ไม่ใช่เหตุผล” ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ต่อป้ายลดราคาสินค้า 30-70% ที่มีอิทธิพลด้านแรงดึงดูดสูงมาก หรือความพ่ายแพ้ต่อรองเท้าคู่ที่ 4 หรือกระเป๋าใบที่ 5
ในขณะที่ผู้หญิงด้วยกันเองกลับมองอีกมุมนึง จำได้ว่า เมื่อครั้งที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญไปกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องทิศทางเศรษฐกิจไทย ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ข่าวที่ออกมาและได้รับความสนใจมากมายกลับเป็นเรื่องที่จำนวนผู้ร่วมรับฟังสัมมนาน้อยมาก หรือจะเรียกได้ว่า แทบไม่มีเลย จนผู้จัดงานต้องเกณฑ์เด็กฝึกงาน พนักงานโรงแรมมานั่งฟังนายกฯ ทั้งๆ ที่ก็ต้องยอมรับว่า เนื้อหาสาระที่นายกฯพูดในวันนั้น ก็ฟังดูดี
ดิฉันเองมีโอกาสฟังเทปการปาฐกถาดังกล่าวในช่วงหลังจากนั้น ซึ่งฟังๆ ไปแล้ว มีประโยคหนึ่งที่นายกฯพูดแล้วน่าสนใจ นั่นคือ ความตั้งใจในการเพิ่มรายได้ให้กับ “ผู้หญิง” เพราะมีข้อมูลที่สรุปได้ว่า ผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้ว ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายเพื่อครอบครัวมากกว่าใช้จ่ายเพื่อตัวเอง ดังนั้น การเพิ่มรายได้ให้กับผู้หญิง ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งท่านนายกฯ คงมองว่า น่าจะเพิ่มความสุขให้กับครัวเรือนได้มากกว่า
เหมือนกับที่ครั้งหนึ่ง ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ในงานวันสตรีสากลว่า “ผู้หญิงจะถือว่า ตนเองประสบความสำเร็จ ก็ต่อเมื่อเธอประสบความสำเร็จทั้งในชีวิต ครอบครัวและอาชีพ”
ความสุข ความสำเร็จ และรายจ่ายมวลรวมของ “ผู้หญิง” จึงขึ้นอยู่กับครอบครัวเป็นสำคัญ
ล่าสุด อ่านคอลัมน์ ก.ล.ต.คู่คิดนักลงทุน เขียนโดยคุณสุรีรัตน์ สุรเดชะ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีข้อมูลเกี่ยวกับ “ผู้หญิง” ที่น่าสนใจมากขึ้น นั่นคือ ผู้หญิงน่าเป็นห่วงกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยเกษียณ
เพราะข้อมูลจากหลายประเทศบ่งชี้ว่า ระดับเงินเกษียณของผู้หญิงค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากผู้หญิงมีรายได้น้อยกว่าผู้ชายเฉลี่ยประมาณ 25% แต่กลับมีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่าผู้ชายราว 5-7 ปี ขณะที่มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียประเมินว่า ผู้หญิงออสเตรเลียมีเงินเกษียณประมาณ 1.7 ล้านบาท ขณะที่ผู้ชายมี 3.6 ล้านบาท เท่ากับว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงมีเงินเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ชาย ดังนั้น ผู้หญิงยิ่งจำเป็นต้องเก็บเงินเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้มีเงินพอใช้
คุณสุรีรัตน์ แนะนำว่า าผู้หญิงจึงต้องหมั่นหาความรู้เรื่องการลงทุนไว้ด้วย เพราะมักจะใช้เงินง่ายด้วยแรงดึงดูดจากกระเป๋าราคาแพงและเสื้อผ้าชุดหรู รวมทั้งอาจมองข้ามประโยชน์ของการออมเงินเพื่อเกษียณ ดังนั้น ผู้หญิงจึงควรเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ตั้งแต่เริ่มทำงานเดือนแรก โดยกันเงินส่วนหนึ่ง เช่น 5-10% ของเงินเดือน หรือจะกำหนดเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน เช่น 3,000, 5,000, 10,000 บาท เท่ากันทุกเดือนไปลงทุนในกองทุนอาร์เอ็มเอฟแบบอัตโนมัติ
สิ่งสำคัญ คือ ต้องเริ่มต้นทำทันที อย่าหาข้ออ้างไปเรื่อยๆ
แต่แม้ว่า จะขึ้นชื่อว่า ผู้หญิงเหมือนกัน แต่ระหว่าง “ผู้หญิงโสด” กับ “ผู้หญิงที่มีครอบครัว” ก็มีรายละเอียดในการบริหารจัดการเงินแตกต่างกัน
สำหรับ “คนโสด” สามารถที่ตัดการวางแผนทางการเงินเกี่ยวกับการศึกษาของลูกออกไปได้เลย เหลือการวางแผนเฉพาะเพื่อการเกษียณอายุที่ต้องดูแลตัวเอง และอาจจะต้องวางแผนเพื่อดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วย
ประเด็นสำคัญที่สุดของการวางแผนทางการเงินสำหรับสาวโสด นั่นคือ การวางแผนดูแลสุขภาพ ทำร่างกายให้แข็งแรงและเลือกดูแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสมในกรณที่ที่ทำงานไม่ได้ครอบคลุมการประกันสุขภาพไว้ให้ เพราะข้อเสียของคนโสด คือ เวลาที่เจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ จะไม่มีรายได้จากสามีมาช่วยเหลือดูแล ทุกอย่างก็ล้วนต้องอาศัยตัวเองทั้งนั้น การดูแลสุขภาพจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคนโสด ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ในภาวะอาจมีความเครียดมากกว่าคนที่มีครอบครัว โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องการคนร่วมแบ่งปันความสุข ความทุกข์หรือต้องการคำปรึกษาจากครอบครัว
ส่วน “ผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้ว” จะต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนการออมเป็นอย่างแรก เนื่องจากมีภาระที่ยิ่งใหญ่รออยู่ นั่นคือ เมื่อมีลูก ที่ต้องตระเตรียมตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ การฝากท้อง การคลอด ที่ล้วนมีค่าใช้จ่าย จวบจนเมื่อลูกเติบโตขึ้น ก็มีภาระในเรื่องของค่าเล่าเรียนที่พ่อแม่ต้องดูแลให้ตลอดรอดฝั่ง
นอกจากเรื่องของการออมแล้ว ผู้หญิงที่มีครอบครัวยังต้องระมัดระวังในเรื่องของค่าใช้จ่าย ซึ่งจะต้องรัดกุม รอบคอบและถี่ถ้วนกว่า “สาวโสด” โดยเฉพาะจะต้องจัดกระแสเงินสดให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุด ไม่ติดขัด
ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งของผู้หญิงมีครอบครัว ที่อยู่ระหว่างการสร้างครอบครัว ก็คือ เป้าหมายในการมีทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รถยนต์ รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งควรจะตั้งเป้าหมายทีละ 1-2 อย่าง เพราะถ้ามากเกินไป ชีวิตก็ไม่มีความสุข และเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว และหากต้องมีการกู้ยืมแล้ว ควรจะเป็นการกู้เพื่อการซื้อทรัพย์สินที่มีค่าและมีการเพิ่มค่าไปตามระยะเวลา เช่น อสังหาริมทรัพย์ โดยที่สัดส่วนการก่อหนี้ก็ไม่ควรมากจนเกินกำลังในการผ่อนชำระ
ที่น่าแปลกก็คือ แม้ว่า ที่ผ่านมา “ผู้ชาย” จะปรามาส “ผู้หญิง” อยู่บ่อยๆ เรื่องการช็อปปิ้งแบบไร้สาระ แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าครอบครัวไหนก็เหมือนกัน นั่นคือ “ผู้หญิง” ต้องทำหน้าที่ดูแลฐานะการเงินของครอบครัว ดังนั้น ฐานะการเงินการคลังของบ้านจะแข็งแรงมั่นคงอย่างยั่งยืนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้หญิงล้วนๆ
หรือว่าไม่จริง !
....................................
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ผู้หญิง ! โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )



