
'วรวีร์'แจงซ้ำ!ไทยลีกโปร่งใส
นายกสมาคมลูกหนังไทย "วรวีร์ มะกูดี" ยืนกราน ผลประโยชน์ในไทยพรีเมียร์ลีก ทุกสโมสรได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งปธ.แต่ละทีมต่างรับรู้และเซ็นรับทราบตั้งแต่ก่อนแข่ง
“บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬา ตามคำเชิญของนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 25 เมษายน ซึ่งได้ชี้แจงข้อข้องใจต่างๆ ให้รัฐมนตรีชุมพลและที่ประชุมรับทราบอย่างชัดเจน แต่กลับมีข่าวออกมาในทำนองว่า รัฐมนตรีชุมพลได้แนะนำให้ตนไปปรับปรุงแก้ไขส่วนแบ่งต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรมแก่สโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งในความเป็นจริงในที่ประชุมนายชุมพลไม่ได้พูดเช่นนั้นเลย
อย่างไรก็ตามจะขอชี้แจงอีกครั้งว่า ตามปกติแล้วทุกสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีกต้องรับทราบเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนก่อนการแข่งขันอยู่แล้ว ที่สำคัญมีผู้บริหารทีมลงนามรับทราบกฎระเบียบเงื่อนไขต่างๆ อย่างชัดเจน จึงไม่น่าจะมีเรื่องที่ไม่เข้าใจ แต่ที่มีปัญหาเกิดขึ้นอาจเป็นเพราะว่าระยะหลังนี้มีผู้บริหารบางสโมสรคงเกิดความขุ่นข้องหมองใจในเรื่องอื่นๆ หรือไม่พอใจสมาคมฟุตบอลมากกว่า
นายกลูกหนังกล่าวอีกว่า ได้เรียนให้นายชุมพลทราบว่า ในตอนแรกที่ฟุตบอลลีกยังไม่ได้รับความนิยมหาผู้สนับสนุนไม่ได้ แต่ได้สยามสปอร์ตเข้ามาเป็นคู่สัญญา ทำงานร่วมกับสมาคม ทุ่มงบประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ จนช่วงนั้นสยามสปอร์ตและสมาคมขาดทุนอย่างหนัก แต่ไม่เคยมีใครเข้ามาสอบถามปัญหาหรือเข้ามาให้ความช่วยเหลือใดๆ แต่พอไทยพรีเมียร์ลีกได้รับความนิยม มีผู้สนับสนุนมากขึ้น กลับมีคนอยากจะเข้ามาสอบถาม ทั้งที่ได้ให้รายละเอียดไปหมดตั้งแต่ก่อนแข่ง ที่สำคัญทราบมาว่าหลายสโมสรเริ่มตีตัวออกห่างจากกลุ่มภาคีที่ก่อตั้งขึ้นแล้ว
ส่วนกรณีที่มีทีมในไทยพรีเมียร์ลีกส่วนหนึ่งเซ็นหนังสือร่วมกันเพื่อตั้งเป็นภาคีสโมสรไทยพรีเมียร์ลีก แต่ก็มีอีกหลายสโมสรที่กังขากับการก่อตั้งภาคีดังกล่าว ล่าสุด “เสธ.ชาย” พล.ต.อดุลยเดช อินทะพงษ์ ผู้จัดการทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า ทีมอาร์มี่ได้รับหนังสือเชิญให้ไปร่วมงานจริง แต่คิดว่าเป็นการพบปะหารือกันตามธรรมดา จึงให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทีมเดินทางไปร่วมงานแทน ซึ่งฝ่ายประชาสัมพันธ์คงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไปเซ็นหนังสือเหมือนกับว่ามาร่วมประชุมปกติ ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อย่างนี้ และขอบอกว่าต่อไปนี้ หากจะเชิญไปประชุมในลักษณะสร้างความแตกแยก อย่าส่งหนังสือมาที่สโมสรอาร์มี่เด็ดขาด การเซ็นหนังสืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับอาร์มี่ คนที่มีอำนาจเซ็นคือ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นประธานสโมสร และตนเองที่เป็นผู้จัดการทีมเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์
ขณะที่นายปฐพล จันทร์เพ็ชร์ ผู้จัดการทั่วไปสโมสร “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย ที่ร่วมลงนามก่อนหน้านี้ เผยว่า การท่าเรือไม่มีนโยบายที่จะแยกตัวกับสมาคมฟุตบอล เพียงแต่ที่ผ่านมาเมื่อมีหนังสือเชิญให้ 18 ทีมไปร่วมเสวนาเราก็ไป แต่ไม่ได้มีนโยบายที่จะต้องตรวจสอบสมาคม ความจริงท่าเรือมีปัญหาภายในมากมายที่จะต้องแก้ไข การจะไปตรวจสอบใครไม่ใช่เรื่องของเรา
ส่วนนายนิพนธ์ บุญญามณี ประธานสโมสรวัวชน ยูไนเต็ด กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาไปเซ็นร่วมภาคี เข้าใจว่าเซ็นชื่อปกติ จริงๆ แล้ว อยากให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไป ทุกวันนี้ไทยลีกกำลังไปได้ดี มีแฟนๆ ตอบรับจำนวนมาก ทุกฝ่ายน่าจะช่วยกันดีกว่า



