ข่าว

อดีตสสร.ชี้โหวตแทนขัดรธน.

อดีตสสร.ชี้โหวตแทนขัดรธน.

25 เม.ย. 2555

'วรวัจน์' ออกปาก วอน ครม. ให้ความสำคัญ เข้าร่วมประชุมรัฐสภา ถก แก้ รธน. ด้าน อดีต สสร.50 ชี้ ส.ส.กดโหวตแทน ขัด รธน. โทษถึงขั้นถอดถอน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 24 เม.ยง55 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะทำหน้าที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้กล่าวกับครม.ว่า ขอความร่วมมือครม.ว่า ใน 3 วันต่อจากนี้ไป จะเป็นวาระการประชุมร่วมรัฐสภา ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความจำเป็นต้องอาศัยรัฐมนตรี ที่ยังมีสถานภาพ ส.ส.มาลงมติด้วย 

          ทั้งนี้ ในช่วงกลางวัน หากใครมีภารกิจ ก็ขอให้ดำเนินการไป แต่ในช่วงเย็นถึงกลางคืน ขอให้รัฐมนตรีนำงานที่คั่งค้าง มากระทำต่อที่รัฐสภาด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการพิจารณาการแก้ไขรัฐฐธรรมนูญ 

          นอกจากนี้ หากมีการลงมติ ครม.ที่ยังมีสถานภาพส.ส. ก็พร้อมไปลงมติ และยังต้องมาเตรียมความพร้อมไว้ในเหตุเฉพาะหน้า

          ทั้งนี้ ในช่วงเย็นถึงกลางคืนของ 3 วันที่ว่านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกฯ จะมาเข้าร่วมประชุมตลอดทั้ง 3 วัน

 

อดีต สสร.50 ชี้ ส.ส.กดโหวตแทนกัน ขัดรธน. โทษถึงถอดถอน

 

          กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ และคลิปวีดีโอ รวมถึงสมาชิกรัฐสภากดแสดงปุ่มแสดงตน และกดลงคะแนนแทนกัน ซึ่งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประทศไทย ระบุว่า จะนำเรื่องดังกล่าวขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น

          แหล่งข่าวจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ปี 50 เปิดเผยว่า ประเด็นนี้ ถือว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา126 วรรคสาม ที่ระบุว่า สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน

          ทั้งนี้ หากมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า การกดบัตรหรือกดโหวต ไม่ใช่เป็นสิ่งที่สมาชิกมอบหมายให้ทำแทนกันอย่างเป็นทางการแล้ว จะถือว่า สมาชิกคนที่กดบัตรแทนได้ทำผิดกฎหมายทันที

          "โทษสูงสุดที่สมาชิกผู้นั้น จะได้รับ คือถอดถอนให้ออกจากตำแหน่ง โดยหน่วยงานที่จะสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน, กรรมการของรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญ"

          แหล่งข่าวราย จาก สสร. 50 ระบุว่า แม้ว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ จะไม่ได้ระบุว่า การกดบัตรแทนกันของสมาชิก เป็นความผิด และมีบทลงโทษอย่างไร แต่ในทางปฏิบัติ เท่ากับเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นเรื่องการทำหน้าที่ที่ไม่ชอบอย่างร้ายแรง

          ส่วนผลดังกล่าว จะทำให้การลงคะแนน ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น ต้องพิสูจน์คะแนนที่ได้ทำแทนกัน หากมีเพียงไม่กี่เสียง ก็อาจไม่ส่งผลต่อร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากมีเสียงจำนวนมาก และสามารถพิสูจน์ได้ ก็อาจส่งผลให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างมิชอบ