
รายงานพิเศษ:จัดสรรที่ดินหมดสัมปทาน
จัดสรรที่ดินหมดสัมปทาน ในความคาดหวังของเกษตรกร : รายงานพิเศษ : โดย ... สิทธิชัย สิขวัตร / สุวรรณี บัณฑิศักดิ์
การที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พากันเข้าไปยึดพื้นที่ของรัฐซึ่งให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ด้วยการปลูกปาล์มนับตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ ความน่าสนใจด้านหนึ่งของการเคลื่อนไหวข้างต้น นั่นคือการเข้ามาของเกษตรกรกลุ่มนี้ อยู่บนพื้นฐานที่ว่าเปิดทางให้เจ้าของสวนซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานเดิมสามารถเข้าไปทำประโยชน์ได้ โดยกลุ่มจะไม่หาผลประโยชน์ปาล์มน้ำมันจากผู้รับสัมปทานเดิม
ทั้งนี้เป้าหมายที่สำคัญของการเคลื่อนที่เกิดขึ้นก็คือ ต้องการกดดันให้หน่วยงานของรัฐเร่งหาข้อยุติเกี่ยวกับที่ดินทำกิน ที่หมดสัญญาสัมปทานแล้ว ได้นำไปสู่การจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกรผู้ยากไร้ โดยขอให้จังหวัดประสานกับหน่วยงานรัฐ จัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินรายละไม่เกิน 10 ไร่ เป็นการอาศัยช่องว่างที่บริษัทผู้สัมปทานปลูกปาล์มน้ำมัน รวม 10 ราย ได้หมดสัญญาเช่าทำประโยชน์ระยะเวลาสัมปทาน 10 ปี และยังไม่ได้รับการอนุญาตต่อสัญญา ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มจึงรวบรวมสมาชิกอันเป็นเกษตรผู้ไม่มีที่ทำกินจำนวน 500 คน พากันเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ 3,200 ไร่ ในเขตหมู่ที่ 6 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เพื่อรอคำตอบที่ชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน
กล่าวสำหรับการจัดสรรที่ดินที่หมดสัญญาในการให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปี 2546 ก็คือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่สัมปทานที่หมดสัญญา และนำมาจัดสรรให้เกษตรยากจน 50% ส่วนอีก 50% ให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ต่อไป แต่ปัญหาที่ผ่านมาก็คือไม่มีการดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม หลายพื้นที่เอกชนรายเดิมยังคงเข้าทำประโยชน์ทั้งที่สัญญาหมดอายุลง หรือมีการโอนสิทธิ์ไปให้กชนรายอื่นเข้าทำประโยชน์ จนทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความล่าช้า จึงเป็นที่มาของการรวมตัวกันเข้าไปในพื้นที่ของเกษตรกรกลุ่มนี้
"ในการยึดสวนปาล์มที่หมดอายุสัมปทานแล้ว ทางกลุ่มไม่ได้ต้องการที่จะยึดไว้เป็นสมบัติส่วนตัว หรือเป็นของสมาชิกคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อน ต้องการที่ดินทำกิน เราเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแล หรือบริหารจัดการพื้นที่ของรัฐที่หมดสัญญาสัมปทานไปแล้ว ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด โดยนำมาจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ไม่มีที่ทำกินเป็นของตัวเอง" สุมนตรี สุขดำ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ต.คลองขนาน เล่าถึงแนวทางการต่อสู้
"ทางจังหวัดกระบี่ได้รับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ต.คลองขนาน เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ปัญหาที่ดินที่หมดสัญญาสัมปทาน ทางจังหวัดทราบปัญหามานานแล้ว ที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยยึดแนวทางการปฏิบัติ ตามมติคณะรัฐมนตรี 26 สิงหาคม 2546 มาโดยตลอด คือ ที่ดินที่หมดสัญญาสัมปทาน ครึ่งหนึ่งจะนำมาจัดสรรให้คนยากจน อีกส่วนที่เหลือก็จะให้เอกชนเช่าต่อ แต่ทางจังหวัดไม่มีอำนาจ สิ่งที่ทำได้คือ ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่ที่หมดสัญญาสัมปทานในทุกอำเภอ พบว่ามีทั้งหมด 14 แปลง หมดสัญญาแล้ว 10 แปลง ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว กำลังรอคำตอบ" วีระ จันทร์ทิพรักษ์ ปลัดจังหวัดกระบี่ กล่าว
ขณะเดียวกันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ดินราชพัสดุ หรือที่ดินที่อยู่การครอบครองของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง มีเนื้อที่กว่า 1.2 ล้านไร่ ก่อนหน้านี้เคยมีภาคเอกชนเช่าที่ดินทำกินโดยการปลูกปาล์ม แต่หลังจากหมดสัญญาเช่า ทางกรมธนารักษ์ออกระเบียบยึดที่ดินกลับคืนมาเพื่อจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้กับผู้ยากไร้ โดยในส่วนของทรัพย์สินหรือพืชผลอาสิน ยังตกเป็นของผู้เช่า แต่ที่ดินเป็นของธนารักษ์ ซึ่งการบริหารจัดการขึ้นอยู่กับคณะทำงานของแต่ละจังหวัดในการดำเนินการประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกับตัวแทนเกษตรกร
โดยแปลงที่บริหารจัดการได้สำเร็จเป็นแปลงในพื้นที่ราชพัสดุแปลง 848 บ่อถ่านศิลา ต.ตะปาน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 4,181 ไร่ มีเกษตรกร ที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ภายใต้ชื่อ”สหกรณ์ตะปานเมืองใหม่ จำกัด”มีสมาชิก 1,200 คน ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินรายละไม่เกิน 2 ไร่ ส่วนที่ดินแปลงอื่นๆ ยังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาของศาลปกครอง หากเสร็จสิ้นตามกระบวนการของศาลปกครอง จึงจะสามารถบริหารจัดการได้ตามกรอบ ทั้งนี้ที่ดินราชพัสดุของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เกษตกรครอบครองทำประโยชน์ มีทั้งที่เป็นที่ดินภาคเกษตรหรือพื้นที่เกษตร ซึ่งจะจัดสรรให้เกษตรกรเช่าไร่ละ 100-200 บาทต่อปี แต่หากเป็นที่ดินในย่านธุรกิจหรือเพื่อการท่องเที่ยวจะให้เช่าไร่ละ 200-300 บาท หรือเป็นการจ่ายรายเดือนตามระเบียบที่ออกมา
"ปัญหาที่ยังไม่สิ้นสุดจนมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะมีมวลชนเข้าไปครอบครองทำประโยชน์เกือบทุกพื้นที่แล้ว ขณะที่แปลงที่ดินราชพัสดุส่วนมากของ จ.สุราษฎร์ธานี จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้ทำกินถูกต้องตามกรอบของกฏหมายได้ทั้งหมด มีเพียงเจ้าหน้าเข้าไปดำเนินการเพื่อให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นการะยึดหลักทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ประกอบกัน" เฉลิมศักดิ์ ปาณศรี ธนารักษ์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าว
ลือชา อุ่นยวง นายกสมาคมชาวสวนปาล์มจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า อยากที่จะเสนอการรูปแบบการจัดสรรที่ดิน ซึ่งหมดสัญญาการเข้าทำประโยชน์ของเอกชนแล้ว โดยรัฐบาลควรที่จะกระจายให้กับกับเกษตรกรในสัดส่วนที่ 100 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่จัดสรรให้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งนี้การกระจายที่ดินภายใต้แนวทางดังกล่าว เพราะเห็นว่าปัญหาไม่มีที่ดินทำกินเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานสำหรับเกษตรกร ขณะเดียวกันเพื่อให้เกษตรกรสามารถที่จะยึดอาชีพการทำเกษตรได้อย่างมั่นคง รัฐบาลควรที่จะเข้ามาสนับสนุนเรื่องชลประทานด้วย หากเป็นไปได้ตามแนวทางนี้ก็เชื่อ จะสามารถสร้างความมั่นคงให้อาชีพเกษตรแม้ว่าที่ดินที่ได้รับการจัดสรรต่อราย จะมีเนื้อที่ที่ไม่มากนักก็ตาม
นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาจัดสรรทรัพยากร ที่รอให้รัฐบาลเข้ามาขับเคลื่อน
----------
(หมายเหตุ : จัดสรรที่ดินหมดสัมปทาน ในความคาดหวังของเกษตรกร : รายงานพิเศษ : โดย ... สิทธิชัย สิขวัตร / สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)
----------



