ข่าว

เตือน'ประชานิยมมาเลย์'กระทบเชื่อถือ

เตือน'ประชานิยมมาเลย์'กระทบเชื่อถือ

26 เม.ย. 2555

บลูมเบิร์ก-นักวิเคราะห์ต่างชาติชี้ นโยบายประชานิยมหว่านเงินของผู้นำมาเลเซียที่มุ่งเรียกคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้งครั้งสำคัญ เสี่ยงฉุดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินครั้งแรกนับจากวิกฤติการเงินเอเชีย

              26เม.ย.2555 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก อ้างความเห็นนักวิเคราะห์ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินชั้นนำของโลกว่า เอสแอนด์พีอาจจะพิจารณาลดความน่าเชื่อถือของมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับ A- ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลใหม่จะมีมาตรการเพิ่มรายได้และลดการอุดหนุนหลังการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับมูดดี้ส อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิตช์ เรตติ้ง ที่มองไปในทางเดียวกันว่ามาเลเซียจะต้องดำเนินมาตรการ ลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่าอาจพุ่งแตะ 55.9 % สูงสุดในรอบ 20 ปีในปีนี้

               นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซีย ได้เผยแผนงบประมาณมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อนำไปใช้ปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 13 %  ยกเว้นค่าเล่าเรียนสำหรับเด็กประถมและมัธยม และแจกเงินสด 500 ริงกิตแก่ครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 3,000 ริงกิต นโยบายเหล่านี้ถูกมองว่าเพื่อดึงคะแนนสนับสนุนให้พรรครัฐบาลที่ผูกขาดอำนาจมานาน 55 ปี หลังจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 ที่ปรากฎว่าแนวร่วมแห่งชาติซึ่งเป็นรัฐบาลผสม ได้รับที่นั่งในสัดส่วนต่ำสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน        

               นายนาจิบ วัย 58 ปี เคยยอมรับว่า การกวาดที่นั่งที่เสียไปจากการเลือกตั้งครั้งก่อน เป็นเรื่องท้าทาย อย่างไรก็ดี ผลสำรวจล่าสุดโดยศูนย์วิจัยความเห็นเมอร์เดกา  พบว่าประชาชนพอใจความเป็นผู้นำของนายนาจิบ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69 ในกุมภาพันธ์ จากร้อยละ 59 ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
  
               คริสเตียน เด กุซมาน ผู้ช่วยรองประธานมูดดี้สฯในสิงคโปร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากภาพรวมความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จะแขวนอยู่กับการปฏิรูปของรัฐบาลใหม่ แม้พรรคการเมืองสองฝ่าย ต่างยอมรับในความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูป แต่การผลักดันให้มาตรการเหล่านี้ผ่านความเห็นชอบ จะยิ่งยากมากขึ้น หากรัฐบาลไม่ได้รับอาณัติเด็ดขาดจากการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนหน้าหรือมิถุนายน
   
               นายชัว ฮัค บิน นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารอเมริกา เมอร์ริลล์ ลินช์ในสิงคโปร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งชะลอการปรับนโยบายที่จำเป็น และซ้ำเติมสถานะการคลัง เพราะการเข้าแทรกของนโยบายประชานิยม การไม่ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างรวมถึงการขยายฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม และลดการอุดหนุนเชื้อเพลิง ในอนาคต จะกระทบเครดิตมาเลเซียในที่สุด