
แกะรอยเส้นทางยาสู่'เครือข่ายคุก'
แกะรอยเส้นทางยาเสพติด จาก"ลาว-พม่า"สู่"เครือข่ายคุก" : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
เครือข่ายค้ายาเสพติดขณะนี้ได้แพร่กระจายไปเกือบทุกวงการแล้ว แม้แต่เรือนจำซึ่งหลายคนคิดว่าไม่น่าจะมีเครือข่ายโยงใยกับขบวนการค้ายาเสพติดได้ เนื่องจากเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคอยควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด แต่นั่นคือความเข้าใจผิด เพราะเรือนจำคือสถานที่ "ฟอก" ยาเสพติด ชั้นดีที่เครือข่ายค้ายาเสพติดใช้เป็นช่องทางตบตาเจ้าหน้าที่รัฐในเวลานี้
ล่าสุดเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 600 นาย บุกเข้าค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 22-23 เมษายน ที่ผ่านมา สามารถยึดสิ่งของต้องห้ามจำนวนมาก โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างมือถือไอโฟน และแท็บเล็ต มาเป็นเครื่องมือในการค้าขายยาเสพติด โดยมีการจับกุมได้เกือบ 352 เครื่อง ยาบ้ากว่า 1,700 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุงใหญ่ มีมูลค่าในเรือนจำนับล้านบาท หลังจากนี้กำลังขยายผลทุกด้านที่ทำได้ต้องแกะโทรศัพท์ทั้งหมด
"เรือนจำ-เพื่อนบ้าน" เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ถูกเปิดเผยว่า มีส่วนเชื่อมโยงในการซื้อขายยาเสพติดกัน เนื่องจากเม็ดเงินดังกล่าวจะเป็นกรอบเป็นกำมากกว่าอาชีพอื่น จึงทำให้เกิดเครือข่ายยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดพื้นที่ชายแดนภาคเหนือที่ยังคงครองแชมป์ที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดใช้เป็นทางช่องในการลำเลียงยาเสพติด
สาเหตุเพราะเป็นพื้นที่ใกล้กับแหล่งการผลิต และเครือข่ายนักค้าตามแนวชายแดน ดังนั้นมาตรการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดยังถือเป็นหัวใจหลักของการแก้ไขปัญหาการทะลักเข้ามาของยาเสพติด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือมีกลุ่มนายทุนบางคนได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ฐานการผลิตมายังบริเวณแนวชายแดนพม่า-ไทย ด้านตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ เพิ่มมากขึ้น เพราะต้นทุนที่ต่ำ ง่ายต่อการลำเลียงวัตถุดิบและสารเคมีที่ใช้เป็นส่วนผสมเข้าสู่โรงงานผลิตยาเสพติดได้เร็ว
โดยวิธีซุกซ่อนของกลุ่มนักค้าในการลำเลียงยาเสพติดมีความพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ในทุกรูปแบบ และกลุ่มนักค้ายาเสพติดส่วนใหญ่ที่นำเข้าประเทศ ทั้งกลุ่มชาวมูเซอ ลีซอ ม้ง และอีก้อ โดยจะมียาบ้าเป็นหลัก
ส่วนยาไอซ์จะเป็นตัวรอง เพราะทุกครั้งการจับกุมยาบ้า จะมียาไอซ์เล็ดลอดเข้ามาด้วยอยู่ประมาณ 31 เปอร์เซ็นต์
นอกจากจะเป็นกลุ่มชาวมูเซอ ลีซอ ม้ง และอีก้อ ที่ลักลอบนำยาบ้าเข้าประเทศไทยแล้ว ยังพบว่าข้อมูลที่น่าสนใจคือมีเครือข่ายนักค้ายาเสพติดชาวต่างประเทศเข้ามาร่วมผสมโรง
โดยปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดที่มีมากที่สุด 3 อันดับ คือประเทศพม่า ประเทศอินเดีย และประเทศปากีสถาน ตามลำดับ และสิ่งที่น่าจับตามองคือกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มใช้ช่องทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ทั้ง 3 แห่ง เป็นช่องในการลำเลียงมากขึ้น
การลักลอบเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักค้าข้ามชาติ ทั้งกลุ่มชาวแอฟริกัน อิหร่าน ปากีสถานและอินเดีย ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเกาะติดและเฝ้าระวังกับกลุ่มต่างชาติเหล่านี้มากขึ้น รูปแบบในการลักลอบค่อนข้างจะทำกันแบบสลับซับซ้อน ทั้งหล่อเป็นดอกไม้ หรือหล่อเป็นคนก็เคยมีมาแล้ว
ส่วนใหญ่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดจะมีการพักยาเสพติดในพื้นที่ประเทศลาว 7 แห่ง ก่อนที่จะทะลักเข้ามาในประเทศไทย คือแห่งที่ 1.บ้านมอม ม.ต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เป็นแหล่งพักยาเสพติดของกลุ่มพันธมิตรเมืองลา และกลุ่มว้า ก่อนจะลักลอบลำเลียงไปยังพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ม.ต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว (คิงส์โรมัน)
2.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ม.ต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว (คิงส์โรมัน) เป็นแหล่งพักยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุด โดยรับยาเสพติดมาจากทุกแหล่งผลิต เพราะในกลุ่มหงส์ปัง มีหุ้นส่วนจากทุกพื้นที่
หลังจากนั้นจะลำเลียงยาเสพติดออกเป็น 2 ทาง คือ
ทางน้ำ ตามลำน้ำโขงไปที่ รร.ดอนจั่น นครหลวงเวียงจันทน์ เข้าเขตไทยด้าน จ.หนองคาย จ.นครพนม ดำเนินการโดยกลุ่มขบวนการต่อต้านลาว แต่บางครั้งจะขึ้นที่ ม.ปากลาย ไป ม.บ่อแตน ม.แก่นท้าว เข้าสู่ประเทศไทยด้าน อ.เชียงคาน อ.ท่าลี่ อ.ด่านซ้าย อ.ภูเรือ อ.นาแห้ว จ.เลย ซึ่งเป็นกลุ่มขบวนการรายย่อยเท่านั้น
ส่วนทางบก ขึ้นยาเสพติดที่ ม.ปากทา มาตามเส้นทางระหว่างแนวชายแดนไทยกับลำน้ำโขง ม.ปากลาย ม.บ่อแตน ม.แก่นท้าว ประเทศลาว ก่อนที่จะเข้าเขตไทยด้าน อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก
3. ม.ต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ก่อนที่จะรับยาเสพติดต่อมาจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการลำเลียงข้ามมาฝั่งไทยด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
4.บัานดอนธาตุ ม.ต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว
โดยยาเสพติดจะเป็นของกลุ่มพันธมิตรเมืองลา และกลุ่มว้า เป็นแหล่งพักคอยก่อนจะลำเลียงเข้าสู่เขตไทยด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
5.บ้านไขยเจริญ ม.ปากทา แขวงไชยะบุลี ประเทศลาว โดยยาเสพติดจะเป็นของกลุ่มพันธมิตร ม.ลา และกลุ่มว้า เป็นแหล่งพักคอยก่อนจะลำเลียงเข้าสู่เขตไทยด้าน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย
6.หมู่บ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว มีการรับยาเสพติดมาจากพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการลำเลียงข้ามมาฝั่งไทยด้าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย
7.หมู่บ้านปากทา แขวงไชยะบุลี ประเทศลาว ซึ่งเป็นแหล่งพักสุดท้ายที่จะนำยาเสพติดขึ้นจากเรือก่อนส่งถึงมือเอเย่นต์ในภาคเหนือ
โดยจะมีการเชื่อมโยงต่างๆ ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องกวดขันพื้นที่ช่องทางที่ล่อแหลมต่อการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือที่ควรเพ่งเล็ง 3 พื้นที่หลัก คือพื้นที่เพ่งเล็งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 5 ช่องทาง คือ
1.ช่องทางดอยช้างกับกลุ่มขบวนการกลุ่มว้า ลีซอ
2.ช่องทางเมืองนะ และช่องทางหนองกะลาง โดยมีกลุ่มขบวนการได้แก่ กลุ่มมูเซอ จีนฮ่อ และลีซอ
3.ช่องทางซุยถัง และช่องทางกังตี๋ มีกลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มว้า และจีนฮ่อ
4.ช่องทางบ้านคุ้ม และช่องทางปางตอง จะมีกลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มมูเซอ และจีนฮ่อ
5.ช่องทางลีซอหัวน้ำ และช่องทางนายอย มีกลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มมูเซอ และกลุ่มว้า
ส่วนช่องทางที่ควรเพ่งเล็งในพื้นที่ จ.เชียงราย ด้านประเทศพม่า จำนวน 3 ช่องทาง คือ 1.ช่องทางบ้านแสนใหม่ จะมีกลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มว้า และกลุ่มมูเซอ
2.ช่องทางห้วยหยวก และช่องทางสันมะเค็ด จะมีกลุ่มขบวนการได้แก่ กลุ่มม้ง กลุ่มว้า และกลุ่มมูเซอ
3.ช่องทางผาฮี้ ช่องทางผาหมี ช่องทางสามปี ท่าข้ามกะหล่ำ ท่าข้ามดินดำ และท่าข้ามปางห้า จะมีกลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มม้ง กลุ่มว้า และกลุ่มมูเซอ
ช่องทางที่ควรเพ่งเล็งในพื้นที่ จ.เชียงราย ด้านประเทศลาว จำนวน 4 ช่องทาง
1.ช่องทางข้ามวังลาว ท่าข้ามบ้านแซว และท่าข้ามสบกก จะมีกลุ่มขบวนการของบ้านป่าสักน้อย ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน
2.ช่องทางท่าข้ามดอนที่ และท่าข้ามเมืองกาญจนบุรี กลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มม้ง บ้านกิ่วกาญจน์ ต.ริมโขง อ.เชียงของ
3.ช่องทางท่าข้ามห้วยลึก แก่งผาได และช่องทางผาบ่อง กลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มม้ง ลำเลียงยาบ้าครั้งละประมาณ 1-2 แสนเม็ด
4.ช่องทางร่มโพธิ์เงิน ช่องทางภูชี้ฟ้า ช่องทางร่มโพธิ์ทอง และช่องทางพิทักษ์ไทย กลุ่มขบวนการ ได้แก่ กลุ่มม้ง บ้านแผ่นดินทอง
ช่องทางการลำเลียง "ยาเสพติด" เหล่านี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลจากการยึดโทรศัพท์มือถือ เป็นจุดเริ่มต้นของ "เครือข่ายยาเสพติด" จากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เชื่อมโยงกับเรือนจำกลางบางขวาง เชื่อมต่อไปยังลาว และพม่า โดยผ่านไอโฟน 4 เอส



