
ชวนคนไทยดีไซน์โลโก้ "กำลังใจ" อวดชาวโลก
เพราะทรงตระหนักถึง "กำลังใจ" ที่ให้ความสุขต่อทั้งผู้รับและผู้ให้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จึงมีพระดำริจัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเน้นให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังสตรี เด็กและเยาวชนที่กระทำผิด รวมถึงกลุ่มผู้ขาดโอกาสอื่นๆ ด้วย ดังนั้นเพื่
กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความเป็นมาของโครงการและวัตถุประสงค์ของการประกวดในครั้งนี้ว่า นอกจากจะเป็นการเปิดกว้างให้แก่ประชาชนชาวไทยทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังมีส่วนร่วมแสดงความสามารถเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ ประเภทบุคคลทั่วไป และประเภทผู้ต้องขัง รวมถึงเด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
"ผู้ชนะเลิศการประกวดออกแบบอันดับ 1 จะได้รับโล่ประทานจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัลชมเชยจะได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท สำหรับบุคคลทั่วไปและสำหรับผู้ต้องขัง"
เมื่อกล่าวถึงความสำคัญหรือข้อดีของภาพสัญลักษณ์ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อสังคมนั้น ด้าน รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความเห็นว่า ตราสัญลักษณ์แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ แต่กลับมีคุณค่าอย่างมหาศาล เพราะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมไปในทางที่ดีได้ ยกตัวอย่างเช่น "โลโก้ไม่สูบบุหรี่" ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนให้ลดการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะลงได้ หรือ "โลโก้ตาวิเศษ" ที่ทำให้คนไม่กล้าทิ้งเศษขยะนอกถัง เพราะรู้สึกว่ามีสายตากำลังจ้องมองอยู่
เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ ศุภลักษณ์ ตัณฑาภิชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ได้กล่าวว่า ในด้านงานการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ โลโก้นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการจดจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการสื่อให้เกิดการรับรู้เรื่องราวต่างๆ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ โลโก้จะเกิดพลังได้นั้นต้องผ่านการเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง มิเช่นนั้นจะทำให้สูญหายไปได้ ดังเช่นหลายๆ องค์กรที่ไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่โลโก้ของโครงการกำลังใจจะได้เผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะการประชุมที่ยูเอ็นแต่ละครั้งย่อมได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน
ส่วนผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานออกแบบอย่าง ปุณลาภ ปุณโณทก เจ้าของบริษัท คัลเลอร์ ปาร์ตี้ จำกัด และหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ได้ฝากถึงผู้ที่สนใจจะส่งผลงานเข้าร่วมชิงชัยในครั้งนี้ว่า นอกจากเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้ว แนะนำให้คำนึงถึงหลัก 3 ง่าย คือ "เข้าใจง่าย" ซึ่งเป็นอะไรที่ต้องสื่อสารได้รวดเร็ว "ใช้งานง่าย" ไม่ว่าจะไปอยู่บนสื่อไหนๆ ต้องดูดีและดูสวย และ "ประทับใจง่าย" คือเห็นแล้วรู้สึกปิ๊งทันที ส่วนหลักคร่าวๆ ขั้นพื้นฐานก็ให้เน้นองค์ประกอบภายในการออกแบบ การลำดับความคิด และที่ขาดไม่ได้คือคำว่า "กำลังใจ" และที่สำคัญยังได้เข้าไปจัดเวิร์กช็อปในทัณฑสถานต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ต้องขังอีกด้วย
สำหรับระเบียบการสมัครเข้าประกวดนั้น ประเภทบุคคลสามารถส่งผลงานได้ 1 คนต่อ 1 ภาพ และต้องส่งผลงานขนาดใหญ่กว่า 15X15 เซนติเมตร แต่ใหญ่ไม่เกินขนาด เอ4 ซึ่งจะดาวน์โหลดใบสมัครและดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.kamlangjai.or.th โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2552 ปลัดกระทรวงยุติธรรม ฝากทิ้งท้าย



