ข่าว

เปิดโลกวันอาทิตย์:ทายาท8เซียนตกสวรรค์

เปิดโลกวันอาทิตย์:ทายาท8เซียนตกสวรรค์

29 เม.ย. 2555

เปิดโลกวันอาทิตย์ : ทายาทตกสวรรค์ของ"แปดเซียน"แดนมังกร โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

               ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาร่วมสองเดือน แต่สื่อจีนและสื่อเทศยังคงเกาะติดข่าวเบื้องหน้าเบื้องหลังข่าวการ "ตกสวรรค์" ของนายป๋อ ซีไหล อดีตดาวรุ่งพุ่งแรงที่เกือบจะติดกลุ่มผู้นำจงหนานไห่อย่างไม่ยอมปล่อย ตราบใดที่ยังไม่สามารถไขปริศนาการตายอย่างมีเงื่อนงำของนายนีล เฮย์วู้ด นักธุรกิจแดนผู้ดีอังกฤษวัย 41 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

                หนำซ้ำ ยิ่งสาวลึกก็ยิ่งพบพฤติกรรมความเป็น "เจ้าพ่อมาเฟีย" ของนายป๋อจนเป็นสาเหตุทำให้กลายเป็นดาวดับอย่างกะทันหัน โดยหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ เผยว่านายป๋อ ได้กำเริบเสิบสานแอบติดตั้งระบบดักฟังโทรศัพท์ เอาไว้สอดแนมการเคลื่อนไหวของบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมทั้ง

               ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา อย่างนี้หรือจะทำให้สื่อจีนสื่อเทศยอมปล่อยมือจากคดีดังในรอบหลายสิบปีได้

               ไม่ต้องพูดไกลไปถึงกรณีที่ว่าการปลดนายป๋อครั้งนี้ได้บานปลายกลายเป็นไฟลามทุ่งถึงขั้นเตรียมขุดรากถอนโคนคนในตระกูล "ป๋อ" หลายคนจนบ้านอาจแตกสาแหรกอาจขาดยิ่งกว่าคราวที่นายป๋อ ยี่โป อดีตนักปฏิวัติรุ่นแรก ผู้เป็นพ่อของนายป๋อ ซีไหล ถูกนางเจียง ชิง หัวหน้าแก๊งออฟโฟร์สั่งกวาดล้างระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรมเสียอีก แต่นายป๋อผู้พ่อนั้นดวงแข็งจึงรอดตายมาได้และได้รับการกู้ชื่อกลับคืนมาในช่วงไล่เลี่ยกับคนโตตัวเล็กเติ้ง เสี่ยวผิง หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ร่วมมือกันสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศนี้ จนได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน 8 เซียนผู้เป็นอมตะทางการเมือง

               เพราะหลังจากนายป๋อ ซีไหลถูกปลดจากทุกตำแหน่งแล้ว นางคู ไคไหล ภรรยาจอมจุ้นของนายป๋อ ก็ถูกฉุดกระชากให้ร่วมตกสวรรค์เป็นรายแรก เมื่อถูกทางการสั่งกักตัวเพื่อสอบปากคำในฐานะที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นคนบงการให้ลอบวางยาพิษนายเฮย์วู้ด ทั้งๆ ที่ต่างเคยมีผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วยกันมานานกว่า 10 ปี ยิ่งกว่านั้น ยังมีข่าวซุบซิบไปทั่วว่าทั้งสองอาจจะแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันด้วย

               ตอนนี้กระแสของการขุดรากถอนโคนยังลามไปถึงพี่น้องลูกหลานตระกูลป๋ออีกหลายคน ให้กลายเป็นเทวดาตกสวรรค์ด้วย เมื่อนายป๋อ ซีหยง พี่ชายคนโตของนายป๋อ ซีไหล ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งรองกรรมการอำนวยบริษัท ชีนา เอฟเวอร์ไบรท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของรัฐที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยบอร์ดหรือคณะกรรมการบริหารของบริษัทนี้ให้เหตุผลตรงไปตรงมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น

               ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้เมื่อปี 2541 นายป๋อ ซีหยง ได้พรางตัวเองด้วยการใช้ชื่อว่าหลี่ ซื่อหมิน ชื่อเดียวกับมหาจักรพรรดิถังไท่จงก่อนจะครองราชย์ แต่สื่อของรัฐในจีนและฮ่องกงต่างขุดคุ้ยจนรู้ว่าตัวตนแท้จริงก็คือนายป๋อ ซีหยง ที่ไต่เต้าจนได้นั่งเป็นบอร์ดของบริษัทนี้มาตั้งแต่ปี 2546 นอกเหนือจากสวมหมวกรองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทชีนา เอฟเวอร์ไบรท์ กรุ๊ป บริษัทแม่ของบริษัท ชีนา เอฟเวอร์ไบรท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  ขณะนี้ยังไม่ทราบชัดว่านายป๋อ ผู้พี่ ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งรองผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปด้วยหรือไม่

               "คณะกรรมการบริหารต้องการใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจให้กระจ่างว่าครอบครัวของนายหลี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัท และไม่มีผลและจะไม่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัทรวมทั้งบริษัทในเครือ" แถลงการณ์ของบริษัทระบุก่อนจะยืนยันว่าการลาออกของนายหลี่ ซื่อหมิน หรือนายป๋อ ซีหยง ไม่ได้เป็นเพราะมีข้อขัดแย้งใดๆ กับบอร์ดคนอื่นๆ

               ขณะที่ "คุณชายน้อย" ป๋อ กัวกัว วัย 24 ปี ลูกชายคนเดียวของนายป๋อ ซีไหล ก็ถูกมรสุมสื่อรุมเร้าหลังจากบ้านแตกสาแหรกขาดแล้ว กระทั่งตัดสินใจออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งผ่านเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ฮาร์วาร์ด คริมสัน หนังสือพิมพ์ภายในของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ตัวเองกำลังเรียนอยู่ว่าตัวเองต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการให้ข้อเท็จจริงกับสื่อมวลชนที่รุกเข้ามาในชีวิตส่วนตัวมากขึ้น

                รวมทั้งเพื่อตอบโต้ต่อข้อครหาที่ว่าอาศัยอิทธิพลของพ่อจนได้รับอภิสิทธิ์มากมายระหว่างเรียนที่โรงเรียนเอกชนแฮร์โรว์ ซึ่งค่าเล่าเรียนสุดแสนจะแพงจนคนธรรมดายากจะส่งลูกไปเรียนได้ ก่อนจะเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับเกียรตินิยม ด้านปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และขณะนี้กำลังศึกษาที่วิทยาลัยจอห์น เอฟ เคนเนดี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

                สิ่งที่สื่อจีนและสื่อเทศพยายามขุดคุ้ยก็คือใครเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียนแฮร์โรว์ ที่ออกซ์ฟอร์ด และที่ฮาร์วาร์ด รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่แสนแพงหูฉี่เกินเงินเดือนของนายป๋อ ซีไหลผู้เป็นพ่อ ระหว่างให้สัมภาษณ์ครั้งสุดหายก่อนจะกลายเป็น "เทวดาตกสวรรค์" นายป๋อผู้พ่อยืนยันว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาจากทุนการศึกษาของลูก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าใครเป็นคนหาทุนให้หรือเป็นคนให้ทุนนี้

                ด้าน "คุณชายน้อย" กัวกัวยืนกรานเช่นกันเกี่ยวกับที่มาของค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับทุนการศึกษาที่ตัวเองได้ยื่นขอไปเอง อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินออมของแม่ ซึ่งเคยมีสำนักงานทนายความของตัวเองนอกเหนือจากเป็นนักเขียนชื่อดัง

                เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเรียนดีจนมีสิทธิได้รับทุนการศึกษา "คุณชายน้อย" กัวกัวก็แสดงผลการเรียนที่โรงเรียนแฮร์โรว์ตอนที่มีอายุ 16 ปี ปรากฏว่าสอบได้ "เอ สตาร์" ถึง 11 ตัว มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 9 ตัว รวมทั้งยังได้เกรดเอ ในการสอบช่วงที่มีอายุ 17 และ 18 ปีด้วย

                สำหรับข้อครหาที่ว่าเป็นเพลย์บอยที่ชอบใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย "คุณชายน้อย" รุ่นที่ 3 แห่งตระกูลป๋อเปิดใจยอมรับว่าระหว่างเรียนที่ออกซ์ฟอร์ด ได้ไปร่วมงานปาร์ตี้หลายครั้งเหมือนกับนักศึกษาทั่วไป แม้ว่าจากภาพถ่ายที่ปลิวว่อนในอินเทอร์เน็ตของจีนในขณะนี้เผยให้เห็นว่าระหว่างร่วมงานเลี้ยงที่ออกซ์ฟอร์ด นายกัวกัวได้แต่งชุดทักซิโดอันสุดหรู แต่บางครั้งก็แต่งชุดแฟนซี มีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดนึกครึ้มเปลือยอกหรา

                แต่นายกัวกัวก็ไม่ตอบคำถามเช่นกันว่าใครเป็นคนหาทุนให้หรือใครเป็นคนออกค่าเล่าเรียนให้ รวมไปถึงค่าเล่าเรียนที่แพบเพิบวิค โรงเรียนเตรียมของเอกชนก่อนจะไปเรียนต่อที่แฮร์โรว์

                นอกจากนี้ คุณชายน้อยกัวกัวยังปฏิเสธว่าไม่เคยขับรถหรูเฟอร์รารีสีแดง ตามที่ตกเป็นข่าวว่าใช้ชีวิตหรูหราทั้งๆ ที่เป็นนักศึกษา และไม่เคยเดินทางไปสถานทูตหรือบ้านพักทูตสหรัฐในกรุงปักกิ่งแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา

                แต่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทที่เกาะติดข่าวนี้อย่างไม่ยอมปล่อยรายงานโดยอ้างปากคำของคนใกล้ชิดของนายกัวกัวที่เผยว่านายน้อยได้ขับรถเฟอร์รารีสีแดงไปที่บ้านพักทูตสหรัฐเพื่อไปรับบุตรสาวของนายจอห์น ฮันส์แมน เอกอัครราชทูตสหรัฐในสมัยนั้นไปรับประทานอาหารค่ำตามที่นัดหมายไว้

                คุณชายน้อยกัวกัวยังปฏิเสธด้วยว่าไม่เคยเกี่ยวข้องหรือเข้าร่วมกับกลุ่มธุรกิจใดๆ ไม่ว่าในจีนหรือต่างประเทศ เพียงแต่เคยไปช่วยพัฒนาเว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่ไม่แสวงหาผลกำไรในจีน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเอ็นจีโอในการจัดกิจกรรมทางสังคมและการติดต่อกับอาสาสมัคร

                พร้อมกับยอมรับว่ารู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว แต่จะไม่แสดงความเห็นใดๆ ระหว่างที่การสืบสวนกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

               ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบว่าคุณชายน้อยกัวกัวหลบไปพักอยู่ที่ใด หลังจากมีคนเห็นบอดี้การ์ดส่วนตัวหลายคนพาตัวออกจากอพาร์ตเมนต์หรูส่วนตัวในเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว

               นอกเหนือจากครอบครัวนายป๋อ ซีไหลที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดแล้ว ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของข่าวนี้ก็คือบรรดาเครือข่ายสังคมในแดนมังกรอีกนับพันนับหมื่นคน เมื่อถูกทางการไล่ปิดแอ็กเคานท์อย่างไม่ลดละ หลังจากใช้สื่อทางเลือกอย่างทวิตเตอร์และเว็บไซต์ เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลคืบหน้าเกี่ยวกับนายป๋อ ซีไหล รวมทั้งข่าวความแตกแยกในหมู่ผู้นำจงหนานไห่ที่ถูกปิดเป็นความลับสุดยอดมานานหลายปี

               ซินา เหวยโป ผู้ให้บริการทวิตเตอร์หรือไมโครบล็อกเกอร์ชื่อดังต้องวุ่นอยู่กับการตามลบทิ้งแอ็กเคานท์ของผู้ใช้บริการหลายคนจากแอ็กเคานท์กว่า 300 ล้านแอ็กเคานท์ รวมไปถึงทวิตเตอร์ของหลี่ เต้อหลิน บรรณาธิการอาวุโสของ "แคปปิตอล วีก" นิตยสารด้านธุรกิจ ซึ่งข้อความที่โพสต์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม มีส่วนจุดชนวนให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นจากการปล่อยข่าวลือว่ามีการยึดอำนาจในกรุงปักกิ่ง

                โดยนายหลี่ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 19 มีนาคมว่า "ถนนหนทางในกรุงปักกิ่งกลายเป็นอัมพาต มีรถทหารตระเวนไปทั่วทุกที่ ถนนฉางอานอยู่ใต้การควบคุมของทหารเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกๆ มุมถนนมีตำรวจนอกเครื่องแบบประจำการอยู่ สี่แยกหลายแห่งถูกปิด"

               โพสต์นี้ซึ่งถูกลบทิ้งหลังจากนั้นไม่นานมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากนายป๋อถูกปลดออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สาขาฉ่งชิ่ง ข้อความนี้ได้จุดพลุข่าวลือที่เผยแพร่ไปทั่วโลกว่าจะมีการปฏิวัติในกรุงปักกิ่ง ทำให้รัฐบาลต้องสั่งปิดเว็บไซต์ต่างๆ เหมือนในช่วงที่เกิดจลาจลเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 2532

               นายหลี่ เต้อหลินเองถูกจับกุมคุมขัง ขณะที่ทางการจีนแถลงว่าได้จับกุมคุมขังผู้ต้องหา 6 คนในข้อหาเผยแพร่ข่าวลือผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อีกกว่าพันคนถูกจับกุมในข้อหาก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต

               นอกจากนั้นตำรวจยังคุมเข้มการนำเสนอข่าวนายป๋อในสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งยิ่งทำให้เครือข่ายสังคมและเว็บไซต์ข่าวอิสระที่ไม่อยู่ใต้การควบคุมของปักกิ่งยิ่งโหมกระพือข่าวนี้โดยไม่หวั่นเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ

                ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการเคลื่อนไหวของซินา เหวยโป ครั้งนี้เป็นเพราะทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งต้องการให้เจ้าของเว็บต่างๆ ควบคุมดูแลคอนเทนท์หรือเน้นเนื้อหาเอง หรือว่าเป็นการเตือนตรงๆ ของซินา เหวยโปเอง แต่สื่ออินเตอร์กลับโต้กลับด้วยการยิ่งแพร่ข่าวนายป๋อออกไป ด้วยวิธีการเดียวกันกับที่เครือข่ายสื่อสังคมเคยมีส่วนหนุนช่วยสร้างภาพนายป๋อทางอ้อมจนมีชื่อเสียงโด่งดังในฉ่งชิ่ง

                ดังกรณีของนายหยาง ไห่เผิง นักข่าว ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 24 มีนาคม อ้างว่าเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชาวอังกฤษคนหนึ่งกับครอบครัวนายป๋อ ซีไหลและนายกัวกัว ลูกชายนายป๋อว่า "มรณกรรม ผู้อุปถัมภ์กัวกัว สัญชาติอังกฤษ สถานที่ฉ่งชิ่ง เจ้าภาพ หวัง ลี่จวิน สาเหตุการตาย ไม่อนุญาตให้นายหวังเข้าไปสอบสวน ไม่มีการพิสูจน์ศพ ตรงข้ามกลับนำศพไปฌาปนกิจทันที"

               ปรากฏว่ามีการส่งต่อกันถึงกว่า 247,000 รายก่อนจะถูกลบทิ้งในวันรุ่งขึ้น ตามด้วยการปิดแอ็กเคานท์ของนายหยางโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

...............................
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ทายาทตกสวรรค์ของ"แปดเซียน"แดนมังกร โดย...บุญรัตน์   อภิชาติไตรสรณ์)