ข่าว

เทรนด์ค้าปลีกต่อไปจะเป็นยังไง?

เทรนด์ค้าปลีกต่อไปจะเป็นยังไง?

25 เม.ย. 2555

เทรนด์ค้าปลีกต่อไปจะเป็นยังไง? : คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง : โดย ... บัญญัติ คำนูณวัฒน์

          การค้าปลีกไทยเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกจะช่วยขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวม และช่วยพัฒนามาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทย” ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และได้เชิญวิทยากรจากบริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสำรวจวิจัยทางธุรกิจ สังคมและเศรษฐกิจ ในเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา มากกว่า 100 ประเทศ ร่วมแบ่งปันความรู้ในหัวข้อ “เจาะลึกการแข่งขันค้าปลีกไทยปี 2554 และแนวโน้มปี 2555” จึงขอนำสาระสำคัญบางช่วงมา “เล่าสู่กันฟัง” ในฉบับนี้

          การที่โลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ผู้ประกอบการจึงควรดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยสามารถสังเกตได้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตและแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น
การเปลี่ยนแปลงของประชากร เดี๋ยวนี้โดยเฉลี่ยคนจะมีอายุมากขึ้นและมีอัตราการเกิดลดน้อยลง คนในวัยทำงานมีแนวโน้มที่จะลดลง และต้องทำมาหาเลี้ยงคนที่ไม่ได้ทำงานโดยเฉพาะคนแก่มากขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ปัญหาที่จะพบตามมาก็คือ การหาแรงงานที่มีคุณภาพยากขึ้น 

          เศรษฐกิจมีความเป็นเมืองมากขึ้น และขยายเข้าสู่เอเชีย ทำให้แต่ละประเทศต่างก็ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และผลิตผลต่างๆ ของประเทศไว้ อีกไม่กี่ปีเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ประเทศไทยและประเทศในเอเชียจะมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน สิ่งที่ตามมาก็คือ การเคลื่อนย้ายสินค้าเสรีจากการลดภาษีเหลือร้อยละศูนย์ การเคลื่อนย้ายบริการเสรีจากการเปิดเสรีบริการเร่งรัดในสาขาต่างๆ เช่น ด้านสุขภาพ ท่องเที่ยว และขนส่งทางอากาศ การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีจากการลงนามรับรองวิชาชีพต่างๆ เช่น วิศวกรรม พยาบาล สถาปนิก และการสำรวจ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีจากความพยายามให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนภายในอาเซียนโดยเสรีมากขึ้น และการเปิดลงทุนเสรีจากการส่งเสริมและคุ้มครองจากการลงทุนระหว่างประเทศอาเซียน ดังนั้น ธุรกิจเล็กๆ จึงต้องมีการเตรียมตัวรับมือกับการเปิดเสรีในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอาจจะเจอกับการแข่งขันในการสลับแรงงาน

          สิ่งสำคัญและยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปอย่างต่อเนื่องอีกเรื่องหนึ่งก็คือ กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ หรือ ซีเอสอาร์ อันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่ดีหรือไม่ ในอนาคตถ้าผู้บริโภคเลือกได้ก็จะเลือกจ่ายเงินให้กับธุรกิจที่ดี ยกตัวอย่างเช่น ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่บางแห่งเน้นเรื่องของกรีนสโตร์ คือ ใช้พลังงานให้น้อยที่สุด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่แทบจะเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นนโยบายสืบทอดมาจากบริษัทแม่ ในขณะที่บางบริษัทก็เน้นด้านการให้ความช่วยเหลือคนในท้องถิ่นเป็นหลัก ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านการศึกษา จัดตั้งเป็นมูลนิธิ ให้ทุนการศึกษากับเด็กต่างจังหวัดในพื้นที่ที่เข้าไปเปิดให้บริการ รวมทั้งการบริจาคเงินให้ผู้ประสบภัยต่างๆ หรือบางแห่งก็ให้ความใส่ใจในเรื่องการใช้ถุงผ้า โดยเฉพาะในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่จะมีการเก็บเงินเพิ่มหากลูกค้าต้องการใช้ถุงพลาสติก ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำก็เน้นเรื่องการรณรงค์ให้ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติก มีการระดมแนวคิดเกี่ยวกับการลดใช้ถุงพลาสติกในรูปแบบต่างๆ การนำถุงย่อยสลายด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ในร้าน เป็นต้น

          นอกจากนี้ เรื่องของ เทคโนโลยี ก็มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก เช่น เทคโนโลยีการสั่งซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเซียลมีเดีย การสแกนสินค้าและจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งการใช้เลเซอร์สแกนราคาสินค้าเพื่อช่วยลดเวลาในการคิดเงิน ทำให้การซื้อสินค้ามีความรวดเร็วมากขึ้น การใช้เปเปอร์ลีสคูปองเข้ามาดึงดูดความสนใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้า เป็นต้น ดังนั้น ก่อนจะลงทุนหรือออกผลิตภัณฑ์หรือการบริการอะไรต้องศึกษาและคิดให้ดีอย่างถี่ถ้วนก่อน ที่สำคัญต้องใช้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง และให้ทันกับคู่แข่งในตลาดที่จะมีการแข่งขันอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น

 

 

----------

(หมายเหตุ : เทรนด์ค้าปลีกต่อไปจะเป็นยังไง? : คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง : โดย ... บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)

----------