
ฝ่ายค้านอัดรัฐบาลกู้เงินมากสุดในยุครัตนโกสินทร์
ฝ่ายค้านอัดรัฐกลางสภา กู้เงินมากสุดในยุค รัตนโกสินทร์ ขูดภาษีสารพัดทำคนไทยเดือดร้อน
(14พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่าในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุม โดยช่วงก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระได้เปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ โดย นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย หารือว่าขณะนี้ประ ชาชนทั่วประเทศเดือดร้อนจากที่รัฐบาลขึ้นภาษีสารพัด ไม่รู้จะจบตรงไหน เป็นผลมาจากที่รัฐบาลกู้เงินจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ 8 แสนล้าน หากส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง ตั้งตัวไม่โหวตให้รัฐบาลชุดนี้ออกกฎหมายขึ้นภาษีอันเนื่องจากรัฐบาลไปกู้เงินมาก็ทำให้ประชาชนยกย่องสรรเสริญ เป็นการช่วยเหลือประชาชน
ส่วนการประชุมอาเซียนที่ยกเลิกไปก็เพราะมาจากรัฐบาลที่มาไม่ชอบธรรม โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลฝ่ายความมั่นคงที่ชอบพูดไปวันๆที่ไปพูดว่า ถ้าไม่มั่นใจในเรื่องการความปลอดภัยก็สามารถให้ทีมรักษาความปลอดภัยพกอาวุธปืนเข้ามาป้องกันตัวได้ ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าปากพาจน ทำให้ประเทศเสียหาย หากปล่อยรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเช่นนี้บริหารต่อไปจะทำให้ประเทศแย่ไปด้วย เพราะการขึ้นภาษีต่างๆไม่ใช่นโยบายเมืองไทยเข้มแข็ง แต่จะทำให้คนไทยตัวแข็ง
ขณะที่ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้หารือถึงกรณีกระทรวงพาณิชย์ประมูลข้าวโพดกว่า 4แสนตันว่า เรืองนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร เพราะราคาที่กระทรวงพาณิชย์รับซื้อ 3.50 บาท เป็นราคาที่ต่ำหากเทียบกับราคาการรับซื้อข้าวโพดในรัฐบาลที่ผ่านมา อยากถามว่าทำไมต้องรับซื้อในราคาที่ต่ำเช่นนี้ ทั้งที่สามารถนำไปขายในต่างประเทศได้ หากเป็นเช่นนี้ จะทำให้ในปีหน้าเกษตรกรไร่ข้าวโพดเจ๊งแน่ จึงเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีที่ไม่เห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์ซึ่งต้องเข้าใจว่าไม่ได้เป็นเอกเทศ ต้องทำตามรัฐบาลโดยเฉพาะนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ออกมาพูดท่าทีไม่ฟังรัฐบาล ถ้าตนเป็นนายกฯคงสั่งย้ายไปที่อื่นแล้ว เพราะถือว่าเป็นการขัดขวางนโยบายรัฐบาล



