ข่าว

'พท.'ฟ้อง'รสนา-บุญยอด'ข้อหาหมิ่น

'พท.'ฟ้อง'รสนา-บุญยอด'ข้อหาหมิ่น

25 เม.ย. 2555

พท.บุกแจ้งความ “รสนา-สมชาย-บุญยอด” หมิ่นประมาทกล่าวหาเสียบบัตรแทน "บุญยอด" ไม่หวั่นยันตามหน้าที่ พร้อมจับผิด "ชูวิทย์" งัดบันทึกการประชุมมัดคลิป ส.ส.เสียบบัตรแทนกันไม่ใช่การลงมติร่างแก้ไข รธน.

             เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 25 เมษายน ที่สน.ดุสิต นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ส.ส.ศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พิตตินันท์ อุทธสิงห์ รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เพื่อยื่นเอกสารร้องทุกข์กล่าวโทษให้เอาผิดกับ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว. กทม.นายสมชาย แสวงการ ส.ว. สรรหา และนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีนำภาพที่มีลักษณะคล้ายการกดบัตรลงคะแนนเสียงแทนกันของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปเผยแพร่ตามสื่อมวลชนต่างๆ

              นายวิวัฒน์ชัย กล่าวว่า ตนยอมรับว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพจริง แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีการกดบัตรคะแนนเสียงแทนกัน เนื่องจากมีการตรวจสอบแล้วจากตำแหน่งที่นั่งแถวที่ 5 นั้น ไม่มีไมล์และเป็นทางเดิน จึงไม่สามารถกดบัตรลงคะแนนแทนกันได้ ส่วนภาพที่เผยแพร่ออกไปเป็นการทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสื่อมเสียชื่อเสียง
 


 "บุญยอด"ไม่หวั่นยันทำตามหน้าที่พร้อมจับผิด"ชูวิทย์"
 
              นายบุญยอด กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะตนไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง หรือหมิ่นประมาทใคร เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ส.ส.ที่เห็นสิ่งผิดปกติก็รู้สึกสงสัย จึงเสนอให้มีการตรวจสอบเท่านั้น โดยที่ตนไม่ได้เอ่ยชื่อว่าใครกดบัตรแทนใคร จึงคิดว่านายพร้อมพงศ์ เสียเวลาแจ้งความเปล่า ๆ
 
              ทั้งนี้นายบุญยอด ในฐานะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคลิปส.ส.กดบัตรแทนกันที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้ารักประเทศไทย นำมาเปิดเผยและระบุเป็นการลงมติในวาระแรกของการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าวเบื้องต้นเห็นว่าไม่น่าจะเป็นการพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากเสียงของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมขณะนั้นได้มีการขานจำนวนผู้ร่วมประชุมว่ามีทั้งหมด 514 คน โดยจากการตรวจสอบบันทึกการประชุมพบว่ามีการประชุมร่วมรัฐสภาที่มีองค์ประชุม 514 คน 3 ครั้ง คือ ในวันที่ 27 มี.ค. 55 เวลา 16.32 น. ลงมติกรอบการเจรจาอนุสัญญาหรือความตกลงเพื่อยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน เวลา 16.41 น. อนุสัญญาไทย-เคนยา และเวลา 16.42 น. อนุสัญญาไทย -ไอแลนด์ นอกจากนี้การลงมติในวาระแรกของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องเป็นการเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย ไม่ใช่วิธีการเสียบบัตรลงคะแนน

              "ผมคิดว่านายชูวิทย์ควรจะชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และหากนายชูวิทย์มีความบริสุทธิ์ใจในการเปิดเผยเรื่องนี้และมีคลิปอื่นที่เป็นการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญควรนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองได้ว่าเก็บเอาไว้เพื่อต่อรองกับใครอย่างไรหรือไม่ “นายบุญยอด กล่าว
       
              นายบุญยอด กล่าวอีกว่า  เชื่อว่านายชูวิทย์มีเจตนาดีที่ต้องการตรวจสอบ ส.ส.ไม่ให้กระทำผิดกฎหมายแต่อาจเกิดความสับสนเพราะมีหลายคลิป จึงอยากให้เปิดเผยให้หมดเพื่อช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เพราะแม้ว่าคลิปที่นำมาเผยแพร่จะไม่ใช่การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ก็เป็นการยืนยันว่ามีส.ส.กดบัตรแทนกัน ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบว่าส.ส.ในภาพเป็นใครและสภาต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจน ส่วนคลิปการกดบัตรแทนกันในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะเป็นหลักฐานทำให้กระบวนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

“รสนา”จี้ประธานสภาฯตั้งกรรมการสอบ


               น.ส.รสนา กล่าวว่า การกดบัตรแทนกันเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และมักเกิดบ่อยช่วงการประชุมช่วงค่ำๆ ที่เหลือส.ส.อยู่ในห้องประชุมกันน้อย เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีหลักฐานยืนยันซึ่งตนบันทึกได้ในการประชุมสภาฯช่วงค่ำวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาและได้โพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.แล้ว เพียงแต่ไม่ปรากฎเป็นข่าว

               ส่วนกรณีที่นายวิวัฒนชัยชี้แจงว่าเป็นคนในภาพจริง แต่ไม่ได้กดบัตรแทนเพื่อน ส.ส. และเรียกร้องให้ตนขอโทษที่พาดพิงนั้น น.ส.รสนา กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดในสภาฯไม่ได้ระบุว่าเป็นใครจากพรรคการเมืองใด แม้มุมที่ถ่ายจะเป็นเป็นมุมที่ ส.ส.บางพรรคชอบนั่งก็ตาม ดังนั้นจึงอยากให้ประธานสภาฯตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร  หากประธานสภาฯไม่ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบ ก็อาจจะรวบรวมข้อมูลไปยื่นต่อปปช.เอง เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นการทำผิดตามตำแหน่งหน้าที่ เป็นความผิดทางอาญา ซึ่งอาจจำให้ถูกถอดถอนได้ ทั้งนี้การกดบัตรแทนกันไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านหรือ ส.ว.ก็ไม่ควรทำทั้งนั้น โดยรัฐธรรมนูญมาตรา126 ก็ระบุชัด ให้สมาชิกคนหนึ่งยอมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นสิ่งชี้ขาด

               น.ส.รสนากล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อกระบวนการพิจารณารัฐธรรมนูญไม่ชอบ แล้วผลสุดท้ายรัฐธรรมนูญที่ออกมาอาจจะมิชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วยนั้น ตนไม่สามารถวินิจฉัยได้ คงต้องให้นักกฎหมายหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ถ้ามองตามสามัญสำนึกเมื่อกระบวนการพิจารณามันผิดขั้นตอน เป้าหมายก็อาจผิดด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นเปรียบเหมือนการก่ออาชญากรรมในรัฐสภาฯอย่างร้ายแรง เพื่อจงใจประหารรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

               ขณะที่นายวันชัย สอนศริ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เรื่องนี้ประธานรัฐสภาต้องตั้งคณะกรรมการพิสูจน์ความจริงก่อน ตามหลักการทางกฎหมายแล้วในการใช้สิทธิ์ลงคะแนนนั้น สมาชิกรัฐสภามีสิทธิ์ลงคะแนนได้เพียงคนละ1สิทธิ์เท่านั้น เมื่อผู้ไม่มีสิทธิ์ได้ใช้สิทธิ์ที่ไม่ใช่ของตัวเองจึงเท่ากับเกิดการใช้สิทธิที่ไม่ชอบ โดยเปรียบได้กับการแสดงความเท็จ และหากเป็นการพิจารณาในประเด็นทั่วไปกรณีเข้าข่ายเป็นคดีอาญา กล่าวคือเป็นการเข้าข่ายกระบวนการได้มาโดยมิชอบ ส่งผลให้ผลลัพธ์ในกระบวนการดังกล่าวไม่มีผลบังคับใดๆตามกฎหมาย และในประเด็นการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศก็ไม่ต่างกัน เพราะเมื่อกระบวนการใช้สิทธิ์มีปัญหา ผลลัพธ์ก็ย่อมถูกตั้งคำถาม และเป็นสิทธิที่ผู้ร้องจะสามารถคัดค้านได้

               นายวันชัย กล่าวว่า เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะถูกร้องคัดค้านอยู่แล้ว เพราะมีหลายฝ่ายมองว่าในมาตรา291ไม่ได้เขียนเพื่อให้มีการใช้สิทธิล้มล้างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยขั้นตอนคือผู้ร้องสามารถยื่นต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณา