
คาดนครไทยมีก๊าซ215พันล้านลบ.ฟุต
นักวิชาการ มช. ชี้หลุมไฟที่อ.นครไทย เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แนะประชาชนอย่าตื่นตระหนก คาดใต้ดินนครไทยมีก๊าซธรรมชาติ215พันล้านลบ.ฟุต นักธรณีระบุ"คนกรุง"รอดจากหลุมไฟ
26เม.ย.2555 รศ.ดร.อนุชา พรมวังขวา อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงปรากฎการณ์แผ่นดินเกิดความร้อนระอุจนมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นมา เหตุเกิดที่ถนนสายบ้านแยง-นครไทย ม.9 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกหรือตกใจ ส่วนที่กรมควบคุมมลพิษแจ้ง เตือนห้ามประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ดังกล่าวเพราะอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากมีก๊าซหลายชนิดที่สะสมอยู่จึงต้องตรวจสอบให้ ละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลว่าพื้นที่ที่เกิดหลุมไฟจะระเบิดหรือปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง อาจเป็นไปได้ที่มีไฟลุกขึ้นมาแต่ ใช้น้ำรดพรมลงไปก็ช่วยให้ไฟสงบได้ การลุกไหม้ของพื้นดินบริเวณนั้นเพราะผิวดินสะสมความร้อนไว้มากจนระอุ นอกจากนี้พื้นดินจุดที่เกิดเหตุยังมีการสะสมของเศษวัชพืชต่างๆ จนเกิดเป็นก๊าซ VOLATILE ขึ้นมา ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้เองโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่นเดียว กับคุณสมบัติของลิกไนต์หากนำมากองรวมกันไว้กลางแดดก็สามารถลุกติดไฟได้เอง ก๊าซ VOLATILE ถือเป็นก๊าซกลุ่มเดียวกับที่นำมาใช้ทำบ้องไฟ
ส่วนกรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลังเหยียบลงไปในพื้นดินบริเวณดังกล่าวจนเกิดรอบไหม้ที่เท้า เป็นไปได้ว่าอาจเกิดเกิดจากการ ถูกน้ำกรดเข้มข้น ซึ่งสามารถทำให้เกิดรอยไหม้ที่ผิวหนังได้ โดยควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้เมื่อเจอกับไอน้ำในชั้นบรรยากาศก็จะกลาย เป็นกรดเข้มข้นได้เช่นกัน
"การลุกไหม้ของพื้นดินบริเวณนั้นถือเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าวแม้อุณหภูมิอยู่ประมาณ 38 -40 องศาเซลเซียส แต่พื้นดินรับความร้อนและสะสมความร้อนไว้มาก อุณหภูมิของผิวดินจึงสูงถึงประมาณ 60 -70 องศาเซลเซียส เมื่อมีการสะสมของเศษวัชพืชต่างๆรวมกันไว้มากจนอุณหภูมิเพิ่มสูงถึงจุดเดือด 100 องศาเซลเซียสก็ทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้นมา" รศ.ดร.อนุชา กล่าว
ประชาชนยังแห่ดูหลุมไฟ
หลังจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรธรณีส่งเจ้าหน้าที่เจาะชั้นดินพิสูจน์หลุมไฟ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ระบุเป็นก๊าซมีเทนไม่มีกลิ่น ติดไฟได้เอง เกิดจากการสะสมของเศษขี้เลื่อยและถ่านเก่า และเจอน้ำท่วมประจำทำให้เกิดปฏิกิริยาลุกเป็นไฟเมื่อเจออากาศร้อน แต่หลังจากเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคติดต่อเขต 9 ได้เข้าไปตรวจสอบหาสารพิษ และปรากฏก๊าซมีเทนในพื้นที่ดังกล่าวมีน้อย ทำให้ยังไม่ทราบความชัดเจนของการเกิดปรากฎการณ์ไฟลุกจากใต้ดินที่ อ.นครไทย
ล่าสุด ทาง อบต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้นำป้ายไวนิลไปติดบริเวณริมถนนบ้านแยง-นครไทย ม.9 ต.หนองกะท้าว จุดที่มีปรากฏการณ์ไฟลุกจากผิวดิน ห้ามประชาชนเข้าไปใกล้ในพื้นที่เด็ดขาดระบุว่า อันตราย ห้ามเข้า ตรวจพบสารปนเปื้อน สารก่อมะเร็ง โรคฉี่หนู และโรคระบบทางเดินหายใจ โดยติดตั้งไว้ 2 จุด ริมถนนและบริเวณใกล้หลุมไฟ แต่ก็ไม่สามารถห้ามชาวบ้านอำเภอนครไทยได้ต่างเดินทางมาชมปรากฏการณ์ดินลุกเป็นไปกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
สำหรับกรมควบคุมโรคที่ตรวจหาก๊าซพิษรอบ ๆ หลุมไฟแห่งนี้ พบสารพิษที่เกินค่ามาตรฐาน 2 ตัว คือ คาร์บอนไดซัลไฟล์ หรือ CS2 เกินค่ามาตรฐาน และ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือ SO 2 เกินค่ามาตรฐานมากกว่า 55 เท่า โดยก๊าซดังกล่าว สามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ทั้งทางผิวหนังและทางเดินหายใจในระยะสั้นจะมีการระคายเคืองที่ดวงตาและผิวหนัง และถ้าได้รับเวลาหลายวันจะมีอาการทางจิต มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง ประสาทตาอักเสบ ถ้าระยะยาวจะเจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ ความจำเสื่อมคล้ายคนป่วยโรคพารากิลสันที่สั่นตลอด รวมทั้งอาจผิดปกติทางสมองเส้นประสาทอักเสบ หลอดเลือดแดงแข็งตัว ถือเป็นอันตรายมากสำหรับคนที่อยู่ใกล้ จึงประสานให้อบต.หนองกะท้าว นำป้ายมาติดเพื่อกันไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้ในรัศมี 500 เมตร แต่เมื่อคืน ก็ไม่สามารถห้ามความอยากรู้อยากเห็นของชาวนครไทย ยังได้มีการเดินเข้าออกไปดูหลุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
นอกจากนี้ช่วงเช้าของวันนี้ทาง อบต.หนองกระท้าว ได้มีการทำประชาพิจารณ์ EIA เกี่ยวกับการขุดเจาะบ่อน้ำดิบในพื้นที่ ต.หนองกระท้าวที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับบ่อหลุมไฟดังกล่าวด้วย
คาดใต้ดินมีก๊าซธรรมชาติ215พันล้านลบ.ฟุต
ขณะที่บริษัททวินซ่า ออยล์ ลิมิเต็ด บริษัทโปรเอ็น เท็คโนโลยี่ จำกัดและกระทรวงพลังงานได้เดินทางมาเปิดประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เนื่องจากได้รับสัมปทานปิโตรเลี่ยม เลขที่ 13/2550/89 โดยมีประชาชนในพื้นที่มารับฟังจำนวนหนึ่งและจะไปรับฟังประชาพิจารณ์อีกพื้นที่บ้านน้ำตาก หมู่ 17 ต.หนองกะท้าว พื้นที่เตรียมการตั้งแท่นเจาะสำรวจในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้
นายจอห์น บูธ ( Mr.John Booth) ผู้จัดการฝ่ายสำรวจ บริษัททวินซ่า ออยล์ ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า ตนและทีมงานทวินซ่า ออยล์ ลิมิเต็ด เดินทางมาเพื่อทำประชาพิจารณ์รับฟังปัญหาในพื้นที่ ต.หนองกระท้าว เป็นครั้งที่ 2 เพื่อประเมินว่าคนในพื้นที่ตอบรับและประชาชนมีความเห็นด้วยกับโครงการสำรวจปิโตรเลียมอย่างไร เพื่อทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหากรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่าน คาดว่าสิ้นฤดูฝนของปีนี้ จึงจะเริ่มดำเนินการขุดเจาะหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งวิธีการนั้นจะต้องเจาะลงไปใต้พื้นที่ระดับ 1,700 เมตร ผ่านลงไปใต้ชั้นหินจำนวน 3 ชั้น คือ หินทราย โคลน และหินปูน ซึ่งจะต้องเจอน้ำมันดิบในขั้นแรก แต่จะไม่เอา เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบมีน้อย แต่เป้าหมายหลักของทวินซ่าคือการขุดเจาะหาก๊าซธรรมชาติ ที่คาดการณ์ว่าจะมีจำนวน 215 พันล้านลูกบาก์ศฟุต โดยเป็นก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี
จากนั้นค่อยมาประเมินความคุ้มค่าอีกครั้งว่า จะดำเนินการขนส่งด้วยรถยนต์ หรือ ต่อท่อไปยังแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร คาดว่า จะมีปริมาณก๊าซสามารถให้ขุดได้ในระยะ 20 ปี โดยใน 5 ปีแรก จะมีการประเมินคุณภาพ ระยะต่อไปจะมีการนำก๊าซขึ้นมาใช้ ที่คาดการณ์ว่าจะใช้ได้ประมาณ 20 ปี
นายจอห์น กล่าวว่า กรณีหลุมไฟ หมู่ 9 หนองกระท้าว อ.นครไทย ที่ปรากฏเป็นข่าว ไม่เชื่อว่าบริเวณหลุมไฟจะมีก๊าซ คาดว่าเป็นการสะสมเศษขี้เลื่อย ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ประเทศอินโดนิเชียก็เคยเกิดขึ้นเหมือนกัน และไม่นานก็จะดับไปเอง
นายธงชัย จันทร์เครื่อง นักธรณีวิทยา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สำหรับหลุมที่ อ.นครไทย จากการประมาณการณ์ในเบื้องต้นคาดว่าหากมีการเจาะสำรวจจะพบก๊าซธรรมชาติในปริมาณ 215พันล้านลูกบาศก์ฟุต ส่วนน้ำมันคาดว่าไม่น่ามีในบริเวณนี้ คงต้องรอผ่านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและลงมือเจาะพิสูจน์ ซึ่งการขุดเจาะบางครั้งก็ไม่พบ
นักธรณีระบุ"คนกรุง"รอดจากหลุมไฟ
ด้านนายปัญญา จารุศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากร่องรอยของพฤติกรรมมนุษย์ผสมกับร่องรอยของธรรมชาติ การลุกไหม้เกิดจากการปลดปล่อยก๊าซมีเทนออกมา ผสมรวมกับปัจจัยสภาพอากาศร้อน ตัวอย่างเช่น ไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายครั้งบริเวณเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย
ที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่ไม่มีการรายงาน เนื่องจากไม่พบการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิต อีกทั้งเหตุการณ์ลักษณะนี้จะพบได้ในป่าพรุ ดังนั้น ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตเมืองจึงไม่ต้องกังวล
"กรุงเทพฯไม่มีทางเกิดขึ้น 100% ยกเว้นพื้นที่ที่เป็นป่าพรุ ป่าชายเลน ที่พบการทบถมของตะกอน ซากสิ่งมีชีวิต ต่อเนื่องนานเกิน 5 ปี ทำให้เป็นพื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ หากเกิดสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งยากที่จะหลีกเลี่ยง" นักวิชการกล่าว
เขาเชื่อว่าการลุกไหม้ของหลุมไฟใต้ดินที่เกิดขึ้นในพิษณุโลก น่าจะเกิดจากการที่ใครสักคนเข้าไปทำกิจกรรมบริเวณนั้น เช่น ขุดเจาะ ตอกเสาเข็มแล้วเผลอเรอทิ้งก้นบุหรี่เอาไว้บริเวณนั้น จนก่อให้เกิดประกายไฟ จากการทำปฏิกิริยาของแก๊สกับก้นบุหรี่ ทำให้เกิดการลุกใหม้ใต้พื้นดินที่มีขี้เลื่อยจากโรงงานร้างกองรวมกัน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี
ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุการเกิดหลุมไฟดังกล่าว โดยเชื่อมโยงถึงอิทธิพลแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนของเปลือกโลกนั้น เขากล่าวว่า ไม่ใช่คำตอบของปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะในบริเวณที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในแนวรอยเลื่อน หรือเกี่ยวข้องกับรอยเลื่อนที่มีพลังแต่อย่างใด เช่นเดียวกับข้อสังเกตในเรื่องภูเขาไฟ ซึ่งยืนยัยว่าไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน เพราะผลจากการศึกษาอายุหินภูเขาไฟยืนยันได้ว่า 5 แสนปีที่แล้ว ภูเขาไฟที่อายุน้อยที่สุดอยู่ที่ จ.ชลบุรี ดังนั้น หลุมไฟที่เกิดจากการระเหิดของภูเขาไฟในบริเวณดังกล่าวจึงเป็นไปได้ยาก
ในมุมนักธรณีวิทยา มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในบริเวณจำกัด จะไม่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ หากไม่ไปเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ โดยเชื้อเพลิงจะค่อยๆ ลุกไหม้จนหมด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน อีกทั้งไม่น่าจะเกิดเหตุซ้ำในจุดเดิมในกรณีที่เชื้อเพลิงได้ถูกเผาไหม้ไปหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งจะบอกได้ว่าพื้นที่ใดที่เข้าข่ายเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่นั้นๆ



