
ยูเอ็นจับมือบช.ก.สาง'ค้ามนุษย์น้ำโขง'
ยูเอ็นจับมือบช.ก.สางปัญหา'ค้ามนุษย์ลุ่มน้ำโขง' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
นับวันปัญหาค้ามนุษย์ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะทวีความรุนแรงมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาระดับโลก ที่องค์กรระหว่างประเทศอย่างสำนักงานสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็น" เข้ามามีบทบาทในการหาทางยุติปัญหา และเมื่อผสานกับแนวคิดตำรวจยุคใหม่รับใช้ชุมชนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จะเป็นแนวทางที่ดีในการช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าวได้
ความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างยูเอ็นกับ บช.ก.ครั้งนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำคณะตำรวจสังกัด บช.ก.เดินทางไปยังสำนักงานสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือกันแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวกับเด็ก กับสำนักงานสหประชาชาติ ซึ่งมี นายแกรี่ เลวิส ผู้แทนระดับภูมิภาคของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ เป็นตัวแทนทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว
นายแกรี่ กล่าวว่า การร่วมมือกับตำรวจสอบสวนกลางของไทยครั้งนี้ เพื่อต้องการปราบปรามอาชญากรรมระดับภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับการละเมิดทางเพศ ซึ่งมีเด็กตกเป็นเหยื่อ กำลังเป็นปัญหาอยู่ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงคือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวผู้กระทำความผิดคือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปหาเหยื่อในต่างประเทศ โดยใช้บริการทางการท่องเที่ยวบังหน้า และอาศัยช่องว่างทางกฎหมายหลบหลีกความผิด จึงยากแก่การดำเนินคดี เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นปัญหาของโลก ซึ่งทุกประเทศรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา
"การแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาค ที่ผ่านมายูเอ็นได้จัดตั้งโครงการ Project Childhood ขึ้นมาปราบปรามการกระทำความผิด ซึ่งได้ร่วมมือกับหลายองค์กร เพื่อนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่ชั้นศาลให้ได้" นายแกรี่กล่าว
นายแกรี่ บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ติดตามการทำงานของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว เห็นว่ามีความก้าวหน้าในการนำโครงการตำรวจผู้รับใช้ประชาชนมาใช้แก้ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ อย่างเช่นหลายประเทศทำแล้วได้ผล จึงต้องการที่จะสนับสนุนการทำงานและอยากได้ความร่วมมือมาช่วยกันแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวกับเด็ก หลังจากนี้จะเริ่มต้นให้ความรู้ทางวิชาการ และด้านกฎหมายกับตำรวจไทย โดยได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้จากตำรวจสากลที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฝรั่งเศส นอกจากนี้องค์กรเอกชนที่ชื่อว่า World Vision ซึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวกับเด็ก และเยาวชน ก็จะให้ความร่วมมือถึงโครงการที่จะทำในอนาคตกับ บช.ก.ด้วย ทั้งนี้การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเพศที่เกี่ยวกับเด็กในประเทศไทยนั้น จะมีความร่วมมือกันแก้ปัญหาทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่
ด้าน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บอกว่า สถานการณ์ในไทยขณะนี้น่าเป็นห่วง มีปัญหาอาชญากรรมสารพัดรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติด และการก่อการร้ายที่เดิมเคยอยู่เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปัจจุบันลามมาสู่ จ.สงขลา จึงต้องหาวิธีการใหม่ๆ เข้าไปแก้ปัญหา ขณะที่ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในเด็กและเยาวชนก็น่าเป็นห่วง มีผลงานการวิจัยระบุว่า เด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยจากครอบครัว และถูกทำร้าย จะมีความเสี่ยงมากถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรม จึงต้องมองอนาคต เพื่อลดอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น
"การจะทำให้สังคมปกติสุขปลอดจากอาชญากรรมคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากตำรวจทำงานอยู่หน่วยงานเดียว จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ซึ่งแนวทางการทำงานของตำรวจตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ประชาชนก็คือการเข้าไปแสวงหาความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาอาชญากรรมทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งหลายประเทศนำไปใช้แล้วประสบความสำเร็จ อย่างเช่นอูกันดา นำไปใช้แก้ปัญหาการละเมิดทางเพศเด็กสำเร็จหรือในเคนยาก็นำทฤษฎีนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีอย่างได้ผล" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขยายความ
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกด้วยว่า หลังจากนี้จะร่วมกับสหประชาชาติในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กอย่างเต็มที่ เด็กที่ถูกนำมาขายดอกไม้ เร่ร่อนขอทาน หรือถูกนำมาค้าประเวณี จะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะปัญหานี้กำลังเป็นปัญหาหนักที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งตำรวจสอบสวนกลางจะนำทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนมาร่วมกับสหประชาชาติและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมแก้ปัญหานี้ให้ได้โดยเร็ว
...........
(หมายเหตุ : ยูเอ็นจับมือบช.ก.สางปัญหาค้ามนุษย์ลุ่มน้ำโขง : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



