ข่าว

เตือนเสริมแข็งแรง'ทำเนียบฯ-บีทีเอส'

เตือนเสริมแข็งแรง'ทำเนียบฯ-บีทีเอส'

25 เม.ย. 2555

นักวิชาการแผ่นดินไหวเตือนรัฐเร่งยกเครื่องความแข็งแรง "ทำเนียบฯ-ศูนย์ราชการ-บีทีเอส" หวั่นหากเกิดเหตุตัดขาดจุดบัญชาการช่วยปชช. วอนอย่าคนใต้อย่าตระหนกเกาะภูเก็ตเขย่า 4 ริกเตอร์ เหตุแรงสั่นน้อย

             ที่ห้องจูปิเตอร์ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  เมื่อเวลา 13.26 น.  วันที่ 25 เม.ย. ภายในงานสถาปนิก'55 มีการจัดเสวนาวิชาการเรื่อง "กรุงเทพฯเมืองแห่งความปลอดภัย แผ่นดินไหวกับคนกทม." โดยมี ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทางวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาททวีวัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการเทคโนโลยีวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนายพินิต เลิศอุดมธนา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร กทม. ร่วมการเสวนา 

              ศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า แผ่นดินไหวถือเป็นภัยสร้างความสูญเสียให้แก่มวลมนุษยชาติ แต่ก็สร้างความรู้กลับมามากมาย โดยแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นปีที่แล้วก็ให้บทเรียน  เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นประเมินว่าจุดแผ่นดินไหวนั้นควรจะเกิดประมาณ 8 ริกเตอร์ แต่กลับเกิดแผ่นดินไหวถึง 9 ริกเตอร์ ซึ่งมีขนาดรุนแรงต่างกัน 30 เท่า ไม่ใช่ 10 เท่าตามที่คนไทยเข้าใจ ดังนั้นเหตุแผ่นดินไหวทำให้รู้ว่าภัยธรรมชาติเกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย มนุษย์จึงต้องมีเตรียมพร้อม ไม่ตระหนก ซึ่งแผ่นดินไหวขนาด 4 ริกเตอร์ที่เกาะภูเก็ตที่จริงแล้วไม่ควรตระหนก เพราะไม่สามารถทำให้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กพังได้

              ศ.ดร.ปณิธาน กล่าวต่อว่า อาคารในกทม.มี 2 ล้านหลัง เหตุแผ่นดินไหวถือว่าเรามีเวลาเตรียมตัว โดยเริ่มจากหน่วยงานราชการ ควรทำให้เป็นตัวอย่าง เพื่อให้เอกชนทำตาม โดยประเมินจากอาคารที่อ่อนแอเพื่อไปเสริมความแข็งแรง หากพบว่ามีการออกแบบไม่ได้มาตรฐานต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อน โดยเน้นไปที่อาคารที่เป็นศูนย์บัญชาการสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข อย่างเหตุแผ่นดินไหวที่เฮติ ทำเนียบประธานาธิบดีพังไปด้วย ทำให้ไม่สามารถเป็นศูนย์บัญชาการสั่งการช่วยเหลือประชาชนได้ ดังนั้น อาคารอย่างทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการกองทัพ ศูนย์ราชการ ศาลาการจังหวัดต้องมีการประเมินความแข็งแรงด้วย

              "โรงไฟฟ้า ประปา ระบบสาธารณูปโภคของเมือง มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของประเทศจึงต้องมีการออกแบบให้ดีเพื่อรองรับแผ่นไหว ส่วนอาคารเก่า โครงสร้างพื้นฐายต้องมีการประเมินความแข็งแรงให้ใช้งานได้หากเกิดแผ่นดินไหวเช่นกัน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าบีทีเอส ทางด่วน ต้องดูให้ดี เพราะถ้าโครงสร้างพื้นฐานเสียหายหมายถึงความวินาศมหาศาลตามมา"ศ.ดร.ปณิธานกล่าว

              ศ.ดร.ปณิธาน กล่าวด้วยว่า ส่วนอาคารใหม่ที่จะทนแผ่นดินไหวได้กี่ริกเตอร์นั้นไม่มีเทวดาที่ไหนตอบได้ เพราะการคำนวนไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของแผ่นดินไหวอย่างเดียว ต้องดูจากระยะทางจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวด้วย อีกทั้งต้องดูความลึกของแผ่นดินไหว จึงมีปัจจัยอีกมาก อย่างไรก็ตาม จากการเสนอข่าวที่ผ่านมาทำให้ประชาชนแตกตื่น ตนเห็นว่าการให้ข่าวน่าเป็นเรื่องห่วงรวมถึงการเขียนข่าวด้วย ทำให้ทางจุฬาฯ และหน่วยงานใกล้เคียงจะจัดเสวนาในวันที่ 30 เม.ย. เวลา 09.00 น. ที่จุฬาฯ เพื่อให้ข้อมูลเรื่องแผ่นดินไหวที่ถูกต้องที่สุด โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งจะเน้นไปเรื่องให้คลายข้อสงสัยว่าเกาะภูเก็ตจะจมหรือไม่

              ด้าน ผศ.ดร.สุทัศน์ กล่าวว่า ด้านวิศวกรมีการเตรียมแผ่นดินไหวมาระดับหนึ่งแล้ว หลักๆเป็นเรื่องมาตราฐานการออกแบบอาคารให้ป้องกันแผ่นดินไหว หลังจากมีแผ่นดินไหวมีมากขึ้น ซึ่งเห็นว่าแต่ละครั้งเมื่อแผ่นดินไหาจะมีคนเสียชีวิตมาก เห็นได้ว่าภัยนี้มีโอกาสน้อยแต่กลับมีผลกระทบสูง โดยส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยเรื่องอาคาร ทำให้วิศวกรเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบ แต่บางประเทศถึงมีการเตรียมการที่ดี ก็ยังมีความเสียหายก็ยังเกิดขึ้น อาทิ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ส่วนเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดที่ภูเก็ตก็มีรอยเลื่อนอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากที่ภูเก็ตยังพบว่ามีบริเวนอื่นทีมีความเสี่ยงแผ่นดินไหวสูงกว่านั้น ที่ไม่ควรมองข้าม

              ผศ.ดร.สุทัศน์ กล่าวต่อว่า มีคำถามว่าอาคารที่ออกแบบสามารถรับความรุนแรงได้กี่ริกเตอร์ ก็ยังตอบยากเพราะต้องดูว่าอาคารอยู่ไกลจากจุดกำเนิดแค่ไหน เนื่องจากประเทศไทยมีลอยเลื่อนหลายจุด อาทิ เกิดที่เกาะสุมาตรา 9 ริกเตอร์ อาคารในประเทศไทยก็ยังไม่เป็นไรมาก เพราะศูนย์กลางแผ่นดินไหวยังอยู่ไกล แต่ที่กรุงเทพฯรู้สึกได้เพราะอยู่บนดินอ่อน ดังนั้นอาคารที่ต้องออกแบบป้องกันแผ่นดินไหวต้องเป็นอาคารสาธารณะที่มีความสูง 15 เมตรขึ้นไปจึงต้องมีการเตรียมการออกแบบรองรับ

              ขณะที่นายพินิต กล่าวว่า ตนกลัวที่สุดคือการออกข่าว มีการเปรียบเทียบว่าประเทศแม็กซิโกเป็นดินอ่อนเหมือนกรุงเทพฯ แต่ไม่บอกความลึกของแผ่นดินไหวต่างกันอย่างไร ก็มีการกลัวกันว่ากรุงเทพฯจะเสียหายหากเจอแผ่นดินไหวแบบแม็กซิโก และเมื่อเกิดแผ่นดินไหวกทม.ก็งานเข้า เพราะมีการต้องการให้กทม.ไปตรวจอาคาร ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เมื่อไปตรวจไม่มีผลอะไร กทม.ก็มีรายชื่อตึกเหล่านี้แล้ว ซึ่งเอกชนบางแห่งก็กลัวคนกทม.มาว่ามาทำอะไร เนื่องจากเกรงว่าคนเช่าตึกจะกลัวไปด้วย ดังนั้น การให้ข่าวก็จะเกิดผลลบไม่เป็นการสร้างสรรค์ ซึ่งบุคคลนี้น่าจะถูกตำหนิเช่นกัน