ข่าว

ประเมินผลกระทบค่าแรง300บาท(จบ)

ประเมินผลกระทบค่าแรง300บาท(จบ)

27 เม.ย. 2555

ประเมินผลกระทบค่าแรง 300 บาท จากโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทย (จบ) : คอลัมน์ รู้ทันกระแส เศรษฐกิจและพลังงาน : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]

          มาดูเรื่องผลกระทบของการขึ้นค่าแรง 300 บาท จากที่ผมค้างไว้ในสัปดาห์ที่แล้วครับ 4. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ และอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นเพื่อการส่งออก ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ในระดับสูงคือ การที่ประเทศไทยมีค่าจ้างแรงงานถูก และมีคุณภาพ ดังนั้น การปรับค่าจ้างให้สูงขึ้น จึงเป็นเหมือนการลดข้อได้เปรียบดังกล่าวลง อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศของคู่แข่งที่มีค่าจ้างแรงงานในระดับต่ำ อาทิ จีน บังกลาเทศ กลุ่มประเทศแอฟริกา ส่งผลให้การแข่งขันโดยการใช้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำจึงไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว ภาคอุตสาหกรรมควรใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และผลิตภาพของแรงงานไทย เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น 

          สำหรับอุตสาหกรรมที่มุ้งเน้นเพื่อการส่งออกนั้น ในระยะสั้น คาดว่าจะได้รับผลกระทบด้านต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาพบว่าอุตสาหกรรมดังกล่าว มีการใช้แรงงานอย่างเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมอัญมณี สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวมีความสามารถในการแข่งขันลดลง และอาจฉุดการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทย หากมีการช่วยเหลือสนับสนุน 

          5. การหลั่งไหลของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยแม้ว่าประเทศไทยจะขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วน และแรงงานต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการปรับนโยบายดังกล่าว มีส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม แรงงานชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศในรูปแบบที่ผิดกฎหมายมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งนโยบายดังกล่าวอาจทำให้การควบคุมแรงงานเหล่านี้ ดำเนินการได้ยากมากขึ้น นอกจากนี้ ประเด็นในส่วนของการทำงานร่วมกันของแรงงานต่างด้าวกับแรงงานไทย การรวมกลุ่ม และการสร้างอำนาจการต่อรองของแรงงานต่างด้าว ซึ่งปัจจัยดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้ 

          6. ผลกระทบต่องบประมาณของรัฐบาลใน “ทางอ้อม” ที่ต้องใช้สนับสนุนนโยบายดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลชี้แจงว่า นโยบายหลักที่จะใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ คือการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 23 ในปีแรก (เริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2555) และเหลือร้อยละ 20 ในปีต่อมา (เริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2556) จะส่งผลให้รัฐบาลเสียรายได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่องบการลงทุนของรัฐบาลในระยะสั้นและระยะยาวได้ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจจำเป็นต้องเตรียมงบประมาณบางส่วนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในช่วงแรกของการดำเนินมาตรการนี้ อาจส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาวได้

          กล่าวโดยสรุป ผมเห็นว่า การเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทนั้น ถือเป็นนโยบายที่ดีในการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก และเป็นแนวทางในการกระตุ้นอำนาจซื้อของประชาชน นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการยกระดับผลิตภาพแรงงาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนโยบายใดๆ อย่างฉับพลัน เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันให้ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ (Shock) ทั้งนี้ ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Smooth Adjustment) ย่อมจะดีกว่า Shock ในระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนโดยฉับพลัน หรือ Shock นั้น จะส่งผลกระทบในระยะยาว 

          ดังนั้น เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ ภาครัฐควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น อุดหนุนเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมแทนผู้ประกอบการทันทีในปีแรก และทยอยลดเงินอุดหนุนแบบขั้นบันได หลังจากที่ผู้ประกอบการปรับตัวได้ สนับสนุนการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน เป็นต้นครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : ประเมินผลกระทบค่าแรง 300 บาท จากโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทย (จบ) : คอลัมน์ รู้ทันกระแส เศรษฐกิจและพลังงาน : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])

----------