
พท.ขู่ลูกพรรค'เสียบบัตรแทน'ห้ามลงส.ส.
กมธ.กิจการสภาฯ โยน กก.ชุด "สมศักดิ์" สอบ "เสียบบัตรแทนกัน" "ไพจิต" เผย "พท." เตือนลูกพรรคมาตลอดแถมกำชับให้เข้าประชุมสภาให้ครบ ขู่ระวังถูกตัดคะแนนส่งผลต่อการลงเลือกตั้งสมัยหน้า "ผาณิต" แนะ ชูวิทย์ ใช้ช่องทาง "ผู้ตรวจการฯ" ยื่นร้องศาลรธน. กรณีเสียบบัตร
26เม.ย.2555 นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการสภาฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้กรรมาธิการฯ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว เพราะขณะนี้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้นควรรอให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวสรุปผลสอบออกมาก่อน อย่างไรก็ตามกรรมาธิการฯ เคยมีข้อเสนอให้ทุกพรรคการเมืองควบคุมสมาชิกของตัวเองให้ดี อย่าให้มีการเสียบบัตรแทนกัน
ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และกำชับอยู่เสมอว่าให้สมาชิกเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อไม่ให้มีปัญหาในเรื่องขององค์ประชุม และได้ตั้งวิปรัฐบาล 1 คนมาดูแลส.ส. 5 คนด้วย หากเกิดปัญหาองค์ประชุมล่มหรือมีการเสียบบัตรแทนกันทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน โดยจะตัดคะแนนความเอาใจใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งคนเสียบบัตรให้เพื่อนและคนที่ให้เพื่อนเสียบบัตรแทนให้รวมทั้งวิปรัฐบาลที่ทำหน้าที่ดูแลส.ส.ในกลุ่มนั้นด้วย ซึ่งจะมีผลไปถึงการพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในสมัยถัดไป
กรรมการสอบ"กดบัตรแทน"เตรียมเชิญ"รสนา"แจง30เม.ย.นี้
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ตั้งกรรมการตรวจสอบกรณีที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.ยกเรื่องภาพที่มีความสงสัยในเรื่องการกดบัตรแทนกันว่า คณะกรรมการได้มีการกำหนดกรอบการพิจารณาว่าด้วยเรื่องใดบ้าง ซึ่งก็มีเพียงเรื่องเดียวคือกรณีที่ น.ส.รสนา นำเรืองมาพูดในสภาว่าเรืองนี้มีความจริงมากน้อยแค่ไหน โดยไม่มีการโยงไปถึงเรื่องการกดบัตรแทนกันในกรณีของนายชูวิทย์ ทั้งนี้ในจันทร์ 30 เม.ย.นี้จะเชิญน.ส.รสนา นำภาพที่ระบุว่าเป็นภาพที่ถ่ายไว้ได้ในสภามาพิจารณาด้วย
"ผาณิต"แนะ'ชูวิทย์'เสนอผู้ตรวจการฯยื่นตีความ
นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย ที่นำคลิปภาพการกดบัตรแทนกันของ ส.ส.ในห้องประชุมประชุมสภาฯ มาเปิดเผยและเตรียมที่จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณานั้นว่า กรณีดังกล่าวตนเห็นว่าอาจไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากตามปกติแล้วตัวบุคคลจะไม่สามารถที่จะยื่นฟ้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ จำเป็นต้องให้หน่วยงานทางองค์กรอิสระเป็นผู้ดำเนินการ เพราะหากกระทำก็จะเป็นการดำเนินการที่ผิดขั้นตอนไป
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งนี้หากเห็นว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 มาตรา 14 (1) ที่ระบุว่า บทบัญญัติกฎหมายใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาและวินิจฉัย ซึ่งหากจะมีการยื่นเรื่องผ่านมายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็สามารถทำได้ แต่ทางผู้ตรวจการฯก็ต้องมีการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนว่ากรณีดังกล่าวนั้นอยู่ในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
“ต้องดูก่อนว่าหากมีการยื่นเรื่องมาทางผู้ตรวจการฯจะอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ เพราะต้องดูตามข้อเท็จจริงว่าหากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะสามารถพิจารณาได้หรือไม่ เนื่องจากบางเรื่องหากส่งไปเป็นเพียงเรื่องสมมติ ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้ ฉะนั้นก่อนที่จะดำเนินการอะไรนั้นผู้ตรวจการฯก็ต้องระมัดระวังและตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนถี่ถ้วนเสียก่อน”นางผาณิต กล่าว



