
นายกฯ-รองนายกฯสวมผ้าไทยสีชมพูขอพร'ป๋าเปรม'
"นายกฯ -รองนายกฯ"สวมผ้าไทยสีชมพูขอพร "ป๋าเปรม"แสดงสัญลักษณ์แห่งความรัก "ยงยุทธ" ปัดรัฐบาลไม่ได้หวังผลการเมือง สร้างภาพปรองดอง เมินแกนนำนปช.วิจารณ์เข้าหาอำมาตย์ สุรยุทธ์" ชี้ "ยิ่งลักษณ์"รดน้ำ "ป๋าเปรม" เป็นเรื่องประเพณี
วันที่ 26 เม.ย.55 เวลา 12.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนที่จะเดินทางเข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ จะสวมชุดผ้าไทยสีชมพู ซึ่งเป็นสีแสดงสัญลักษณ์แห่งความรัก และนัดหมายไปขึ้นรถตู้ออกเดินทางไปพร้อมกัน นอกจากนั้นยังได้เตรียมพวงมาลัย ช่อดอกไม้ กระเช้าผลไม้ไปมอบแด่พล.อ.เปรมด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้ารดน้ำพล.อ.เปรม ถูกวิจารณ์ว่ารัฐบาลหวังผลการเมือง นายยงยุทธ กล่าวว่า เราต้องยอมรับก่อนว่าพล.อ.เปรมเป็นบุคคลที่เราเคารพ ขณะที่รัฐบาลเป็นคนที่ประชาชนเลือกเข้ามา และในเทศกาลสงกรานต์ คนไทยก็จะรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราไปมองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับการเมืองมันก็จะกลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย คับแคบ เราต้องคิดอะไรที่สร้างสรรค์ และคิดบวก ก็จะมองเป็นเป็นอีกอย่าง การที่จะได้อวยพรพล.อ.เปรม โดยที่ไม่มีเรื่องซ่อนเร้นและไม่ได้มุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากท่านถือว่าเป็นเรื่องดี ถ้าคิดอีกอย่างหนึ่งก็จะเป็นบาปและไม่บริสุทธิ์ใจ
เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลคาดหวังว่าหลังการเข้าพบ พล.อ.เปรม บรรยากาศของประเทศจะดีขึ้น นายยงยุทธ กล่าวว่า เราไม่ได้คิดเรื่องการเมือง เรื่องการปรองดองไม่เกี่ยวกัน ก็เหมือนกันกรณีลูก ๆ ไปรดน้ำพ่อแม่ในวันสงกรานต์เพื่อแสดงความรัก ความกตัญญู ไม่ได้หวังจะไปเอามรดก แต่ถ้าลูกคนไหนไปรดน้ำพ่อแม่แล้วหวังสมบัติอย่างนั้นจิตใจไม่บริสุทธิ์และเป็นบาป ชีวิตคนประจำวัน ไม่ได้เป็นการเมืองทุกเรื่อง มันต้องมีหัวจิตหัวใจเรื่องอื่นด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อถามอีกว่า รัฐบาลก็หนีไม่พ้นถูกมองว่าหวังผลการเมือง เพื่อเดินเกมการสร้างความปรองดอง โดยพยายามคัดเลือกเฉพาะรองนายกฯ 3 คนที่ใกล้ชิดและมีสัมพันธ์กับพล.อ.เปรม หรือที่เรียกกันว่าเป็น "ลูกป๋า" นายยงยุทธ กล่าวว่า ถ้าครม.ทั้งคณะ36 คนเข้าไปพบพล.อ.เปรมมันก็จะเยอะเกินไป ห้องจะแน่น และภาพก็ออกมาไม่ดี ถ้าไปเพียง 3-4 คนเป็นเรื่องที่ดีกว่า ยืนยันว่าพล.อ.เปรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นองคมนตรี เป็นรัฐบุรุษ เป็นอดีตนายกฯ นายกฯคนปัจจุบันก็ต้องเคารพตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ตนในฐานะที่เคยเป็นลูกป๋ามากว่า 20 ปี เป็นผู้ประสานงานไปและได้รับการยืนยันกำหนดวันเวลาตอบรับการเข้าขอพรปีใหม่ไทย
เมื่อถามว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีหรือยังว่าจะนำเรื่องอะไรไปหารือขอคำปรึกษาจากพล.อ.เปรมบ้าง นายยงยุทธ กล่าวว่า หลังจากรดน้ำขอพรเสร็จแล้ว รองนายกฯอาจจะออกมาจากห้องก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้พล.อ.เปรมและนายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ทั้งนี้เมื่อถามถึงกรณีที่แกนนำคนเสื้อแดงบางส่วนไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้เกิดการเกี้ยเซี้ยกับอำมาตย์ จะต้องส่งคนไปชี้แจงทำความเข้าใจหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่เป็นไร หัวใจของคนเหล่านั้นเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ไม่ใช่แนวร่วมต่อต้านวัฒธรรมไทย ต่อต้านพล.อ.เปรมหรือสถาบัน เพราะฉะนั้นตนเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเข้าใจและคงไม่จำเป็นต้องไปพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจอะไร
สุรยุทธ์" ชี้ "ยิ่งลักษณ์"รดน้ำ "ป๋าเปรม" เป็นเรื่องประเพณี
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่นที่ 17 ถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีว่า เป็นเรื่องของประเพณีปฏิบัติคนที่มีวัยวุฒิน้อยก็ควรไปคารวะผู้มีวัยวุฒิสูงกว่า และประธานองคมนตรีถือเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับชาติมากมาย และเมื่อมีการแสดงมุทิตาจิตในลักษณะเช่นนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้คนทั้งหลายว่า ประเพณีปฏิบัติของเราเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันได้
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนจะเป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่การที่มีการปฏิบัติตามประเพณีในช่วงปีใหม่ไทยเป็นสิ่งที่ดีงาม และเป็นตัวอย่างที่ดี ส่วนคนในประเทศจะกลับมาปรองดองรักใคร่เหมือนในอดีตได้หรือไม่นั้น ตนคงไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้ อยู่ที่ความพยายาม เช่นเดียวกับการสร้างคนดีก็เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายาม แน่นอนว่า ไม่มีคนดีทั้งหมด ต้องมีคนไม่ดีบ้าง แต่ถ้าคนดีช่วยกันบ้านเมืองของเราจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องการเมือง ตนทำหน้าที่ในการส่งเสริมเยาวชนให้มีประสบการณ์ มีความรู้ เป็นคนดีของชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องการเมืองไม่มีข้อคิดเห็น
ผู้สื่อข่าวถามว่า อีกฝ่ายมองว่า พล.อ.เปรมเป็นฝ่ายอำมาตย์และเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องทางการเมือง ตนคงให้ข้อคิดเห็นไม่ได้ และตนไม่ทราบว่า คนทั้งหลายมองในแง่ไหน และตนคงจะไปตอบแทนพล.อ.เปรมไม่ได้ ส่วนจะหล่อหลอมให้คำว่า อำมาตย์กับไพร่ให้เป็นเนื้อเดียวกันได้หรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ เพราะเป็นเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง แต่ถ้อยคำที่นำมาเรียกขานไม่ได้อยู่ในระบบ เพราะยกเลิกไปตั้งแต่พ.ศ.2475 ก่อนตนเกิดด้วยซ้ำ การเรียกสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องทางการเมืองมากกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง
โคทม" เชื่องานรดน้ำดำหัว "ป๋าเปรม" เป็นสัญลักษณ์สู่การปรองดอง
นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ารดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า เป็นเรื่องดีที่ผู้มีอาวุโสน้อยจะเข้าไปขอคำแนะนำหรือเข้าไปทำความเคารพกับผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า ซึ่งการเข้าพบกันครั้งนี้อาจถือเป็นการแสดงออกถึงสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างหนึ่ง แต่ยังขึ้นอยู่กับการรับรู้ของคนจำนวนมากว่าจะมองเหตุการณ์นี้อย่างไร และต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยและมองว่าเคยเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน จะเป็นการปรองดองเฉพาะระดับบนแล้วทอดทิ้งรากหญ้า ซึ่งก็คือคนเสื้อแดงหรือไม่ โดยถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องไปจัดการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บรรยากาศยังสามารถปรองดองกันได้ การปรองดองไม่ใช่ต้องเห็นตรงกันหรือเป็นเนื้อเดียวทั้งหมด การถกเถียงจะทำให้เห็นถึงความคิดของอีกกลุ่ม สิ่งสำคัญคือต้องพยายามมองในทางบวก และบริหารจัดการความขัดแย้งด้วยความอารยะ
ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงไม่ร่วมคณะเข้ารดน้ำดำหัวพล.อ.เปรมจะยิ่งเป็นการตอกย้ำความขัดแย้ง นายโคทม กล่าวว่า เชื่อว่าปัญหาระหว่างคนในรัฐบาลและมวลชนคนเสื้อแดงจะสามารถพูดคุยและปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งในส่วนของคนเสื้อแดงที่เป็นรากหญ้าและระดับปัญญาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเข้าพบพล.อ.เปรมแสดงว่าที่ผ่านมา พล.อ.เปรมเป็นคู่ขัดแย้งหรือไม่ นายโคทม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ในอดีตอาจจะเป็นก็ได้ แต่คิดว่าเราไม่ควรจะไปติดยึดกับบาดแผลเดิม
"กองทัพสื่อแน่นหน้าบ้านสี่เสาฯรอทำข่าว"ยิ่งลักษณ์-รองนายกฯ"เข้ารดน้ำของพร"ป๋าเปรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ ก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จะเดินทางขอเข้าพบเพื่อรดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์กับพล.อ.เปรนม ติณสูลสนนท์ ประธานองค์มนตรี การจราจรบริเวณเด้านบ้านสี่เสาฯ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาล สามเสน มาดูแลรักษาความปลอดภัย และดูแลความเรียบร้อย รวมทั้งได้มีการนำแผงรั่วเหล็กมาปิดการจราจรจำนวนสองช่องการจราจรตลอดแนวบริเวณหน้าบ้าน และล่าสุดได้มีชายอายุประมาณ 50 ปี ได้นำป้ายกระดาษที่มีเขียนข้องความระบุว่า " พรบ.ปรองดองเราเห็นชอบ แต่ 91 ศพใครจะรับผิดชอบ อำมาตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ ต้องไม่ตายฟรี รัฐบาลอย่านั่งทับหัวคนเสื้อแดงเสวยสุข กลุ่มรักประชาธิปัตย์ นายสมพงษ์ โพธิ์โน (ขอนแก่น) เอฟ.เอ็ม 107.5 " หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวชายคนดังกล่าวออกจากบริเวณหน้าบ้านพักประธานองค์มนตรีในทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การเข้าเดินทางเข้าพบเพื่อรดน้ำของพล.อ.เปรม ในครั้งนี้ ได้มีกลุ่มผู้สื่อข่าวรายงานในแขนงต่างๆ ได้รอติดตามทำข่าวกันจำนวนมาก โดยกำหนดการของนายกฯ และคณะที่จะเดินทางเข้า พล.อ.เปรม ในครั้งนี้คาดว่าจะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายในตัวบ้านพักของประธานองค์มนตรีแต่อย่างใด



