
'กล้านรงค์'แจงปิดสำนวน'สุพจน์'พ.ค.นี้
'กล้านรงค์'แจง อนุ ปปช. เร่งปิดสำนวน 'สุพจน์' พ.ค. นี้ พร้อมลุยสอบ พธม. ร้องคัดค้านแก้รธน. พร้อมระบุ คนไทยเบื่อหน่ายทุจริต
27 เม.ย.55 นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ปปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า สำหรับกรณีการดำเนินคดีในข้อหาการร่ำรวยผิดปกติ ขณะนี้ทางอนุกรรมการไต่สวนสามารถปิดสำนวนได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเสนอสำนวนต่อที่ประชุมใหญ่ กรรมการ ปปช. ให้ดำเนินการต่อไป ส่วนข้อหาการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จนั้น จะสามารถปิดสำนวนแล้วเสร็จในเวลาใกล้เคียงกับกรณีข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ ขณะที่ข้อหาทุจริตในหน้าที่ราชการ นั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการของอนุกรรมการ ที่จะต้องหาพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาเพื่อความชัดเจน ซึ่งระยะเวลาดำเนินการอาจจะต้องขยายออกไป
ส่วนกรณีแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงาน ปปช. เพื่อเอาผิดกับนักการเมืองทั้งสิ้น 416 คน ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายกล้านรงค์ กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ปปช. จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ปปช. ที่จะดำเนินการหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ ปปช. ก็จะทำการไต่สวนต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอปฏิเสธที่จะให้ความเห็น กรณีที่มีภาพปรากฏว่า มี สส.บางราย มีการเสียบบัตรแทนกันในระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างหารือในรัฐสภา
“กล้านรงค์”ระบุคนไทยเบื่อหน่ายทุจริต
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการบรรยายพิเศษให้กับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 3 ในหัวข้อ”คอร์รัปชั่นกับปัญหาการเมืองไทย” โดยมีนายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) พระรักเกียรติ รักขิตะธัมโม อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ร่วมบรรยาย
ทั้งนี้ นายกล้านรงค์ กล่าวถึงสาเหตุจากการคอรัปชั่น ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ว่า จากผลสำรวจของโพลล์ระบุว่าสาเหตุหลัก ๆ คือประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายและเพิกเฉยในประเด็นปัญหาเหล่านี้ ซึ่งตนไม่ขอตำหนิประชาชนเลยแต่กลับมีข้อสังเกต ว่า คำถามบางคำถามของโพลล์นั้น ส่วนใหญ่เป็นการถามเพื่อชี้นำ ยกตัวอย่างคำถาม เช่น ประชาชนส่วนใหญ่รับได้หรือไม่ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นเพื่อให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง เกิดความก้าวหน้า เมื่อถามเช่นนี้มา ประชาชนก็ต้องตอบกลับว่ารับได้ แต่ตนเห็นว่าการจะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาประเทศได้ ไม่จำเป็นต้องทุจริต ซึ่งตนก็อยากจะถามกลับว่า บริษัทหรือหน่วยงานที่เจริญเกิดจากการทุจริตคอรัปชั่นด้วยหรือไม่ โดยคำตอบก็อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตก็ได้ แต่อาจเกิดจากการบริหารงานของผู้บริหารที่รู้จักบริหารจัดการทำให้ธุรกิจก้าวหน้ารุ่งเรือง ฉะนั้น เมื่อมีการตั้งคำถามเช่นนี้ก็กลายเป็นว่า คนไทยยอมรับปัญหาการคอรัปชั่นไป ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าคนไทยไม่ยอมรับคอรัปชั่น แน่นอน ถ้าหากจะมีการตั้งคำถามเช่นนี้ก็ควรตั้งคำถามว่า เชื่อหรือไม่ถ้ารัฐบาลทุจริตจะทำให้ประเทศชาติเจริญ ซึ่งหากผลสำรวจออกมาระบุว่าประชาชนรับได้ ก็ควรปิดประเทศไปเลย เพราะถ้าคนไทยยอมรับการทุจริต ประเทศก็เดินหน้าต่อไม่ได้
“การถามคำถามเช่นนี้เป็นตรรกะที่ผิด ตราบใดที่ไม่มีใครทำความเข้าใจว่าถามเช่นนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าทุจริตแล้วทำให้ชาติเจริญ ดังนั้นต้องแก้เรื่องนี้ให้หายไป ควรทำกฎหมายให้เด็ดขาด รวมทั้งต้องปลูกฝังเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับจิตสำนึกในการเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต “ กรรมการปปช. กล่าว
ส่วนกรณีของ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูก ปปช.ตั้งข้อกล่าวหาไว้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.กรณีร่ำรวยผิดปกติ 2.แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จและ 3.การทุจริตในหน้าที่ราชการนั้น นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ประเด็น กรณีร่ำรวยผิดปกติ ปปช.ก็ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวน ขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในเดือน พ.ค.ส่วนกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ คาดว่าก็จะแล้วเสร็จตามเช่นกัน ส่วนกรณีการทุจริตในหน้าที่ราชการ นั้นจำเป็นต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะเป็นประเด็นสำคัญ ฉะนั้นคาดว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพอสมควร อย่างไรก็ตาม กรณีของนายสุพจน์ทาง ปปช.ก็พยายามเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
ด้านพระรักเกียรติ กล่าวบรรยายในหัวข้อดังกล่าวว่า ในอดีตที่น่าอับอาย ทั้งการติดคุกหรือการกระทำความผิด ใช้ชีวิตประมาท จนชีวิตตกต่ำไม่ค่อยมีใครนำมาเปิดเผย แต่เรื่องนี้ตนกล้านำมาเปิดเผย เพราะหากใช้ชีวิตโดยประมาท หลงใหลอำนาจวาสนา มีความโลภโกธรหลง เป็นเหตุให้ชีวิตตกต่ำ เรื่องนี้เป็นสัจธรรมของชีวิต ตนถูกดำเนินคดีคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในอดีตมีคนทุจริตกันเยอะ แต่เอาผิดใครไม่ได้ ไปหาคนที่ถูกจับคุกเพราะทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มี มีตนคนเดียว สมัยก่อนนักการเมืองทุจริตก็ขึ้นศาลธรรมดา เมื่อก่อนขึ้นศาลหาหลักฐานไม่ได้ ก็หลุดจากความผิดหมด
แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญปี 2540 มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง ตั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ปปช.) เปลี่ยนแปลงระบบกฎหมายจากระบบกล่าวหาเป็นระบบไต่สวน เพิ่มอำนาจการตรวจสอบให้องค์กรตรวจสอบน่าเกรงขาม สามารถดำเนินคดีกับผู้ทุจริตได้ ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องมีหน้าที่พิสูจน์ว่าทรัพย์สินที่ครอบครองได้มาอย่างสุจริต ภาระตกอยู่ที่จำเลยที่จะต่อสู้ ตนก็ต่อสู้คดี เคยเป็นทนายความมาก่อนว่าความเก่งมาก ไม่เคยแพ้ใคร มาแพ้ครั้งเดียว ติดคุกเลย และคนอื่นๆก็ถูกระบบนี้ไต่สวนจนมีความผิดหลายคนทั้ง นายวัฒนา อัศวเหม นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้หนีไปอยู่ต่างประเทศ อายุความ 20 ปี นี่คือยุคปฏิรูปทางการเมืองที่คนอยากเห็นคนทำผิดติดคุก
พระรักเกียรติ กล่าวต่อว่า คดีที่ตนถูกตัดสินให้ติดคุกถูกตัดสินจำคุก 15 ปี มากกว่าคนทั่วไป 3 เท่า เป็นการลงโทษสถานหนัก เพราะถือว่าเป็นนักการเมืองหลายสมัย และยังถูกยึดทรัพย์ 233 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน ขณะนี้ก็ยังตามยึดอยู่แม้จะบวชเป็นพระภิกษุ ขณะนั้นตนทราบว่าถูกกล่าวหาก็ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อปี 2542 และหลังจากนั้นมีการเลือกตั้งตนก็ไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้แพ้คดี เพราะไม่มีอำนาจต่อสู้ จากความผิดทั้งหมด 15 ปี ก็ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป 2ครั้ง และมีการพักการลงโทษจึงติดคุกเพียง 5 ปี ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าได้จงใจยื่นทรัพย์สินอันเป็นเท็จต่อป.ป.ช. ห้ารับตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี นี้คือเรื่องราวที่ตนพบมา และจะเล่าให้กับทุกคนฟัง เพื่อไม่ให้ทุกคนใช้ชีวิตโดยประมาท
“มีลาภเสื่อมลาภ ตอนหนีคดีต้องไปขอเงินหลานใช้ มียศเสื่อมยศ ตอนเป็นรัฐมนตรีออกทีวี มีแต่คนบอกเพื่อนผมๆ แต่พอโดนคดีโทรไปหาเพื่อนบอกอย่าโทรมากลัวป.ป.ช.ดักฟังโทรศัพท์ สมัยก่อนคนกลัวป.ป.ช.มาก เป็นยักษ์มีกระบอง ”พระรักเกียรติ กล่าว
พระรักเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า คนที่รู้เรื่องการทุจริตมีเยอะ แต่คนที่จะพูดตรงๆได้มีตนคนเดียว รัฐบาลทุกรัฐบาลมีการจ่ายเงินเพื่อเข้าสู่อำนาจ โดยผ่านการเลือกตั้ง ทั้งระดับประเทศ ท้องถิ่น ใช้การซื้อเสียง เมื่อเข้ามาแล้วก็ตอบแทนนายทุน ถอนทุนคืน และเตรียมเงินไว้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นี่คือวงจรอุบาทว์ ส่วนข้าราชการมีการซื้อขายตำแหน่ง และการเข้าสู่อำนาจโดยการรัฐประหาร การจะทุจริตต้องประกอบด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และนักการเมือง วงจรนี้เริ่มจากพ่อค้าที่อยากได้งานของรัฐบาลก็จ่ายเงินให้นักการเมือง และเมื่อได้งานอยากได้สัญญาที่ได้เปรียบก็จ่ายเงินให้อัยการ บ้านเมืองเราถ้าไม่ปฏิรูปประเทศจะไปไม่รอด ประเทศเราอยู่หน้าหลายประเทศในเอเชีย เป็นประเทศอันดับหนึ่งในการส่งออก แต่คนไทยกลับเป็นหนี้เยอะ รัฐบาลชุดไหนมาก็กู้ ถ้าปราบปรามการทุจริตไมได้ ปฏิรูปการเมืองไมได้ ในอนาคตก็จะแพ้พม่า วันนี้เราแพ้เวียดนามไปแล้ว



