
'ณัฐวุฒิ'ชี้คลิปกดบัตรแทนอาจเป็นฝ่ายค้าน
'ณัฐวุฒิ' ระบุ คลิปกดบัตรแทน อาจเป็นฝ่ายค้าน เพราะชูวิทย์นั่งอยู่ฝ่ายค้าน มั่นใจการตรวจสอบทำให้ปชช.ทราบผลเร็ววัน พร้อมแจงอำมาตย์ยังมีอิทธิพล แต่หวังให้อ่อนแอลงเพื่อให้ประชาธิปไตยขับเคลื่อน
เมื่อเวลา 14.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดเผยคลิปการกดบัตรแสดงตนในสภาฯ แทนกันว่า เรื่องนี้คงมีข้อระเบียบของสภา และเชื่อว่า คงไม่ยากต่อการตรวจสอบติดตามจากฝ่ายสภา และในเร็ววันประชาชนคงจะได้ทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้การแสดงภาพแล้วกล่าวหาว่าเป็นคนนั้นคนนี้พูดง่ายดังนั้นอย่าเพิ่งด่วนสรุป แต่ข้อสังเกต คือ ถ้า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เป็นคนถ่าภาพ ซึ่งนายชูวิทย์จะนั่งซีกฝ่ายค้าน เมื่อนายชูวิทย์ ไปนั่งด้านหลังผู้หนึ่งผู้ใดก็อนุมานได้เบื้องต้นว่าน่าจะเป็นสมาชิกซีกฝ่ายค้านหรือไม่ หรือนายชูวิทย์ บอกว่า เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลก็คงไม่ยากและคงไม่นานเกินไปที่การตรวจสอบของสภาจะออกมา
ส่วนจะส่งผลต่อการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มีบางฝ่ายอยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอันเป็นไปตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นการเกิดคลิปดังกล่าวขึ้นมาคงไม่น่าวิตกกังวลเพิ่มเติมเพราะมีความพยายามถ่วงเวลา ล้มกระดานการแก้ไขฯมาตลอด น่าคิดว่าถ้าประเด็นดังกล่าวทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องล้มทั้งกระดาน แล้วกฎหมายเกือบ 200 ฉบับในสมัย สนช. ที่องค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายพวกนั้นเดินหน้ามาสู่การมีผลบังคับใช้ได้อย่างไร เรื่องพวกนี้ถ้าจะหยิบยกมาคุยกันควรจะมาหายุติพร้อมกันทีเดียวเลยหรือไม่
"ณัฐวุฒิ" แจงอำมาตย์ยังมีอิทธิพล แต่หวังให้อ่อนแอลงเพื่อให้ประชาธิปไตยขับเคลื่อน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงการเข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ของนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ ว่า ไม่มีการนัดหมายของคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมาบ้าน พล.อ.เปรม ด้วย เพราะคงเป็นแค่วาระงานของนายกรัฐมนตรี และ ครม.บางส่วนที่จะติดตามนายกรัฐมนตรีไป ส่วนรัฐมนตรีก็ทำงานตามปกติ ส่วนเรื่องความปรองดองตนว่าเราต้องอยู่ด้วยความหวัง หวังว่าจะเกิดขึ้น เราต้องศรัทธาทุกอย่างก็จะเดินหน้า ถ้าคิดจะทำลายขัดขวาง ก็มีอุปสรรคทุกเส้นทาง แต่ตนแน่ใจว่าคนส่วนใหญ่รอคอยวันเวลาแห่งสันติภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีพยายามที่สุดในทุกภาพในทุกสัญญาณ เพื่อให้บรรยากาศของความปรองดองมันมีพัฒนาการ ซึ่งคิดว่าประชาชนเข้าใจและให้กำลังใจนายกฯอยู่
เมื่อถามว่า วันนี้ยังมีอำมาตย์อยู่อีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ระบอบอำมาตยาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่มีมานานในประเทศไทย ฉะนั้นในขณะนี้ในวันเวลาที่บ้านเมืองเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงอิทธิพลกลไกของอำมาตย์ก็ยังเดินอยู่ เพียงแต่สิ่งที่เราต่อสู้มาตลอดคือไม่จำเป็นต้องทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดล้มหายตายจากหรือหักล้างจนแหลกกันไปข้างไม่ใช่ เพียงแต่อิทธิพลของอำมาตย์ควรจะอ่อนแอหรือหยุดยั้งลงให้ฝ่ายประชาธิปไตยโดยประชาชนขับเคลื่อนไปข้างหน้า แล้วภายหลังการปรองดองทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องการ



