
'ยงยุทธ' เมินเสื้อแดงไม่พอใจรดน้ำ'ป๋าเปรม'
"ยงยุทธ" เมิน เสื้อแดงไม่พอใจรดน้ำ "ป๋าเปรม" มั่นใจทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย
วันที่ 27 เม.ย.55 เวลา 07.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีและคณะเข้ารดน้ำอวยพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีซึ่งทำให้คนเสื้อแดงบางกลุ่มออกมาแสดงความไม่พอใจว่า เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่มั่นใจว่า ได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ดี เชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เพราะได้ปฏิบัติไปตามหลักการที่ดี เป็นเรื่องของวัฒนธรรมไทย ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองหรือสร้างภาพความปรองดอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้าพบครั้งนี้เป็นเพราะตัวนายยงยุทธเป็นผู้ประสาน เพื่อต้องการให้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีได้ต่อไป ใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวกับว่าจะอยู่ในตำแหน่งได้นานแค่ไหน เพราะการพิจารณาความเหมาะสมของการเป็นรัฐมนตรี อยู่ที่ผลการทำงานมากกว่า
บินไป "เขมร" ร่วมประชุมผู้ว่าฯชายแดน "ไทย - กัมพูชา"
นายยงยุทธ ได้เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 4 โดยนายยงยุทธ กล่าวก่อนดินทางว่าการประชุมครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะเราไม่ได้ประชุมร่วมกันมานาน โดยครั้งล่าสุดประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจัดการประชุมที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ทั้งนี้การประชุมในครั้งนี้ เป็นการกำหนดกรอบเกี่ยวกับ การค้าตามแนวชายแดน การเดินทางเข้าออกของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และการแรกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน
เมื่อถามว่า จะมีการหารือเกี่ยวกับข้อพิพาท กรณีเขาพระวิหาร หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากนั้นเมื่อเวลา 09.30 น. นายยงยุทธ เดินทาง มายังกรุงพนมเปญ โดยมีพิธีต้อนรับที่สนามบิน ก่อนที่จะเดินทางไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลกัมพูชา วิมานสันติภาพ ในเวลา 11.00 น. โดยมีนายซอร์ เค็ง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และคณะผู้บริหารราชอาณาจักรกัมพูชา ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัด เข้าร่วมประชุม ก่อนที่ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ของทั้ง 2 ประเทศ จะเปิดการประชุมร่วมกัน
จากนั้นเมื่อเวลา 14.30 น. นายยงยุทธ และ นายซอร์ เค็ง ได้ร่วมลงนามในบันทึกการประชุม คณะผู้ว่าราชการชายแดนครั้งที่ 4 โดย หลักใจความสำคัญว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะส่งเสริมความสงบและความมั่นคง ตามแนวชายแดน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ในการที่จะแก้ไขปัญหาและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ทั้งการก่อการร้าย การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยนเบื้องต้นกรณีที่มีเหตุปะทะ ตามแนวชายแดน
บันทึกข้อตกลง ยังระบุว่า จะมีการดำเนินการโครงการนำร่องในการบริหารจัดการข้ามแดนไปยังด่านถาวร จามเยียม-หาดเล็ก จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา และจ.ตราด ประเทศไทย โดยอนุญาติให้ประชาชน ของจ.เกาะกง สามารถใช้บัตรผ่านแดน เดินทางได้ถึง จ.ตราด จันทบุรี และชลบุรี ขณะที่ประชาชนของ จ.ตราด จะข้ามแดน และเดินทางได้ถึง จ.เกาะกง จ.สพระสีหนุ จ.กำปอด และจ.เคป ของประเทศกัมพูชา อีกทั้ง เพื่อเป็นการส่งเสริม การแลกเปลี่ยนสินค้า และผลผลิตทางการเกษตร ร่วมถึงเศรษฐกิจ ตามแนวชายแดน จะมีการเปิดจุดผ่านแดน บริเวณบ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ตรงข้ามช่อง บึงสนอ บ้าน ไปรจัน จ.บันเตียเมียนเจย รวมถึงยกระดับจุผ่อนปรนการค้า ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตรงข้ามช่องอันเส็ก จ.พระวิหาร เป็นจุดผ่านแดนถาวร และกัมพูชา ยังได้เสนอเปิดจุดผ่านแดนโอเลก จ.ไพลิน ซึ่งอยู่ระหว่าง จ.ไพลิน และจ.จันทบุรี ซึ่งเบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ประเทศ ไปประสานงานผ่านกลไลต่างๆ
นอกจากนี้ ยังเห็นพ้อง ที่จะดำเนินการตามโครงการวีซ่าแอ็ซเม็ซ (VISA-ACMECS) ด้วยการสถาปนาเมืองคู่แฝดระหว่างจังหวัดชายแดน ประกอบด้วย ศรีสะเกษ-เสียมราฐ สุรินทร์-อุดรมีชัย สระแก้ว-บันเตียเมียนเจย จันทบุรี-ไพลิน และ ตราด-เกาะกง เพื่อร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือในระดับจังหวัดให้เพิ่มมากขึ้น



