
'ตื่นควันไฟผุดจากใต้ดิน'เมืองลพบุรี
สภาพอากาศร้อนจัด เกิดควันไฟผุดจากใต้ดินเมืองลพบุรี ผู้ว่าฯสั่งปิดพื้นที่ห้ามใครเข้าหวั่นอันตราย ผู้ว่าฯพิษณุโลกคนใหม่เตือนประชาชนอย่างเข้าใกล้หลุมไฟ พบรอยแยกบนภูเขาระนอง กว้าง 1 เมตร ยาว 80 เมตร
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายอานนท์ ศรีรัตน์ นายอำเภอเมืองลพบุรี กล่างถึงกรณีที่ชาวบ้านพบบ่อขยะเก่าหมู่ที่ 6 ต.ถนนใหญ่ อ.เมืองลพบุรี เกิดมีควันไฟผุดขึ้นมาจากใต้ดิน และมีกลิ่นเหม็นคล้ายกับกลิ่นกัมถันเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขณะนี้ได้มีการปิดบริเวดังกล่าวแล้วเพื่อความปลอดภัยว่า จุดดังกล่าวเป็นที่ดินขอนายมุนิน กลางมุนี เป็นเจ้าของที่และเคยใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ทิ้งขยะมานานหลายปีก่อนที่จะปิดหลุม และได้เกิดมีควันไฟผุดขึ้นมานานกว่า 1 ปีแล้ว และเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่เกิดอุทกภัยใหญ่ในบริเวณดังกล่าวก็ได้มีฟองน้ำผุดขึ้นมาเหมือนน้ำเดือดขึ้นมาทำชาวบ้านตกใจไม่กล้าเข้าในในบริเวณดังกล่าวมาแล้ว
ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หลังรับรายงานได้ประสานงานกับทางสาธารณสุขและกรมทรัพยากรธรรมชาติให้เข้ามาขุดตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากความร้อนหรือเกิดจากขยะทับถมนานจนเกิดเป็นแก๊สหรืออะไรจึงทำให้เกิดควันไฟและจะมีอันตรายไม เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ทำการสำรวจอย่างระเอียดเพื่อหาสาเหตุ
นายฉัตรชัย กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับรายงานจากนายอานนท์แล้ว ได้สั่งปิดบริเวณหลุมดังกล่าวแล้ว พร้อมนำเชือกมาล้อมบริเวณทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยพร้อมประกาศเตือนห้ามชาวบ้านเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวด้วย ขณะนี้ได้ประสานงานกับทางสาธารณสุขมาตรวจว่ากลิ่นมีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม ก่อนจะให้กรมทรัพยาการธรณีเข้ามาพิสูญหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ชัดเจนถึงสาเหตุของควันไฟดังกล่าว เพื่อความสบายใจของชาวบ้านด้วยนอกจากนี้อาจจะมีการใช้รถแม็คโคขุดเปิดปากบ่อที่มีควันไฟผุดขึ้นมา เพื่อดูว่าใต้ดินนั้นมีอะไรอยู่ หากเป็นไฟหรือความร้อนจากอากาศก็จะได้ทำการดับให้สนิทเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก แต่อย่างใดก็ต้องมีการพิสูญหาสาเหตุของการเกิดที่แท้จริง
ผู้ว่าฯพิษณุโลกคนใหม่เตือนประชาชนอย่างเข้าใกล้หลุมไฟ
เมื่อเวลา 09.09 น.ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกคนใหม่ ได้ถือฤกษ์ดีอุ้มพระเข้าบ้าน ในโอกาสเดินทางเข้ารับตำแหน่งใหม่ แทน นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าฯคนเก่าที่โยกย้ายไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
ในโอกาสนี้นายชัยโรจน์ได้กล่าวถึงแผ่นดินลุกเป็นไฟที่ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย แล้วเกิดแก๊สพิษเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้ว่า ตนได้ติดตามข่าวสารมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้น และพร้อมที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยขอเวลาในการรับข้อมูลโดยตรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและระดมหาทางออกเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อำเภอนครไทยอย่างรอบคอบเสียก่อน ขอให้ประชาชนที่มีความกังวล สบายใจได้ แต่ในช่วงนี้พบว่าประชาชนยังคงเข้าไปดูพื้นที่ซึ่งเป็นเขตอันตรายโดยไม่เชื่อฟังคำเตือนของนักวิชาการเข้าไปทดลองความร้อนกัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายมาก เนื่องจากแก๊สพิษดักล่าวไม่มีสีไม่มีกลิ่นแต่จะส่งผลกระทบในระยะยาว
นายวิวัฒน์ วิวัฒนภักดี อดีตเสมียนโรงเลื่อย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ได้มีการจุดไฟเผาป่า เผาหญ้าบริเวณที่เกิดเหตุและไฟได้รุก แล้วเชื่อว่าไฟได้รุดรามลงไปในใต้ดินซึ่งเป็นผงถ่านเก่าที่คนเผาถ่านทิ้งเอาไว้ในอดีตเพราะว่าเป็นถ่านที่แตกและมีขนาดเล็ก และเมื่อสะสมมากๆจึงเป็นเชื้อไฟที่คุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ แต่ปัญหาเรื่องแก๊สพิษดังกล่าวก็ต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ ส่วนบรรยากาศในวันนี้เริ่มมีประชาชนมาแวะดูเบาบางลง ตามคำประกาศเตือนจากป้ายและสื่อมวลชนที่มีออกมาระบุถึงพิษและอันตรายดังกล่าว
เร่งพรมน้ำพื้นที่โดยรอบหลุมเพลิง
นายบรรพต โครตเทิ้ง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 พิษณุโลก พร้อมด้วยรถน้ำและรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ฉีดพ่นน้ำแบบฝอยละอองที่หลุมไฟ เพื่อลดการเผาไหม้อินทรียวัตถุชั้นในดินในพื้นที่ดังกล่าว และเพื่อป้องกันควันและฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย
หลังจากได้รับคำแนะนำจากกรมควบคุมโรคให้ลดการเผาไหม้ของอินทรียวัตถุชั้นใต้ดิน นอกจากนี้ให้ใช้รถขุดร่องน้ำบริเวณโดยรอบหลุมไฟคุ พร้อมนำน้ำปล่อยลงในร่องน้ำบริเวณโดยรอบหลุมไฟ เพื่อให้น้ำซึมผ่านชั้นใต้ดิน ลดการเผาไหม้อินทรียวัตถุในพื้นที่ และไม่ก่อมลภาวะให้กับพื้นที่" นายบรรพต กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดกรมพัฒนาที่ดินได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยพัฒนาที่ดินอำเภอนครไทย เก็บตัวอย่างดินที่เกิดไฟคุใต้ดิน ส่งไปวิเคราะห์ที่กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อหาสาเหตุของการหมักหมมของอินทรียวัตถุในชั้นดิน รวมทั้งสารปนเปื้อนที่เป็นก๊าซพิษ และความเป็นกรดเป็นด่างของดินในที่เกิดเหตุ
ชาวะนองตื่นพบรอยแยกกลางภูเขากว้าง1เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ขึ้นไปหาของป่าบนภูเขา ใกล้บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ซึ่งเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บริเวณหลังโรงเรียนพิชัยรัตนาคาร จ.ระนองว่าพบรอยแยกขนาดใหญ่กว้างประมาณ 1 เมตรยาวประมาณ 80 เมตรบนยอดเขา ซึ่งเกรงว่าจะเป็นรอยแยกที่ได้รับผลกระทบจากจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา และเกาะภูเก็ตก่อนหน้านี้
ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์และวิเคราะห์เชื่อมโยงไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ว่าเป็นเพราะเหตุแผ่นดินไหว ที่ทำให้แนวรอยเลื่อนระนองมีการเคลื่อนตัวหรือได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งถูกระบุว่าอยู่ภายใต้บริเวณเทือกเขาหลังบ่อน้ำร้อนเป็นแนวรอยเลื่อนระนอง ซึ่งสังเกตุจากแนวของน้ำพุร้อนที่ไหลไปตามแนวของภูเขาไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งน้ำพุร้อนแหล่งสำคัญๆ จะอยู่ในแนวภูเขาลูกดังกล่าวแทบทั้งสิ้น
นายวิรัช (ขอสงวนนามสกุล) อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ระนอง กล่าวให้ข้อมูลว่าตนเคยพบแนวรอยแยกกลางภูเขาลูกดังกล่าวเมื่อตอนที่นำลูกเสือเดินทางไกล ในช่วงหลังปี 2547 หลังเกิดเหตุการณ์สึนามิ ตอนนั้นพบเป็นรอยแยกยาวประมาณ 50 ม.ส่วนหลังจากนั้นตนไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขาลูกดังกล่าวอีกเลย จึงไม่มั่นใจว่ารอยแยกที่ชาวบ้านพบจะเป็นรอยแยกเก่าที่ตนเคยพบ หรือมีการแยกเพิ่มเติม หรือเป็นแนวรอยแยกใหม่
นายสุเมธ ใจบุญ อายุ 73 ปี นักจัดรายการวิทยุใน จ.ระนอง กล่าวว่า อยู่ระนองมาตลอดชั่วชีวิตยังรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ก็ต้องหาข้อมูลให้แน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะให้ข้อมูลกับชาวบ้านตามความเป็นจริง ไม่ใช่ให้ชาวบ้านวิเคราะห์ผิดวิเคราะห์ถูกสุดท้ายก็อาจจะทำให้เกิดกระแสตื่นตูมหรือตื่นกลัวเกินเหตุได้



