ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ปัดไม่รู้'ปู'ขอโทษ'ป๋าเปรม'แทนพี่ชาย

'ยุทธศักดิ์'ปัดไม่รู้'ปู'ขอโทษ'ป๋าเปรม'แทนพี่ชาย

27 เม.ย. 2555

'ยุทธศักดิ์' เผย 'ยิ่งลักษณ์' ตื่นเต้นเข้ารดน้ำดำหัว 'ป๋าเปรม' ไม่รู้ ขอโทษแทน 'ทักษิณ' หรือไม่ ด้าน'ยงยุทธ'ยันรดน้ำ'ป๋าเปรม'ไม่เอี่ยวการเมือง ย้ำไม่ได้เป็นการสร้างภาพปรองดอง

                27 เม.ย.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี มีอาการตื่นเต้นที่ได้เข้าพบ แต่ไม่ทราบว่า ระหว่างการพูดคุยส่วนตัว นายกรัฐมนตรี ใช้ขอโอกาสดังกล่าว ขอโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ แต่เท่าที่ทราบ พล.อ.เปรม ได้เล่าให้ฟังถึงโครงการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ เช่น โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้  ซึ่งเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ เพราะสามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแนวคิดให้กับเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ในเรื่องของชาติและความเป็นไทย ซึ่งในการหารือ พล.อ.เปรม ไม่ได้ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากทางรัฐบาล เพราะมีภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่ นายกรัฐมนตรี ก็ประสงค์ที่จะให้การสนับสนุน ซึ่ง พล.อ.เปรม ได้ยิ้มแทนการตอบรับ

                นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ขอโอกาสเข้าพบ พล.อ.เปรม อีก เพื่อขอคำปรึกษาและคำแนะนำในการบริหารราชการ ซึ่ง พล.อ.เปรม ก็พร้อมที่จะให้คำแนะนำ




ยุทธศักดิ์"แย้มยิ่งลักษณ์พบป๋าอาจคุยเรื่องปรองดอง


          พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบรรยากาศในการพบกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ก็คุยกันด้วยความสดชื่น และท่านก็พูดถึงโครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยภาคใต้ ก็คิดว่ามันเป็นโครงการที่ดีซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกโครงการของท่านที่เกิดประโยชน์กับประเทศ ซึ่งพล.อ.เปรมก็ยิ้มรับและบอกว่าโครงการของท่านได้รับการช่วยเหลือจากทุกฝ่ายอยู่แล้ว รวมทั้งพล.อ.เปรมท่านได้เล่าถึงโครงการต่าง ๆ ที่ท่านกำลังทำของท่านบางโครงการท่านก็ไม่ได้บอกใคร แต่ท่านก็เล่าให้นายกฯฟัง ยกตัวอย่างเช่น ท่านให้ทุนนักศึกษาภาคใต้ทุนละ 3-5 หมื่นบาท จากโครงการขายภาพประจำปีของท่าน ท่านจะมีภาพแล้วนำไปประมูล เงินที่ได้ก็จะแบ่งเป็นทุนการศึกษา
 
          "บรรยากาศดีแล้ว ถ้าหากว่ามีอะไรที่จะเป็นปัญหาที่จะขอคำแนะนำหรือแนวทางกับท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นเสาหลักหนึ่งของประเทศและท่านนายกฯก็ให้ความเคารพรักใคร่นับถือของท่านอยู่ ก็คงจะเหมือนเด็กหารือผู้ใหญ่ได้ในเรื่องต่าง ๆ"รองนายกฯ กล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ความจริงใจของทุกฝ่ายมีแค่ไหน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อความจริงใจของนายกฯ ท่านมีความตั้งใจจริง ดูลักษณะ ดูความตั้งใจของท่านดูความตื่นเต้นในการเข้าไปคุยในเรื่องต่าง ๆ ตนว่าท่านตั้งใจจริง อีกทั้งตนเห็นป๋ามานานถูกชื่นชมบ้าง ถูกด่าบ้าง
 
          เมื่อถามว่า 35 นาที ที่นายกฯพบกับพล.อ.เปรม นายกฯได้เล่าให้ฟังหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ยังไม่มีเวลา ไม่ได้พบกับท่านเลย เพราะออกมาตนก็แยกกับท่านเลย ทั้งนี้พล.อ.เปรมคงไม่ได้ขอร้องให้ช่วยอะไร เพราะว่าทุกอย่างที่ท่านทำขณะนี้ก็มีเอกชน รัฐวิสาหกิจ และกระทรวงก็เข้าไปให้ความร่วมมือกับท่านอยู่แล้ว อาทิ โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยสนับสนุนที่จะนำเด็กเข้ามา และการเดินทางจากภาคใต้เข้ามากทม.กองทัพอากาศก็จัดเครื่องบินให้ ซึ่งท่านประเมินให้ฟังว่าโครงการดังกล่าวได้ผลมาก
 
          เมื่อถามย้ำว่า นายกฯไม่ได้เล่าบ้างหรือว่าคุยอะไรกับพล.อ.เปรม พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีเวลาคุยกับท่านเลย ออกมาก็มาทำเนียบเลย
 
          ต่อข้อถามที่ว่า มีลักษณะที่ว่านายกฯใช้โอกาสนี้ขอโทษแทนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้จริง ๆ ตนไม่ทราบเพราะออกมาข้างนอก
 
          เมื่อถามว่า บรรยากาศจะนำไปสู่การหารือแบบจริง ๆ จัง ๆ ได้ไหมว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวปัญหาที่หลายฝ่ายมองอยู่ รองนายกฯ กล่าวว่า "ผมไม่รู้สิครับว่าถึงขั้นนั้นหรือยัง เพราะเท่าที่ผมคุยผมก็เล่าให้ฟังแล้วว่าผมคุยในเรื่องของโครงการดีดีของป๋าที่ทำอยู่"
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ในการคุยในเรื่องของความปรองดองที่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องการทำ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า “กว่าครึ่งชั่วโมงที่นายกฯท่านอยู่ด้วยกัน ท่านอาจจะคุยกันก็ได้ ผมไม่ทราบกันจริงๆ เพราะยังไม่ได้ถามท่านเลย นั่งรถมาปื๊ดก็ออกมาจากบ้านสี่เสาก็มาถึงนี่ก็สองนาทีเท่านั้น นายกฯก็ยังไม่เล่า และผมก็ยังไม่ได้ถามท่าน”
 
          เมื่อถามว่าพล.อ.เปรมได้บอกหรือไม่ว่าพร้อมให้คำแนะนำกับรัฐบาลหรือนายกฯหากต้องการเข้ามาปรึกษาหารือ รองนายกฯ กล่าวว่า ท่านพร้อมที่จะให้คำแนะนำ นอกจากนี้ตนและนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ ก็เสนอท่านไปเรื่องหนึ่งว่าโครงการรักเมืองไทยในสมัยที่ท่านเป็นหัวหน้าทีมอยู่ ท่านก็บอกว่าขณะนี้ทีมรักเมืองไทยของท่านแก่หมดแล้ว ไม่มีแรงที่จะไปเล่นฟุตบอลแล้ว
 
          “ผมและนายกิตติรัตน์ก็เลยบอกว่าขออนุญาตฟื้นกลับมาใหม่ได้หรือไม่เพราะโครงการรักเมืองไทยเป็นเรื่องของกีฬา จะให้เด็กทางภาคใต้ได้มีโอกาสเล่นกีฬาด้วย”พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

 

"ยุทธศักดิ์"สั่งจับตานร.กลับจากตะวันออกกลางเป็นแนวร่วมป่วนใต้

                 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการข่าวที่จะมีการก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ จะครบรอบเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะว่า ในวันพรุ่งนี้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยจะเดินทางลงพื้นที่ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปช่วงเช้าวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งตนจะไปพร้อมกับนายกฯด้วย คิดว่าการที่ฝ่ายบริหารชั้นสูงเข้าไปดูแลใกล้ชิดจะเป็นภาพที่ดีและเป็นกำลังใจให้กับการเตรียมการของทุกฝ่ายด้วย อีกทั้งตนเพิ่งเดินทางไปที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติมา ที่เขาได้ชี้แจงความเคลื่อนไหว ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายข่าวก็ติดตามความเคลื่อนไหวและอยู่ในสายตาตลอด ก็มีการระมัดระวัง ทั้งนี้การปฏิบัติการทางทหารเราก็เน้นเชิงรุกเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เชื่อว่าคงจะไม่เกิดอะไรขึ้นเพราะทั้งทหารและตำรวจ ศอ.บต.ได้ร่วมมือกันบูรณาในการเตรียมการสถานการณ์ตรงนี้ใกล้ชิดตลอดเวลา

                ขณะนี้ จะเพิ่มน้ำหนักในทางการเมืองมากกว่าทหาร คิดว่าทางทหารดำเนินการแค่นี้พอแล้ว แต่งานการเมืองยังไม่พอ ยังขาดอยู่มาก ฉะนั้น ศอ.บต.ที่เข้าไปดูแลเรื่องการเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลให้มากกว่านี้หลายเท่าและตนก็จะลงไปช่วยด้วยในเรื่องการขับเคลื่อนงานด้านการเมืองให้มันเกิดผล อาทิ งานด้านการศึกษาให้กับประชาชนในพื้นที่ ผลของการปฏิบัติได้กี่เปอร์เซ็นต์ต่อยุทธศาสตร์ในเรื่องให้การศึกษา โรงเรียนไม่ใช่แค่วิชาศาสนาเท่านั้น แต่จะต้องสอนวิชาสามัญวิชาทั่วไปให้กับประชาชนด้วย

                ดังนั้นงานการเมืองคือการนำการศึกษาเข้าไปกับประชาชน ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ดังนั้นต้องมีคนสักคนเข้าไปขับเคลื่อน การทำงานผลักดันการทำงานให้เกิดขึ้น ขณะนี้กำลังให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ร่างคณะกรรมการขับเคลื่อนขึ้นมา โดยที่นายกฯจะตั้งให้ผมเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ต้องลงไปดูทุกสายงาน อย่างเช่น วันนี้ชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงเกษตรฯหลายเรื่อง นี่คือการที่จะบูรณาการงานของทุกกระทรวงให้ทำงานได้ตามยุทธศาสตร์” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

                รองนายกฯ กล่าวอีกว่า นโยบายใหม่ที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งเซ็นและผ่านสภาแล้ว 3 ปี โดยแต่ละปีจะต้องทำกี่เปอร์เซ็นใน 6 ยุทธศาสตร์ และ 7 ยุทธศาสตร์ของศอ.บต. ฉะนั้นการทำงานเราได้กำหนดแล้วว่าปีแรกถึงปี่ที่สามทำแค่ไหน ส่วนที่ยังไม่สำเร็จเพราะการเมืองเราชะงัก ต่อไปนี้ต้องทุ่มให้หนักให้มากขึ้น

                เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะใช้เด็กนักเรียนที่กลับมาจากตะวันออกกลางมาก่อเหตุ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราก็ต้องติดตามเรื่องนี้ ว่าเด็กที่ไปเรียนมีใครบ้าง มีรายชื่อแล้วหรือยังและอยู่ที่ไหนบ้าง เพราะแม้จะไปเรียนมาเราก็สามารถที่จะมาเปลี่ยนความคิดเห็นได้ การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ทางความคิดด้วย และการที่เราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของเด็กๆเหล่านี้ได้ วันนี้ฐานะที่เราแก้ปัญหาภาคใต้เราก็ทำกันอยู่แล้ว เราแก้ปัญหาเรื่องความรู้ความคิดกับเด็กเหล่านี้ว่าทุกอย่างมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น หาดใหญ่ไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศไทย แล้วการที่ได้รับความรู้มันไม่จริง ความจริงมันคืออะไร อย่างเช่นเมื่อวานที่เข้าไปพบป๋า(พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) ป๋าก็พูดให้เห็นว่าโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ เด็กที่เจเนเรชั่นอายุน้อยๆ ได้เข้ามาเห็นความเป็นประเทศไทย ท่านก็บอกว่ามาใหม่ ๆ 2-3 วันแรกหน้าตาก็ไม่ดี พ่อแม่เขาก็ไม่ไว้วางใจว่าจะเอามาเปลี่ยนสมองเด็กหรือเปล่า แต่มาเห็นสภาพของความเป็นอยู่ของความเป็นชาติความเป็นประเทศไทย ความยุติธรรมมันเป็นอย่างไร เด็กพวกนี้กลับไปด้วยความคิดใหม่ความรู้ใหม่ เราก็มีแนวทางที่จะให้เด็กหนุ่มพวกนี้ ได้มีการคิดใหม่ความรู้ใหม่ คือเปลี่ยนแปลงแนวความคิดการต่อสู้ทางความคิด ขณะนี้เราเพิ่มหลักสูตรเหล่านี้เข้าไปด้วย ซึ่งผมคิดว่าจะต้องค่อยๆแก้ปัญหากันในระยะยาว “รองนายกฯ กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่าที่นายกฯจะลงไปจะนำเรื่องการเยียวยาไปชี้แจงหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการเยียวยานายยงยุทธ จะเดินทางลงไปพรุ่งนี้ ทั้งนี้การจะมอบเงินเยียวยาให้ใครมันก็ต้องยุติธรรมและแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาอีก และมีปัญหาแทรกซ้อนหลายประการ ส่วนการกินหัวคิวบางครั้งก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ บางทีก็เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เรียกพบ เรียกมาประชุมให้รับทราบว่าตัวเองเป็นคนดำเนินการอะไรให้โดยที่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตามขณะนี้เรารู้แล้วก็จะต้องเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ

                เมื่อถามว่า มีรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่เข้าไปหักหัวคิวมากน้อยแค่ไหน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้บุคคลที่เขาได้รับการติดต่อเขาก็ให้ข้อมูลกับราชการในกอ.รมน. ภาค4 อยู่แล้ว และศอ.บต.ก็รับทราบด้วยเช่นกัน เมื่อถามว่า สส.ในพื้นที่นราธิวาสมีการมองว่าผู้มีอิทธิพลคือผู้ที่เคยทำให้รัฐบาลก่อนหน้านี้ที่มีข้อมูลอยู่แล้ว รองนายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ ต้องไปรับทราบอีกครั้ง

                ต่อข้อถามที่ว่าทำไม สส. สว. ในพื้นที่ยังไม่ค่อยมีบทบาท แม้แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ จะเชิญมาคุยในเรื่องการข่าว ก็ถูกปฏิเสธ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เห็นร.ต.อ.เฉลิมก็พูดเรื่องนี้ในสภา ขอเชิญ สส. สว. หรือหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และอดีตผู้ที่ทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมคิดกันในวันที่ 2 พ.ค. นี้ ตนคิดว่าเชิญแล้วควรจะมา

                 “ผมก็บอกกับ สส.ในสามจังหวัดฯในสภาทุกครั้งว่าที่ผมลงไปภาคใต้ผมพร้อมที่จะให้ทุกท่านไปกับผม ไปเห็นด้วยกันไปรับทราบด้วยกัน แล้วก็จะรู้ปัญหาเดียวกัน”รองนายกฯ กล่าว

 

"ยงยุทธ"ยันรดน้ำ"ป๋าเปรม"ไม่เอี่ยวการเมือง

                นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพระนาย สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ เพื่อหารือถึงการค้าชายแดน เดินทางเข้าออกชายแดนของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งจะไม่มีการหยิบยกปัญหาการเมืองขึ้นมาหารือ

                "การเข้ารำน้ำขอพร พล.อ.เปรม ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวานนี้ ตนเองมั่นใจว่าเป็นการทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเสียงส่วนใหญ่ต่างก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา แม้อาจจะมีแนวร่วมคนเสื้อแดงบางกลุ่มไม่เห็นด้วย แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือเป็นการสร้างภาพความปรองดอง" นายยงยุทธ กล่าว